เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เชอรี ไทยแลนด์ ขึ้นไลน์ประกอบ Chery V23 ที่โรงงานระยอง
EV เชอรี ไทยแลนด์ ขึ้นไลน์ประกอบ Chery V23 ที่โรงงานระยอง
“อรรถวิชช์” งัดผลทดสอบตึกสตง. ไม่ตรงกัน
Politics “อรรถวิชช์” งัดผลทดสอบตึกสตง. ไม่ตรงกัน
อ.เชน สวนกลับกระแสค้านเพิ่มแพทย์ เมืองหลวงหมอล้น รพ.ชนบท คนไข้รอนานนับเดือน ยัน ไม่มีนโยบายสั่งเปิดคณะแพทย์ใหม่
Politics อ.เชน สวนกลับกระแสค้านเพิ่มแพทย์ เมืองหลวงหมอล้น รพ.ชนบท คนไข้รอนานนับเดือน ยัน ไม่มีนโยบายสั่งเปิดคณะแพทย์ใหม่
“ภูมิธรรม–จักรพงษ์” ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ 105 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน
Politics “ภูมิธรรม–จักรพงษ์” ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ 105 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน
NIA จับกระแสซีรีส์แนวตั้ง เปิด ‘ขวดเล็กความฝันใหญ่’ ถ่ายทอดธุรกิจนวัตกรรม
Biz Movement NIA จับกระแสซีรีส์แนวตั้ง เปิด ‘ขวดเล็กความฝันใหญ่’ ถ่ายทอดธุรกิจนวัตกรรม
จี้ ศธ. รื้อประกาศปี’54 ห้ามกัก ‘ใบจบ’ บี้หนี้ค่าเทอม สภาผู้บริโภคยื่น 5 ข้อเสนออุดช่องว่างรีดเงิน
News จี้ ศธ. รื้อประกาศปี’54 ห้ามกัก ‘ใบจบ’ บี้หนี้ค่าเทอม สภาผู้บริโภคยื่น 5 ข้อเสนออุดช่องว่างรีดเงิน
SC เปิดเกมครึ่งปีหลัง ส่ง “แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก” เสิร์ฟตลาดบ้านหรู พรีเซล 4-5 ก.ค.นี้
Real Estate SC เปิดเกมครึ่งปีหลัง ส่ง “แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก” เสิร์ฟตลาดบ้านหรู พรีเซล 4-5 ก.ค.นี้
วิจัยกสิกรไทย : 29 ปี ลอยตัวค่าเงินบาท 3 บทเรียนที่เปลี่ยนเศรษฐกิจไทย
Finance วิจัยกสิกรไทย : 29 ปี ลอยตัวค่าเงินบาท 3 บทเรียนที่เปลี่ยนเศรษฐกิจไทย
ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (2 ก.ค.) ปิดที่ 1,593.56 จุด เพิ่มขึ้น 5.33 จุด (+0.34%) หุ้นแบงก์ตัวแบกพา SET บวกต่อ
Finance ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (2 ก.ค.) ปิดที่ 1,593.56 จุด เพิ่มขึ้น 5.33 จุด (+0.34%) หุ้นแบงก์ตัวแบกพา SET บวกต่อ
‘อรทัยซูชิวังหลัง’ แชมป์ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab กวาดยอดขายทะลุ 4 แสนบาท
Business ‘อรทัยซูชิวังหลัง’ แชมป์ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab กวาดยอดขายทะลุ 4 แสนบาท
ดูทั้งหมด

คนไทยหนี้ท่วม 14.6 ล้านล้าน NPL กระฉูด “หนี้นอกระบบ” เบ่งบาน

03 เม.ย. 2565 | 11:10น.
เงินกู้ฉุกเฉิน

เงินกู้ฉุกเฉิน

ธปท.เปิดตัวเลข “หนี้ครัวเรือน” ปี 2564 ทะลุ 14.58 ล้านล้านบาท คิดเป็น 90.1% ต่อจีดีพี เผยภาคครัวเรือนอ่อนแอกระทบความสามารถชำระหนี้ แบงก์-น็อนแบงก์ผวา NPLเข้มปล่อยกู้ ดัน “หนี้นอกระบบ” เติบโตเป็นระเบิดเวลายุคค่าครองชีพแพง ผู้ประกอบการ “พิโกไฟแนนซ์” ภาคตะวันออก-อีสาน ชี้พิษเศรษฐกิจทำ NPL พุ่งถึง 20-25% คลังเผยผู้รับใบอนุญาต “พิโกไฟแนนซ์” หลายรายขอปิดตัว

หนี้ครัวเรือนทะลุ 90.1%

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศตัวเลขหนี้ครัวเรือนไทยคงค้าง ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 14.58 ล้านล้านบาท เติบโตขึ้นประมาณ 3.9% (YOY) ใกล้เคียงกับ 4.0% ในปี 2563 แต่เนื่องจากเศรษฐกิจที่ยังเติบโตช้าทำให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพียังคงขยับสูงขึ้นมาที่ระดับ 90.1% ในปี 2564 จากระดับ 89.7% ในปี 2563

โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานว่า ข้อมูลสถิติในระดับครัวเรือนพบว่าการระบาดโควิด-19 ที่ยืดเยื้อส่งผลกระทบต่อเนื่องทำให้ฐานะทางการเงินของภาคครัวเรือนอ่อนแอลง และยังมีครัวเรือนบางกลุ่มที่ยังอยู่ภายใต้มาตรการช่วยเหลือของสถาบันการเงิน ซึ่งสะท้อนว่าภาคครัวเรือนไทยยังมีประเด็นกดดันกำลังซื้อ และความสามารถในการชำระหนี้ ซึ่งอ่อนไหวต่อสภาวะที่ไม่แน่นอนของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และจังหวะดอกเบี้ยขาขึ้นในระยะข้างหน้า

สำหรับในปี 2565 ศูนย์วิจัยกสิกรฯคาดว่ายอดคงค้างหนี้ครัวเรือนไทยจะยังคงขยับขึ้นต่อเนื่อง แต่เมื่อเทียบกับมูลค่าเศรษฐกิจที่วัดจาก Nominal GDP ที่เติบโตสูงตามภาวะเงินเฟ้อ จึงประเมินว่าสัดส่วนหนี้ครัวเรือนอาจชะลอลงมาอยู่ที่กรอบ 86.5-88.5% ต่อจีดีพี อย่างไรก็ดีสัดส่วนหนี้ครัวเรือนดังกล่าวยังคงสูงกว่าระดับก่อนเกิดวิกฤตโควิด และเป็นหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้าง
ที่กดดันเศรษฐกิจ

แบงก์เข้มหนุน “หนี้นอกระบบ”

ดร.ยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Wealth ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตัวเลขสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีของไทยยังสูงสุดในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา โดยอีไอซี (Economic Intelligence Center) ของธนาคารไทยพาณิชย์คาดว่าในปี 2565 หนี้ครัวเรือนยังมีแนวโน้มขยายตัว 3-5% จากความต้องการสภาพคล่องของภาคครัวเรือน ขณะที่รายได้ยังไม่ฟื้นตัว และยังมีปัจจัยเสี่ยงจากการระบาดของโอมิครอน

ทั้งนี้ จากข้อมูล Google Trends พบว่าปริมาณการค้นหาคำว่า “เงินกู้-เงินด่วน” ในไตรมาส 1/65 ยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยช่วงก่อนโควิด-19 อยู่ราว 30% ขณะที่สถาบันการเงินต่าง ๆ มีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลมากขึ้น ส่งผลให้ครัวเรือนบางส่วนหันไปพึ่งพาเงินนอกระบบมากขึ้น และมีแนวโน้มหนี้นอกระบบอาจเพิ่มขึ้นได้อีกเมื่อรายได้ปรับขึ้นไม่ทันกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น

ดร.ยรรยงกล่าวว่า จากการคำนวณข้อมูลภาวะเศรษฐกิจและครัวเรือนในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 พบว่าตัวเลขหนี้นอกระบบอยู่ที่ 8.5 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 1.8% ของหนี้ทั้งหมด เป็นการเพิ่มขึ้น 78% เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่มีปริมาณหนี้นอกระบบอยู่ที่ 4.78 หมื่นล้านบาท หรือ 1.3% ของหนี้ทั้งหมด ถือเป็นการกลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งของหนี้นอกระบบหลังจากที่มีแนวโน้มลดลงในปี 2562 และมองว่าความต้องการหนี้นอกระบบอาจเพิ่มขึ้นได้อีกเมื่อรายได้ปรับขึ้นไม่ทันค่าครองชีพที่เพิ่มสูง

“ปริมาณหนี้นอกระบบที่เพิ่มขึ้น 78% สะท้อนถึงความเดือดร้อนมากขึ้นของครัวเรือน และภาระค่าครองชีพที่แพงขึ้น อาจจะกระทบครัวเรือนที่มีรายได้น้อยซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางอาจจะกระทบมากขึ้น และเป็นกลุ่มที่จะหันพึ่งพานอกระบบ”

NPL “พ่อค้าแม่ค้า” พุ่ง

นายไชยวัฒน์ อึงสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรีมันนี่ จำกัด ผู้ประกอบการธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์รายใหญ่ใน 6 จังหวัดภาคตะวันออก เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์พิโกไฟแนนซ์ภาพรวมยังทรงตัว โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่รับโฉนดที่ดินและรับเล่มรถ ลูกค้าอาจจะรีไฟแนนซ์เพื่อให้ได้รับวงเงินกู้เพิ่ม แต่ไม่ค่อยมีการปล่อยกู้รายใหม่ ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) โตต่อเนื่อง

ส่วนหนึ่งเพราะผู้ประกอบการไม่มีเงินปล่อยกู้ให้กับลูกค้ารายใหม่ ซึ่งก็ต้องมีการฟ้องร้องบังคับคดีกับผู้ที่ผิดนัดชำระหนี้ตามกฎหมาย เนื่องจากมีหลักประกัน สุดท้ายเมื่อติดโนติส มีหนังสือทวงถามหนี้ และเกิดการฟ้องร้องขึ้น ผู้ประกอบการจึงจะได้ที่ดินหรือเล่มทะเบียนรถ และรอขายทอดตลาดเพื่อให้ได้เงินคืน

นายไชยวัฒน์กล่าวว่า กลุ่มอาชีพที่เป็น NPL มากที่สุดเป็นพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งกู้เงินไปลงทุนขายของ แต่สถานการณ์ไม่ดี สินค้าที่ลงทุนไปขายไม่ได้ ก็ไม่มีเงินมาคืน โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยที่เงินกู้เฉลี่ยประมาณ 10,000-30,000 บาท/ราย เมื่อครบกำหนดคืน ก็หันไปกู้จากผู้ประกอบการรายอื่นมาโปะหนี้เก่า กู้ไปเรื่อย ๆ วนมาวนไปตามสถานการณ์

“ในแวดวงผู้ประกอบการพิโกไฟแนนซ์ ทั่วไปน่าจะปล่อยกู้ให้พ่อค้าแม่ค้าประมาณ 20% จากลูกค้าทั้งหมด และในจำนวนนี้เป็น NPL กว่า 80% คิดเป็นสัดส่วนเท่ากับ 15% เมื่อเทียบกับลูกค้ารวมกลุ่มใหญ่ แต่กลุ่มที่น่าเป็นห่วงคือลูกค้าที่ใช้หลักประกันเป็นโฉนดที่ดิน เพราะถ้ามีปัญหามาจะถูกยึดที่ดินจนไม่มีที่ดินทำกินหรือไม่มีที่อยู่อาศัย ดูแล้วสังคมค่อนข้างบอบช้ำ” นายไชยวัฒน์กล่าวและว่า

หน่วยงานรัฐที่ดูแลเรื่องนี้มีเพียงการโฆษณาประชาสัมพันธ์การแก้หนี้ที่ไม่จริงจัง หากยังปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ปัจจุบัน NPL โดยรวมของพิโกไฟแนนซ์ปัจจุบันอยู่ที่ 25-35% คงจะโตขึ้นอีกถึง 40% จนกว่าผู้ประกอบการจะฟ้องร้องให้ได้เงินกลับคืนมา NPL ถึงจะลดลง

ระเบิดเวลา “หนี้นอกระบบ”

นายไชยวัฒน์กล่าวว่า สำหรับทรีมันนี่ช่วงนี้ผ่อนผันการชำระหนี้ให้ลูกค้าที่ตกงานหรือยังไม่มีเงินคืนอยู่ ยกเว้นจงใจเจตนาฉ้อโกงถึงจะส่งเรื่องฟ้อง ปัจจุบันปล่อยสินเชื่อไปแล้ว 630 ล้านบาท และปี 2565 ตั้งเป้าปล่อยกู้รวม 1,000 ล้านบาท สำหรับกลุ่มลูกค้าของทรีมันนี่กลุ่มพนักงานโรงงานที่ใช้บัญชีเงินเดือนค้ำประกันกว่า 95% ในพื้นที่ 6 จังหวัด รวม 10 สาขา และในเดือน พ.ค. 2565 จะขยายสาขาเพิ่มสาขาที่ 11 ที่ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง โดยกลุ่มลูกค้าใช้โฉนดที่ดินหรือเล่มรถค้ำประกันนั้นมีน้อยมาก เพราะกลุ่มนี้ต้องการวงเงินสูง แต่บริษัทเป็นพิโกไฟแนนซ์ปล่อยกู้ได้ไม่เกิน 50,000 บาท/ราย

ทั้งนี้ ปกติ NPL ของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 11-12% แต่ปัจจุบัน NPL พุ่งขึ้นอยู่ที่ระดับ 20% เรียกได้ว่าเป็น NPL ชั่วคราวด้วยสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งยังพอรับได้และมีกำไรอยู่ คาดว่าในช่วงเดือนเม.ย. 2565 เป็นช่วงโรงงานจ่ายโบนัส จะทำให้ NPL ลดลงมาเป็นปกติ

“ปัญหาหนี้ของประชาชนจากที่คิดว่าจะค่อย ๆ น้อยลงไม่เกิน 5 ปี กลับยืดไปอีกไม่ต่ำกว่า 10 ปี ใช้สินเชื่อกันระยะยาว ซึ่งเป็นแรงงานกว่าครึ่งของประเทศ ลูกค้ามีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ขณะที่เงินเดือนเท่าเดิม ทำงานหนักกว่าเดิม แต่ค่าครองชีพสูงขึ้น สินค้าขึ้นราคาไม่ต่ำกว่า 20% ทำให้หลายคนหันไปกู้เงินนอกระบบ กำลังเป็นระเบิดบูมอยู่ทุกหย่อมหญ้า เพราะกู้ง่าย ได้เงินเร็ว ดอกเบี้ยสูง ทวงโหด ผลประโยชน์มหาศาล แต่การกู้เงินในระบบทำได้ยาก เพราะผู้ประกอบการพิโกไฟแนนซ์เองไม่มีแหล่งเงินทุน”

พิโกฯอีสานเจอหนี้เสียอ่วม

ด้านนายนพดล อุบลแก้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท กิจวัฒนา 99 จำกัด จังหวัดขอนแก่น ผู้ประกอบการพิโกไฟแนนซ์รายใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า พิษเศรษฐกิจ ปัญหาหนี้ครัวเรือน ตลอดจนสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับราคาสูงขึ้น เป็นสาเหตุหลักทำให้ภาพรวมของสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ในจังหวัดขอนแก่นเป็น NPL เฉลี่ยอยู่ประมาณ 20% เนื่องจากเงินที่ลูกค้าหามาได้เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือน้อยมาก

เฉพาะในส่วนของบริษัท กิจวัฒนาฯมีNPL สัดส่วนกว่า 17% นับตั้งแต่ช่วงสิ้นปี 2564 จากที่ปล่อยกู้ไปประมาณ 12 ล้านบาท ถือว่ายังประคับประคองตัวอยู่ได้ โดยในปี 2565 ตั้งเป้าจะปล่อยกู้รวม 30 ล้านบาท

สำหรับลูกค้าของบริษัทที่เกิด NPL ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มลูกจ้างบริษัทเอกชนที่กู้เฉลี่ย 30,000 บาท/ราย เพราะหลายคนเริ่มตกงาน ถูกเลิกจ้างบ้าง เมื่อเข้ามาติดต่อทางบริษัทได้พูดคุยผ่อนผันกันทุกกรณี แต่ส่วนมากไม่กลับมาติดต่อเลย แม้จะยื่นฟ้องลูกหนี้ก็ไม่ไปศาลจนศาลต้องตัดสินฝ่ายเดียว คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 15% จากที่เกิด NPL ทั้งหมด

“ภาพรวมปัจจุบันคาดว่า NPL ยังคงไม่ลดลง มีแต่ทรงตัวและเพิ่มขึ้นต่อเนื่องน่าจะถึง 30% เป็นเหมือนกันหมดทุกราย ซึ่งขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของแต่ละบริษัท ทำให้ผู้ประกอบการพิโกไฟแนนซ์ระมัดระวังในการปล่อยกู้มากขึ้น อยู่กับคุณสมบัติของลูกค้า ทำให้ตัวเลขยอดการปล่อยสินเชื่อชะลอลงพอสมควร แตกต่างจากหนี้นอกระบบที่เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก”

คลังชี้พิโกฯปล่อยกู้หนี้เสีย18%

น.ส.สภัทร์พร ธรรมาภรณ์พิลาศ รองผู้อำนวยการ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ขณะนี้การปล่อยสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ภาพรวมถือว่าทรงตัว ไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะรายได้ของประชาชนที่ลดลงด้วยสภาพเศรษฐกิจจึงอาจทำให้การขอสินเชื่อมีแนวโน้มชะลอลงเล็กน้อย ซึ่งจากข้อมูลเดือน ม.ค.2565 สินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 4,766 ล้านบาท จากสิ้นเดือน ธ.ค. 2564 อยู่ที่ 5,377 ล้านบาท

ขณะที่สัญญาณหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก โดย ณ สิ้นเดือน ม.ค. 2565 เอ็นพีแอลอยู่ที่ 876.32 ล้านบาท หรือ 18.39% ของสินเชื่อคงค้าง จากเดือน ธ.ค. 2564 NPL อยู่ที่ 949.11 ล้านบาท คิดเป็น 17.65% ส่วนหนี้ค้างชำระ 1-3 เดือน (SM) เดือน ม.ค. 2565 อยู่ที่ 652.82 ล้านบาท หรือ 13.7% จากเดือน ธ.ค. 2564 อยู่ที่ 802,68 ล้านบาท หรือ 14.93%

ลวงกู้นอกระบบเพียบ

“อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังเริ่มเห็นสัญญาณการปล่อยสินเชื่อจากผู้ประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์ต่อรายในวงเงินที่ลดลง โดยส่วนใหญ่จะเป็นการปล่อยกู้ระยะสั้น ไม่ได้ปล่อยสินเชื่อยาวเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากกลัวความเสี่ยงของบริษัทเองด้วย” น.ส.สภัทร์พรกล่าว

ส่วนกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์แสดงความคิดเห็นว่า การปล่อยสินเชื่อแผ่วลง เนื่องจากคนหันไปกู้หนี้นอกระบบนั้น กระทรวงการคลังไม่มีข้อมูลว่าคนหันไปพึ่งหนี้นอกระบบมากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ดี ขณะนี้มีกลุ่มที่หลอกลวงให้คนเข้าสู่หนี้นอกระบบเป็นจำนวนมาก มีความเป็นไปได้ว่าผู้ที่ต้องการเงินด่วนอาจจำเป็นต้องหันไปกู้หนี้ยืมสินนอกระบบ

ถกลดดอกเบี้ย-หวั่นเอฟเฟ็กต์

ส่วนจะมีการพิจารณาช่วยลดภาระประชาชนด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ลงอีกหรือไม่นั้น น.ส.สภัทร์พร กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงการคลังก็ได้มีการหารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในเรื่องดังกล่าวอยู่ อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้มีการลดอัตราดอกเบี้ยพิโกไฟแนนซ์ส่วนที่มีหลักประกันลงมาแล้ว จาก 36% ต่อปี เหลือ 33% ต่อปี โดยภาพรวมหากปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอาจจะไม่ได้เป็นการช่วยเหลือประชาชน เพราะไม่มั่นใจว่าบริษัทพิโกไฟแนนซ์จะยังปล่อยสินเชื่อให้กับประชาชนอยู่หรือไม่ หรืออาจจะยิ่งเป็นการผลักภาระให้กับประชาชนมากขึ้น

“เราก็มีการหารือกับ ธปท.ว่า ถ้ามีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาอีก จะเป็นการผลักให้คนไปก่อหนี้เพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะจากเดิมการคิดดอกเบี้ย 33% ต่อปี ก็ต่ำกว่าหนี้นอกระบบเป็นอย่างมาก จึงเป็นการพิจารณาสองด้าน เพราะเราก็ยังไม่มั่นใจว่าหากนโยบายออกไปว่าจะลดอัตราดอกเบี้ยลงมาอีก จะกลายเป็นโทษให้กับประชาชนด้วยหรือไม่”

ธุรกิจพิโกฯทยอยปิดกิจการ

รองโฆษก สศค.กล่าวว่า นอกจากนี้ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ ก็มีการปล่อยสินเชื่อในรูปแบบดิจิทัลเลนดิ้งจำนวนมาก ทั้งในส่วนของธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบการที่ไม่ใช่ธนาคาร (น็อนแบงก์) ซึ่งก็จะทำให้เกิดการแข่งขันในระบบ รวมถึงในแง่ของการลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อให้สามารถแข่งขันในธุรกิจได้

“สิ่งเหล่านี้กลไกตลาดจะทำให้แข่งกันเอง ลูกค้าก็จะได้รับประโยชน์มากขึ้น โดยบริษัทพิโกไฟแนนซ์ก็จะต้องลดอัตราดอกเบี้ยลงมา เพื่อแข่งขันกับตลาดในภาพรวม มิฉะนั้นธุรกิจก็อาจจะอยู่ไม่ได้ โดยกระทรวงการคลังก็เห็นสัญญาณผู้ประกอบการพิโกไฟแนนซ์หลายบริษัทที่มายื่นขออนุญาตปิดกิจการ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเหตุผลมาจากสถานการณ์ที่กล่าวมาข้างต้นด้วย โดยขณะนี้มีผู้ประกอบการทยอยยื่นขอปิดกิจการเข้ามาเรื่อย ๆ เดือนละ 3-4 ราย รวมถึงหลายรายได้ใบอนุญาตแล้วก็ไม่ได้ประกอบธุรกิจ”

น.ส.สภัทร์พรกล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจพิโกไฟแนนซ์มีอยู่เป็นหลักพันรายแล้ว โดยข้อมูล ณ 31 ม.ค. 2565 มีผู้ได้รับใบอนุญาต 1,067 ราย ซึ่งเปิดดำเนินการแล้ว 1,036 ราย ใน 75 จังหวัด ส่วนหนึ่งเพราะประชาชนมีทางเลือกในการเข้าถึงสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยต่ำหลากหลายช่องทาง อาจไม่จำเป็นต้องขอสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ที่มองว่าอัตราดอกเบี้ยยังค่อนข้างสูง

และช่วงโควิดรัฐบาลก็ออกมาตรการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ทั้งจากธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ประชาชนก็จะไปเข้าร่วมขอสินเชื่อจากส่วนนั้นมากกว่า สิ่งเหล่านี้ก็เป็นความท้าทายที่ผู้ประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์จะต้องปรับตัว

“กู้ในระบบ” ยากขึ้น

ด้านนายสุธัช เรืองสุทธิภาพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เงินเทอร์โบ จำกัด เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แนวโน้มความต้องการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ยังคงขยายตัวในระดับสูง เนื่องจากเป็นสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน และวงเงินปล่อยกู้เฉลี่ยไม่เกิน 1 แสนบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 33%

อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าปัจจุบันธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบการน็อนแบงก์มีความเข้มงวดและคัดกรองลูกค้าในการปล่อยสินเชื่อกลุ่มนี้มากขึ้น เนื่องจากไม่มีหลักประกัน ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดเอ็นพีแอลค่อนข้างสูง และเนื่องจากวงเงินเล็ก หากเป็นหนี้เสีย ต้นทุนการเรียกเก็บหนี้สูง จะไม่คุ้มกับวงเงินสินเชื่อและดอกเบี้ยที่ได้รับ ทำให้ในตลาดเพิ่มความเข็มงวดปล่อยกู้มากขึ้น

“ความต้องการสินเชื่อมีสูงอยู่แล้ว แต่แบงก์และน็อนแบงก์เลือกลูกค้าในการปล่อย เพราะนาโนไฟแนนซ์วงเงินน้อย เฉลี่ยหลักหมื่นบาท ดอกเบี้ยถูกคุมเพดานจาก 36% เหลือ 33% คิดดอกเบี้ยเฉลี่ยต่อเดือนไม่ถึงร้อยบาท แต่มาเจอค่าทวงถามหนี้ก็ไม่คุ้มกัน ทำให้คนกู้ในระบบยากขึ้น จึงเป็นสาเหตุให้ลูกค้าบางส่วนหันไปพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ และเราจะเห็นเงินกู้นอกระบบยังคงเพิ่มขึ้นอีก”

ขณะที่นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ความต้องการสินเชื่อกลุ่มนาโนไฟแนนซ์ยังคงมีต่อเนื่องเป็นปกติ โดยบริษัทจะเน้นปล่อยสินเชื่อฐานลูกค้าเดิมที่มีอยู่กว่า 3 ล้านราย เนื่องจากเป็นสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน เพื่อลดความเสี่ยงซึ่งโดยเฉลี่ยวงเงินปล่อยอยู่ที่ 1.5-2 หมื่นบาทต่อราย โดยปัจจุบันเอ็นพีแอลอยู่ที่ 1-1.2% ส่วนหนึ่งมาจากความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ

ทั้งนี้ สำหรับผู้ได้รับอนุญาตสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ วงเงินกู้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อราย ดอกเบี้ยไม่เกิน 33% ต่อปี วงเงินกู้ไม่เกิน 5 หมื่นบาทต่อราย ดอกเบี้ยไม่เกิน 36% ต่อปี ขณะที่สินเชื่อพิโกพลัส วงเงินกู้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อราย โดย 5 หมื่นบาทแรก ดอกเบี้ย 36% ต่อปี และ 5 หมื่นบาทที่เหลือคิดดอกเบี้ยไม่เกิน 28% ต่อปี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พิโกไฟแนนซ์ หนี้นอกระบบ