เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท รูปพรรณบาทละ 64,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท รูปพรรณบาทละ 64,800 บาท
เอกนิติ ชี้ประชาชนแห่ลงทะเบียนติดโซลาร์ภาคประชาชน วันแรกพุ่งกว่า 7,000 คน
Finance เอกนิติ ชี้ประชาชนแห่ลงทะเบียนติดโซลาร์ภาคประชาชน วันแรกพุ่งกว่า 7,000 คน
BCP-VGI-MFC กอดคอร่วง! ท่ามกลางข่าวอายัดหุ้น ฟาก ก.ล.ต.ยัน 3 บริษัทไม่เกี่ยวข้องกับคดี
Finance BCP-VGI-MFC กอดคอร่วง! ท่ามกลางข่าวอายัดหุ้น ฟาก ก.ล.ต.ยัน 3 บริษัทไม่เกี่ยวข้องกับคดี
ครม.ไฟเขียวงบฯเงินกู้ 972 ล้าน ปั้นแรงงานติดโซลาร์เซลล์ 3.2 หมื่นคน
Politics ครม.ไฟเขียวงบฯเงินกู้ 972 ล้าน ปั้นแรงงานติดโซลาร์เซลล์ 3.2 หมื่นคน
JOOX เปิดเกมใหม่เร่งการเติบโตตลาดเพลงไทย
Biz Movement JOOX เปิดเกมใหม่เร่งการเติบโตตลาดเพลงไทย
ทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ! ‘เบน สมิธ-ยิม เลียก’ อายัดทรัพย์ 2.6 หมื่นล้าน โยงหุ้น BCP-VGI-MFC
Finance ทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ! ‘เบน สมิธ-ยิม เลียก’ อายัดทรัพย์ 2.6 หมื่นล้าน โยงหุ้น BCP-VGI-MFC
ธนาคารโลก ให้ 115 ล้าน ศึกษา ‘คลองระบายน้ำชัยนาท–ป่าสัก-อ่าวไทย’
Politics ธนาคารโลก ให้ 115 ล้าน ศึกษา ‘คลองระบายน้ำชัยนาท–ป่าสัก-อ่าวไทย’
วาโก้สานต่อโครงการ Princess Collection จากพระดำริ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ
Biz Movement วาโก้สานต่อโครงการ Princess Collection จากพระดำริ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ
กสิกรไทย ก้าวสู่เกตเวย์ Swift Payments Scheme แห่งแรกของธนาคารไทย
Finance กสิกรไทย ก้าวสู่เกตเวย์ Swift Payments Scheme แห่งแรกของธนาคารไทย
ก.ล.ต. เปิดปมเครือข่ายข้ามชาติ อำพรางถือหุ้น VGI เกิน 25% เลี่ยงเทนเดอร์ฯ
Finance ก.ล.ต. เปิดปมเครือข่ายข้ามชาติ อำพรางถือหุ้น VGI เกิน 25% เลี่ยงเทนเดอร์ฯ
ดูทั้งหมด

“ศุภวุฒิ” เตือนคริปโทดิ่ง ซ้ำรอยปี’61 สหรัฐขึ้นดอกเบี้ย

31 ม.ค. 2565 | 08:18น.
ศุภวุฒิ สายเชื้อ

“ศุภวุฒิ” เตือนระวังเฟด “ขึ้นดอกเบี้ย-ลดงบดุล” เสี่ยงฉุดคริปโทร่วงหนัก ชี้มีบทเรียนปี’61 “บิตคอยน์-อีเทอเรียม” ราคาดิ่งกว่า 70-80% จากการที่ปีนั้นเฟดขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้ง และลดงบดุลไป 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมแนะรัฐบาลทำยุทธศาสตร์ทบทวนจุดยืน-เป้าหมาย-วางตำแหน่งประเทศไทยกับสินทรัพย์ดิจิทัลให้ชัดเจนก่อนออกนโยบายคุม ชี้เรื่องเก็บภาษีควรมาทีหลัง ขณะที่ “ก.ล.ต.” เดินหน้าแก้ไขกฎหมาย-รื้อเกณฑ์กำกับ พร้อมจับมือ “คลัง-แบงก์ชาติ” เปิดฟังความเห็นเกณฑ์นำสินทรัพย์ดิจิทัลใช้ชำระค่าสินค้าและบริการ 6 ข้อภายใน 8 ก.พ.นี้

ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยภัทร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สินทรัพย์ดิจิทัล เป็นตลาดที่ใหม่และมีความเสี่ยงสูงมาก โดยเพิ่งจะเกิดขึ้น เมื่อปี 2551-2552 และที่ผ่านมา ก็เคยมีประสบการณ์เมื่อปี 2561 ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้ง

และลดงบดุลไปประมาณ 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้คริปโทเคอร์เรนซี ทั้งบิตคอยน์และอีเทอเรียมที่มีมูลค่าตลาดรวมกัน 70-80% ของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมด ได้รับผลกระทบจนราคาลดลงไปกว่า 70-80% ซึ่งมาถึงรอบนี้ที่เฟดส่งสัญญาณจะขึ้นดอกเบี้ย และลดงบดุล ก็จะเจอปัญหาเดียวกัน

ทั้งนี้ ปัจจุบันมูลค่าตลาด (market cap) ของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมีขนาดใหญ่ขึ้นมาก อยู่ที่ราว 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แต่ก่อนหน้านี้ก็ขึ้นไปถึง 2.5 ล้านล้านเหรียญ ซึ่งก็มีโอกาสได้รับผลกระทบไม่น้อยไปกว่าครั้งก่อน

“ตอนนี้ตลาดใหญ่มาก ทำให้มีโอกาสที่จะได้รับผลกระทบไม่น้อยกว่าครั้งที่แล้ว ซึ่งตอนมีรายงานเฟดออกมา ราคาก็ร่วง คือ มีประวัติศาสตร์ให้เห็นอยู่แล้ว อย่างไรก็ดี คริปโทนี้ จะต้องแบ่งแยกให้เป็น ว่าเคอร์เรนซีตัวไหนมีประโยชน์ มี utility เพราะยังมีเทคโนโลยีที่พยายามจะทำให้คริปโทใช้งานได้ง่าย ใช้ได้ถูกและเร็วขึ้น ฉะนั้น ก็น่าจะเป็นประโยชน์ แต่ก็ต้องไปดูในแต่ละตัว ซึ่งปัจจุบันคริปโทมีอยู่เป็น 100 ตัว” ดร.ศุภวุฒิกล่าว

ดร.ศุภวุฒิกล่าวด้วยว่า อยากเห็นนโยบายประเทศไทยเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลที่ชัดเจน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมานั่งหารือและประเมินว่าอยากเห็นอนาคตของสินทรัพท์ดิจิทัล หรือคริปโทเคอร์เรนซีเป็นอย่างไร มีประโยชน์อย่างไร ขนาดของตลาดควรจะใหญ่แค่ไหน และจะมีบทบาทอย่างไรในเศรษฐกิจโลก

ซึ่งหากมีประโยชน์ หรือตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในโลกขยายใหญ่ขึ้น จาก 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 5 หรือ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประเทศไทยจะไปอยู่ตรงไหนของตลาด และจัดตำแหน่งตัวเองอย่างไร หรือจะหาตลาดเฉพาะ (niche) ให้ตัวเองอย่างไร จากนั้น ก็ต้องบอกให้ประชาชนได้รับรู้ และวางโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุน

“จุดสำคัญอยู่ที่รัฐบาล จะต้องมาประเมินว่าคริปโท จะเป็นอย่างไร จะต้องมี white paper มา หรือเรียกเอกชนมาคุยก็ได้ เพื่อตกผลึก ในแง่ของแผนยุทธศาสตร์ก่อน เสร็จแล้วจะเก็บภาษีหรือไม่ ตรงนี้เป็นเรื่องสุดท้าย ไม่ใช่เรื่องแรก แต่คำถามคือภาครัฐมีมุมมองต่อตลาดคริปโทในอีก 10-20 ปีข้างหน้าอย่างไร แล้วจึงค่อยมาออกแบบนโยบายกันว่าคริปโท จะไปทางไหน และไทยจะอยู่ตรงไหนของ ecosystem ถึงตอนนั้น ถ้าจะมีการเก็บภาษีก็ไม่เป็นไร” ดร.ศุภวุฒิกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ส่งสัญญาณ ว่าไม่สนับสนุนให้นำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นสื่อกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการ โดยให้เหตุผลว่าราคามีความผันผวนมีความเสี่ยงที่จะถูกโจรกรรม และจะกระทบต่อเสถียรภาพระบบการเงิน หากนำถูกไปใช้ในวงกว้าง จะทำให้ระบบการเงินไทยมีหลายสกุลเงิน อย่างไรก็ดี ธปท.ไม่ห้ามในเรื่องของการลงทุน เพราะผู้ลงทุนจะเป็นผู้รับความเสี่ยงเอง รวมถึงอยู่ระหว่างศึกษาสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทที่ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงเชิงระบบ เช่น stablecoin ที่จะนำมาใช้ในการรับสินค้าและบริการ สอดคล้องกับแนวทางในต่างประเทศ

และล่าสุดกระทรวงการคลัง ธปท. และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็น ร่างหลักเกณฑ์กำกับสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นสื่อกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการ โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวมีด้วยกัน 6 ข้อ ห้ามโฆษณาเชิญชวน ไม่จัดทำระบบ ไม่ให้บริการเปิดกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) และไม่ซื้อขายเพื่อรับเป็นเงินบาท หรือโอนสินทรัพย์ดิจิทัลไปยังบัญชีผู้อื่น รวมถึงการสนับสนุนหรือส่งเสริมให้เกิดการนำ digital asset มาใช้เป็นการชำระค่าสินค้าและบริการ (means of payment) โดยร่างเกณฑ์กำกับจะเปิดรับฟังจนถึงวันที่ 8 ก.พ. 2565 นี้

ขณะที่ ก.ล.ต.ได้เสนอแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 เพื่อนำสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีลักษณะของการระดมทุน ได้แก่ investment token และ utility token ไม่พร้อมใช้ จากเดิมอยู่ภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การประกอบสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ไปกำกับดูแลภายใต้ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯแทน

รวมถึงเปิดรับฟังความเห็นการให้บริการแก่ลูกค้าของผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัลและที่ปรึกษาสินทรัพย์ดิจิทัล โดยไม่ให้นำสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าไปทำธุรกรรมใด ๆ เป็นลักษณะการให้คำแนะนำแก่ลูกค้า หรือการจัดทำบทวิเคราะห์ที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมบนแพลตฟอร์ม DeFi (decentralized finance)

นอกจากนี้ ที่ผ่านมา ก.ล.ต.ได้ส่งหนังสือเวียนเตือนผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ระมัดระวังเปิดบัญชีให้ผู้เยาว์ โดยผู้เยาว์จะทำนิติกรรมต้องได้รับความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน และต้องทำความรู้จักลูกค้า (KYC) ให้ทราบตัวตนก่อนอนุมัติเปิดบัญชี และออกเกณฑ์วางแนวทางกำกับ nonfungible token (NFT)

อีกทั้งได้เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศกำกับดูแลผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลและการให้บริการกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้า และได้ออกเกณฑ์ห้ามซื้อขายโทเค็น 4 ลักษณะ คือ meme token, fan token, NFT, โทเค็นดิจิทัลที่ออกโดยศูนย์ซื้อขาย พร้อมทั้งคุมนักลงทุนรายย่อยเทรดคริปโท กำหนดต้องมีรายได้เกิน 1 ล้านบาทต่อปี