เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปิดฉาก 3 วัน Thailand Content Market 2026 ผู้เข้าชม 6,731 ราย จาก 69 ประเทศ
Economic ปิดฉาก 3 วัน Thailand Content Market 2026 ผู้เข้าชม 6,731 ราย จาก 69 ประเทศ
ไทยเร่งหาทางออกใหม่ กระจายตลาด-เพิ่มอำนาจต่อรอง รับมือ ‘ภาษีสหรัฐ-โลกผันผวน’
Uncategorized ไทยเร่งหาทางออกใหม่ กระจายตลาด-เพิ่มอำนาจต่อรอง รับมือ ‘ภาษีสหรัฐ-โลกผันผวน’
ออมสิน เปิดตัว “เงินฝากมหาเฮง” ดอกเบี้ย 0.50% เปลี่ยนยอดขายเป็นเงินออมอัตโนมัติ
Finance ออมสิน เปิดตัว “เงินฝากมหาเฮง” ดอกเบี้ย 0.50% เปลี่ยนยอดขายเป็นเงินออมอัตโนมัติ
เอกชนขานรับ คตท. เดินหน้า 6 ยุทธศาสตร์ Zero Corruption ยกระดับไทยสู่ OECD
Economic เอกชนขานรับ คตท. เดินหน้า 6 ยุทธศาสตร์ Zero Corruption ยกระดับไทยสู่ OECD
ส.อ.ท. หั่นเป้าผลิตรถยนต์ปี’69 เหลือ 1.45 ล้านคัน พิษส่งออกสะดุด BEV ยังโตแรงหนุนตลาดในประเทศ
Economic ส.อ.ท. หั่นเป้าผลิตรถยนต์ปี’69 เหลือ 1.45 ล้านคัน พิษส่งออกสะดุด BEV ยังโตแรงหนุนตลาดในประเทศ
สนค.ชี้ส่งออกครึ่งปีหลังชะลอ รับแรงเร่งซื้อก่อนภาษีสหรัฐแผ่ว แต่มั่นใจอิเล็กทรอนิกส์ยังหนุนทั้งปี
Economic สนค.ชี้ส่งออกครึ่งปีหลังชะลอ รับแรงเร่งซื้อก่อนภาษีสหรัฐแผ่ว แต่มั่นใจอิเล็กทรอนิกส์ยังหนุนทั้งปี
AWC ลงนามสินเชื่อแบงก์สิงคโปร์ OCBC 6.6 พันล้านบาทลงทุนโครงการคุณภาพหนุนการเติบโตระยะยาว
Business AWC ลงนามสินเชื่อแบงก์สิงคโปร์ OCBC 6.6 พันล้านบาทลงทุนโครงการคุณภาพหนุนการเติบโตระยะยาว
จับตา ‘ฮูตี’ อนุญาตเรือจีนผ่าน ‘ทะเลแดง’ ตัวแปรสำคัญราคาน้ำมันโลก
World จับตา ‘ฮูตี’ อนุญาตเรือจีนผ่าน ‘ทะเลแดง’ ตัวแปรสำคัญราคาน้ำมันโลก
กขค.ล็อกกติกาอีคอมเมิร์ซ คุมแพลตฟอร์มหลายด้าน ห้ามบีบผู้ขาย-ล็อกขนส่ง-เอื้อสินค้าตัวเอง
Economic กขค.ล็อกกติกาอีคอมเมิร์ซ คุมแพลตฟอร์มหลายด้าน ห้ามบีบผู้ขาย-ล็อกขนส่ง-เอื้อสินค้าตัวเอง
ภาษีสหรัฐ 12.5% สะเทือนส่งออกไทยกว่า 1 ล้านล้าน ‘อัทธ์’ หั่นเป้าทั้งปีเหลือโต 6-7%
Economic ภาษีสหรัฐ 12.5% สะเทือนส่งออกไทยกว่า 1 ล้านล้าน ‘อัทธ์’ หั่นเป้าทั้งปีเหลือโต 6-7%
ดูทั้งหมด

โอไมครอน ฉุดหุ้นไทยเปราะบาง-สหรัฐพบผู้ติดเชื้อ

02 ธ.ค. 2564 | 09:35น.
หุ้น

บริษัทหลักทรัพย์เอเซียพลัส ประเมินโควิดสายพันธุ์โอไมครอน ฉุดตลาดหุ้นไทยเปราะบางผันผวนต่อ ตั้งแต่ 26 พ.ย-2 ธ.ค. 2564 ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยกว่า 1.57 หมื่นล้านบาท ผวาสหรัฐพบผู้ติดเชื้อ กดดันดัชนีความกลัว VIX Index ทำจุดสูงสุดในรอบ 10 เดือน กลยุทธ์วันนี้แนะถือเงินสดในมือ 25-35% รอสัญญาณดีขึ้นค่อยทยอยเข้าสะสม

วันที่ 2 ธันวาคม 2564 บริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส จำกัด รายงานว่าภาวะตลาดหุ้นว่า วานนี้สหรัฐพบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอน กดดันตลาดหุ้นสหรัฐผันผวนหนัก อาทิ S&P500 เคยขึ้นไปถึง 1.9% ในระหว่างวัน ก่อนที่จะปิด -1.3% พร้อมกับกดดัน VIX Index (ดัชนีความกลัว) ขึ้นไปทำจุดสูงสุดในรอบ 10 เดือน แสดงให้เห็นว่าตลาดหุ้นปัจจุบัน มีความผันผวนสูงกว่าปกติมาก

ส่วนตลาดหุ้นไทยค่อนข้างที่จะเปราะบางจากประเด็นโควิด สะท้อนได้จากเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ตั้งแต่กังวลโควิดโอไมครอน (26 พ.ย-2 ธ.ค. 2564) ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 1.57 หมื่นล้านบาท และนักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 7.7 พันล้านบาท อย่างไรก็ตามในระยะสั้นเริ่มเห็นแรงขายที่ชะลอลง และนักลงทุนสถาบันมีการกลับมาซื้อสุทธิเป็นวันแรก

และเชื่อว่าในเดือน ธ.ค. จะมีฟันด์โฟลว์จากกองทุนประหยัดภาษี ที่ปกติจะมียอดซื้อเข้ามาเกิน 25% ของยอดซื้อทั้งปี และหากดูจากช่วงท้ายปี 2563 แล้วมียอดซื้อกองทุน SSF และ RMF ประเภทหุ้นไทยราว 8.8 พันล้านบาท (คิดเป็นสัดส่วน 28% ของแรงซื้อทั้งปี 2563)

ส่วนต่างชาติแม้ยังขายสุทธิ แต่หากพิจารณาสัดส่วนการถือครองหุ้นไทยของต่างชาติอยู่ในระดับต่ำสุดตลอดการณ์ที่ระดับ 17.94% และหากรวมการถือครองผ่าน NVDR จะอยู่ที่ 23.20% ซึ่งห่างกับสมัยก่อนที่ถือครองเกิน 30% อยู่มาก

สรุปคือยังมีความคาดหวังเห็นเม็ดเงินจากกองทุนประหยัดภาษีมาช่วยพยุงหุ้นช่วงท้ายปี หากความกังวลโควิดสายพันธุ์ใหม่กินระยะเวลาไม่นาน บวกกับฟันด์โฟลว์มีโอกาสไหลเข้าหุ้นไทยในระยะถัดไป จากสัดส่วนการถือครองที่อยู่ในระดับต่ำ

คำแนะนำการลงทุนในระยะสั้น ยังอยู่ในช่วงติดตามพัฒนาการโควิดโอไมครอนอย่างใกล้ชิด จึงแนะนำหลีกเลี่ยงสำหรับการเทรดดิ้งช่วงสั้น และสำรองเงินสดไว้บางส่วน เพื่อหลบความผันผวนของตลาด ในมุมกลับถ้าดัชนีที่ปรับฐานลงมาลึก ถือเป็นโอกาสในการทยอยสะสมเพื่อหวังผลในระยะกลางถึงยาว

กลยุทธ์วันนี้แนะถือเงินสดในมือ 25-35% รอสัญญาณที่ดีขึ้นแล้วค่อยทยอยเข้าสะสม ส่วนพอร์ตที่เหลือแนะนำสร้างสมดุลด้วยหุ้นที่มีเกราะป้องกันโควิด อย่าง STGT, TU และ INSET เป็น Top pick

ทั้งนี้ประเด็นโควิดโอไมครอน ตลาดหุ้นให้น้ำหนักรายละเอียดและพัฒนาการความชัดเจนมากขึ้นหลัก ๆ 3 เรื่องคือ

1.ความเร็วในการระบาด : ข้อมูลปัจจุบัน มีการตรวจพบทั่วโลกใน 28 ประเทศ (ล่าสุดพบในสหรัฐ และเกาหลีใต้) เพิ่มขึ้นจากช่วงต้นสัปดาห์ที่พบ 18 ประเทศ

2.ประสิทธิภาพของวัคซีน Covid ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน : จากความเห็นของบริษัทวัคซีนขนาดใหญ่ของโลกตลอดทั้งอาทิตย์ขัดแย้งกันดังนี้

– Moderna ซีอีโอกล่าวว่าสายพันธุ์โอไมครอนอาจทำให้วัคซีนของบริษัทลดประสิทธิภาพลงและต้องใช้เวลาหลายเดือนสำหรับผลิตวัคซีนใหม่ให้มีเพียงพอ

– AstraZeneca เผยว่า ไม่มีหลักฐานโอไมครอนสามารถหลบหนี Vaccine ได้

– Biotech ซีอีโอยอมรับโควิดโอไมครอนอาจทำให้คนฉีดวัคซีนแล้วติดเชื้อมากขึ้น แต่วัคซีนจะช่วยให้ไม่ป่วยรุนแรง และอาจไม่จำเป็นต้องพัฒนาวัคซีนใหม่ แต่แนะนำทุกคนรับวัคซีนเข็ม

3.การแสดงอาการ ความรุนแรง : มีความคืบหน้าเพิ่มเติม อาทิ ความเร็วการแพร่กระจายเร็วกว่า สายพันธุ์เดลต้า หลบหลีกภูมิคุ้มกันได้อย่างมีนัยยะ และมีโอกาสติดเชื้อซ้ำสูงขึ้น

โดยรวมฝ่ายวิจัยประเมินตลาดหุ้นโลกรวมถึงหุ้นไทยจะยังติดตามพัฒนาการการแพร่กระจายไปประเทศอื่น ๆ การจำกัดกิจกรรมเศรษฐกิจแต่ละประเทศจะเข้มงวดเพิ่มขึ้น และประสิทธิภาพวัคซีนที่มีอยู่ ตราบใดที่ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนมากขึ้น คาดช่วงที่เหลือของสัปดาห์นี้จะยังไม่ชัดเจน และคาดว่าจะมีผลทำให้สินทรัพย์เสี่ยง และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังผันผวนสูง เห็นได้จากเมื่อคืนตลาดหุ้นสหรัฐปรับฐานแรง 1-2% และดัชนี VIX index ปรับเพิ่มขึ้น และเงินยังไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย อาทิ ทองคำ และพันธบัตร คาดวันนี้ SET index ยังมีแนวโน้มผันผวนต่อ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้น โอมิครอน