เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
Real Estate ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
ดูทั้งหมด

โควิดยืดเยื้อ หนี้ครัวเรือนเพิ่ม ดันยอดคงค้างแตะ 14.35 ล้านล้าน

30 ธ.ค. 2564 | 18:12น.
ลูกหนี้-NPL-SMEs-หนี้เสีย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินหนี้ครัวเรือนไทยปี 65 อยู่ในกรอบ 90-92% ต่อจีดีพี หลังไตรมาสที่ 3/64 ยอดหนี้คงค้างเพิ่มขึ้น 6.71 หมื่นล้านบาท ส่งผลยอดคงค้างแตะ 14.35 ล้านล้านบาท ขยับขึ้น 4.2% ระบุเห็นสัญญาณครัวเรือนก่อหนี้เสริมสภาพคล่อง-ใช้จ่ายในชีวิตมากขึ้นรับเหตุการณ์โควิด-19 ยืดเยื้อ สอดคล้องกับพอร์ตสินเชื่อบุคคลธนาคาร-น็อนแบงก์เร่งตัวขึ้น

วันที่ 30 ธันวาคม 2564 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า จากข้อมูลเงินให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานออกมาล่าสุด สะท้อนว่า แม้ครัวเรือนไทยจะยังคงก่อหนี้เพิ่มขึ้น แต่ก็มีสัญญาณระมัดระวังมากขึ้นสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังคงได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19

โดยยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนไทยในไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ระดับ 14.35 ล้านล้านบาท ขยับขึ้นประมาณ 4.2% YoY เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสังเกตว่า การเติบโตของเงินกู้ยืมภาคครัวเรือนดังกล่าว นอกจากจะเป็นอัตราที่ชะลอลงเมื่อเทียบกับที่เติบโต 5.1% YoY ในไตรมาส 2/2564 แล้ว

ระดับหนี้สินของครัวเรือนที่ขยับขึ้นนั้นยังใกล้เคียงกับการเพิ่มขึ้นของมูลค่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน ซึ่งภาพดังกล่าวส่งผลทำให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีในช่วงไตรมาส 3/2564 ยังคงทรงตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 89.3% เท่ากับในไตรมาสที่ 2/2564 ที่ผ่านมา

แม้หนี้สินของภาคครัวเรือนส่วนใหญ่จะยังคงเป็นหนี้บ้าน อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทยพบว่า ลักษณะการก่อหนี้ของครัวเรือนในไตรมาส 3/2564 มีส่วนที่แตกต่างไปจากช่วงไตรมาสก่อนๆ ตรงที่มีสัญญาณของการก่อหนี้เพิ่มเพื่อเสริมสภาพคล่อง และ/หรือรองรับรายจ่ายในชีวิตประจำวันมากขึ้น สอดคล้องกับการเร่งตัวขึ้นของพอร์ตสินเชื่อส่วนบุคคล ทั้งในส่วนของธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบการในฝั่งนอนแบงก์

และคงต้องยอมรับว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกที่สาม ซึ่งครอบคลุมช่วงเวลาในไตรมาสที่ 3/2564 นั้น น่าจะมีผลกระทบต่อเนื่องไปยังสถานะทางการเงินของครัวเรือนหลายกลุ่มมากขึ้น เพราะยิ่งโควิด-19 ยืดเยื้อ สถานการณ์รายได้ยังฝืดเคือง ครัวเรือนก็อาจต้องทยอยนำสภาพคล่องเงินออมที่เคยสะสมไว้ก่อนหน้านี้มาใช้ หรือในกลุ่มที่มีฐานะทางการเงินตึงตัวเปราะบางมาก ก็อาจจำเป็นต้องก่อหนี้เพิ่มเพื่อเสริมสภาพคล่องในระยะสั้นรองรับรายจ่ายด้านการอุปโภคบริโภค

ทั้งนี้หากดูในรายละเอียดของหนี้สินครัวเรือนในไตรมาสที่ 3/2564 จะพบว่า ยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า (Quarter on Quarter: QoQ) ประมาณ 6.71 หมื่นล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นผลมาจากการขยับขึ้นของ 1. หนี้เพื่อที่อยู่อาศัย (เพิ่มขึ้น 5.24 หมื่นล้านบาท QoQ) 2. หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล (เพิ่มขึ้น 4.40 หมื่นล้านบาท QoQ) และ 3. หนี้เพื่อการประกอบอาชีพ (เพิ่มขึ้น 2.72 หมื่นล้านบาท QoQ) ตามลำดับ

โดยภาพดังกล่าวสะท้อนลักษณะและวัตถุประสงค์ของการก่อหนี้ในไตรมาสที่ 3/2564 ที่มีความแตกต่างไปจากช่วงไตรมาสที่ 1/2564 และไตรมาสที่ 2/2564 ซึ่งในช่วงเวลานั้น สาเหตุอันดับที่สองของหนี้สินในภาคครัวเรือนที่ขยับขึ้นจะเป็นการก่อหนี้ไปเพื่อใช้ในการประกอบอาชีพ มากกว่าการเป็นหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งน่าจะมีวัตถุประสงค์เพื่อเน้นการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคทั่วไปมากกว่า

สำหรับแนวโน้มหนี้ครัวเรือนไทยนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ยืดเยื้อต่อเนื่อง อาจทำให้ประชาชนรายย่อยและภาคครัวเรือนใช้ความระมัดระวังมากขึ้นในการก่อหนี้เพิ่มเติม เนื่องจากสถานะการทำงานและรายได้ยังมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า แม้ในปี 2565 จะยังคงเห็นยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนเติบโตต่อเนื่อง แต่ก็น่าจะเป็นอัตราการเติบโตในระดับที่ใกล้เคียงกับเศรษฐกิจมากขึ้น (ภายใต้สมมติฐานที่ความเสี่ยงจากโควิดจะถูกจำกัดวงไว้ได้อย่างทันท่วงที และกิจกรรมทางเศรษฐกิจสามารถประคองทิศทางการฟื้นตัวได้)

ดังนั้นจึงยังคงตัวเลขประมาณการสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีในปี 2565 ที่กรอบ 90-92% ต่อจีดีพี โดยสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีมีโอกาสขยับขึ้นเล็กน้อยจากตัวเลขคาดการณ์ในปี 2564 ที่ 90.5%

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์โควิด-19 อย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากใช้เวลาในการดูแล/ควบคุมมากกว่าที่คาด ก็อาจทำให้มีโอกาสที่สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีจะขยับขึ้นสูงกว่ากรอบประมาณการปี 2565 ได้

ขณะที่โจทย์เฉพาะหน้าของครัวเรือนไทยที่มีภาระหนี้ยังคงเป็นการดูแลรายจ่ายอย่างระมัดระวังและสมดุลกับสถานการณ์รายได้ที่ไม่แน่นอนเพื่อให้ยังคงมีความสามารถในการชำระหนี้ได้อยู่ แต่หากประสบปัญหาก็คงต้องเร่งติดต่อสถาบันการเงิน เพื่อหามาตรการที่เหมาะสม เช่น การปรับโครงสร้างหนี้ หรือรวมหนี้สินเชื่อรายย่อยกับสินเชื่อบ้านเพื่อช่วยลดภาระดอกเบี้ยและการผ่อนค่างวดลง เพื่อให้ประคองตัวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้