จับตา ‘ฮูตี’ อนุญาตเรือจีนผ่าน ‘ทะเลแดง’ ตัวแปรสำคัญราคาน้ำมันโลก
บริษัทวิเคราะห์ทางทะเลวินด์วาร์ดชี้ ตัวแปรสำคัญราคาน้ำมันดิบโลกคือมาตรการการปิดล้อมของกลุ่มฮูตีในทะเลแดง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน โดยการอนุญาตให้เรือจีน 2 ลำแล่นผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบในทะเลแดงได้ในวันนี้ (24 ก.ค.) อาจเป็นการบ่งชี้ว่า ‘ใครจะขนส่งน้ำมันดิบของซาอุดีฯ’ ไม่ใช่ว่า ‘น้ำมันดิบของซาอุดีฯ จะขนส่งได้หรือไม่’
อัลจาซีรา (Al Jazeera) รายงานว่า ขณะที่ราคาน้ำมันดิบพุ่งแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบ 2 เดือน ผู้เชี่ยวชาญต่างจับตาดูว่า กลุ่มฮูตีในเยเมน หนึ่งในแกนแห่งการต่อต้าน (Axis of Resistance) ที่อิหร่านสนับสนุนทั้งเงินและอาวุธ ซึ่งขณะนี้ปิดล้อมท่าเรือซาอุดีอาระเบียในทะเลแดงอยู่นั้น จะอนุญาตให้เรือลำใดผ่านเข้าออกบ้าง โดยการกระทำนี้จะถือเป็นตัวแปรสำคัญ บ่งชี้แนวโน้มตลาดน้ำมันดิบ
วันที่ 24 ก.ค. 2026 ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ล่วงหน้าปรับตัวขึ้น 6.58 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 6.96% จากวันก่อนหน้า สู่ระดับ 100.65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล นับเป็นราคาที่สูงกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายเดือน พ.ค.
ราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นผลมาจากกลุ่มฮูตีปิดล้อมเส้นทางขนส่งน้ำมันของซาอุดีฯ ในทะเลแดง เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา และต่อมาได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีฯ 2 ลำ ในวันที่ 23 ก.ค.
ท่ามกลางสงครามอิหร่านที่ทำให้การจราจรในช่องแคบฮอร์มุซติดขัด ซาอุดีฯ เปลี่ยนเส้นทางการขนส่งน้ำมันบางส่วนจากฮอร์มุซ มายังท่าเรือยานบูในทะเลแดง โดยในเดือน มิ.ย. ซาอุดีฯ ส่งน้ำมันจากท่าเรือยานบูในทะเลแดง ผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบ แล้ว 3.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตามข้อมูลจากแพลตฟอร์มติดตามการขนส่งทางทะเล Kpler
ดังนั้น ความชะงักชะงันใด ๆ ที่เกิดขึ้นกับช่องแคบบับเอลมันเดบในทะเลแดง ย่อมส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันดิบของซาอุดีฯ ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันดิบอันดับที่ 1 ของโลก ทำให้การปิดล้อมของกลุ่มฮูตี กลายเป็นตัวแปรสำคัญต่อตลาดน้ำมันดิบ
มิเชล บ็อคแมนน์ นักวิเคราะห์ข่าวกรองทางทะเลอาวุโสของบริษัทวิเคราะห์ทางทะเล วินด์วาร์ด กล่าวว่า กลุ่มฮูตีค่อนข้างจะเอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้ และยังไม่ชัดเจนว่าการปิดล้อมนี้หมายถึงอะไรบ้าง
“ขณะนี้เรากำลังจับตาดูเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติจีนในท่าเรือยานบูของซาอุดีฯ ว่าเรือเหล่านั้นจะผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบออกมาได้หรือไม่ หลังจากที่มีเรือ 2 ลำผ่านออกไปแล้ว แต่เรือเหล่านั้นบรรทุกน้ำมันออกมาก่อนที่จะมีประกาศปิดล้อม” บ็อคแมนน์กล่าว โดยเป็นการอ้างถึง เรือซินหลงหยาง และเรือคอสนิวเลค ของบริษัทคอสโกชิปปิงสัญชาติจีน ที่แล่นออกจากผ่านช่องแคบบับเอลบับเดบออกมาโดยไม่ถูกสกัดกั้น ในวันที่ 24 ก.ค.
บ็อคแมนน์กล่าวว่า กลุ่มฮูตีเคยพึ่งพาความช่วยเหลือจากจีนมาก่อนหลายด้าน รวมถึงวัสดุในการผลิตโดรน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปี 2023-2025 ในสงครามฉนวนกาซา ซึ่งกลุ่มฮูตีโจมตีเรือบรรทุกสินค้าฝ่ายเดียวกับสหรัฐและอิสราเอลในทะเล
วินด์วาร์ดระบุว่า การบังคับใช้มาตรการปิดล้อมของฮูตี ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์มากกว่าสินค้า และการปิดล้อมกำลังเป็นตัวกำหนดว่า ‘ใครจะขนส่งน้ำมันดิบของซาอุดีฯ’ ไม่ใช่ว่า ‘น้ำมันดิบของซาอุดีฯ จะขนส่งได้หรือไม่’
“ไม่เคยมีใครคาดเดาการกระทำของฮูตีได้…แต่ฮูตีรู้ว่า แค่ขยับตัวนิดเดียว ตลาดน้ำมันก็สะเทือนแล้ว” บ็อคแมนน์กล่าว
ด้านโรงกลั่นน้ำมันในเอเชีย ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของน้ำมันซาอุดีฯ กำลังพิจารณาเส้นทางเบี่ยงที่อ้อมยาวขึ้นไปอีก คือการขนส่งน้ำมันผ่าน ‘คลองสุเอซ’ เข้าสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ก่อนจะแล่นอ้อมแอฟริกาผ่านแหลมกู๊ดโฮปกลับมายังเอเชีย
แมตต์ สมิธ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์ของ Kpler กล่าวว่า ผลกระทบในช่วงเดือนแรกจะมหาศาล โดยโรงกลั่นน้ำมันในเอเชียอาจต้องเผชิญกับความล่าช้าประมาณหนึ่งเดือน จากการที่เรือบรรทุกน้ำมันต้องแล่นอ้อมแหลมกู๊ดโฮป
ขณะที่ จอห์น เพซี ประธานบริษัทที่ปรึกษา Stratas Advisors กล่าวว่า ราคาน้ำมันอาจปรับตัวสูงขึ้นเหนือ 115-120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ค่าขนส่งและค่าประกันภัยก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน เนื่องจากเส้นทางที่ยาวขึ้น
อ้างอิงเพิ่มเติม : Reuters