Skip to content

กรุงศรี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 34.00-34.75 บาท/ดอลลาร์

23 พ.ค. 2565 | 11:40น.
กรุงศรี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 34.00-34.75 บาท/ดอลลาร์

กรุงศรี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 34.00-34.75 บาท/ดอลลาร์ ตลาดติดตามรายงานประชุมเฟด รวมถึงปัจจัยในประเทศ “รายงานส่งออก เม.ย.-ผู้ว่าฯ ธปท.ย้ำไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย”

วันที่ 23 พฤษภาคม 2565 กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า กรุงศรี มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ (23-27 พ.ค.) ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 34.00-34.75 บาท/ดอลลาร์

เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 34.29 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 34.25-34.72 บาท/ดอลลาร์ เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินย่อลงต่อเนื่องจากจุดสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี และเป็นการปรับฐานลงครั้งใหญ่นับตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม

ทางด้านประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แสดงความมุ่งมั่นว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยจนกว่าเงินเฟ้อลดลงอย่างชัดเจน โดยเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกมากเท่าใดและเร็วแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ขณะที่เฟดจะประเมินในแต่ละรอบการประชุมและจะพิจารณาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ท่าทีดังกล่าวสนับสนุนการคาดการณ์ของนักลงทุนที่ว่าอัตราดอกเบี้ยเป้าหมายของเฟดจะแตะระดับ 2.75-3.00% ภายในสิ้นปีนี้ จาก 0.75-1.00% ในปัจจุบัน

ส่วนธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) แสดงความเห็นที่หนักแน่นมากขึ้นต่อความจำเป็นสำหรับการปรับนโยบายเพื่อดูแลเงินเฟ้อ ส่งผลให้เงินยูโรได้แรงหนุนจากช่องว่างนโยบายการเงินระหว่างเฟดกับอีซีบีที่อาจแคบลง
ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทยมูลค่า 9,362 ล้านบาท และ 12,604 ล้านบาท ตามลำดับ

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรีคาดว่า ตลาดจะติดตามรายงานประชุมเฟดเมื่อวันที่ 3-4 พฤษภาคม และข้อมูลใช้จ่ายบริโภคส่วนบุคคลของสหรัฐ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดหลายรายการเริ่มบ่งชี้การชะลอตัว โดยกรุงศรีมองว่าอาจเร็วเกินไปที่ค่าเงินดอลลาร์จะพลิกแนวโน้มกลับเป็นขาลงในเวลานี้ อย่างไรก็ดี เริ่มมีสัญญาณเบื้องต้นว่าดอลลาร์ไม่ตอบสนองเชิงบวกต่อการปิดรับความเสี่ยง

บ่งชี้ว่าตลาดกำลังกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งอาจกดดันบอนด์ยีลด์ในระยะถัดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเฟดแสดงท่าทีวิตกต่อภาวะตลาดการเงินตึงตัวและระมัดระวังต่อการคุมเข้มนโยบายในช่วงครึ่งปีหลัง

นอกจากนี้ นักลงทุนบางส่วนมีความหวังว่าเศรษฐกิจจีนผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว ขณะที่จีนจะกลับมาเปิดกิจกรรมต่าง ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไปอีกครั้ง

สำหรับปัจจัยในประเทศ กระทรวงพาณิชย์จะรายงานข้อมูลส่งออกนำเข้าเดือนเมษายน ทางด้านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่าไทยไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายตามสหรัฐ เนื่องจากต้องดูปัจจัยภายในเป็นหลัก ขณะที่การเคลื่อนย้ายเงินทุนขณะนี้ยังไม่เป็นประเด็น อีกทั้งไทยมีฐานะด้านต่างประเทศที่มีเสถียรภาพสามารถรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ ทางการมองค่าเงินบาทที่ผันผวนสูงเกิดจากปัจจัยภายนอก ซึ่ง ธปท.จะติดตามใกล้ชิด

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท