เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

จับเทรนด์กอง Health Care ลงทุนสู้ “เงินเฟ้อ-ตลาดผันผวน”

10 มิ.ย. 2565 | 09:15น.
โรงพยาบาล สุขภาพ

โรงพยาบาล สุขภาพ

ในภาวะที่ตลาดผันผวน อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง นักลงทุนหลายคนต่างมองหาการลงทุนที่มีความทนทานต่อความผันผวนของตลาด และสู้กับภาวะเงินเฟ้อได้ดี ซึ่งว่ากันว่า กองทุนเฮลท์แคร์ (healthcare) ค่อนข้างน่าสนใจ

“ชญานี จึงมานนท์” นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจุบันกองทุนกลุ่ม Global Health Care มีจำนวน 50 กองทุน (รวมทุกชนิดหน่วยลงทุน) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 4.8 หมื่นล้านบาท (ณ 24 พ.ค. 2565) ในช่วง 4 เดือนแรกมีเงินไหลออกสุทธิ 1,200 ล้านบาท โดยกองทุนกลุ่มนี้ เน้นลงทุนหุ้นในอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ ทำให้มีความเสี่ยงจากการกระจุกตัวการลงทุน

อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมนี้ถือว่าเป็นกลุ่ม defensive ซึ่งหมายถึงกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวัฏจักรเศรษฐกิจค่อนข้างน้อย เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทำให้มักจะมีความเสี่ยงหรือความผันผวนน้อยกว่าทั้งในช่วงตลาดปรับตัวลงหรือขึ้น

ทั้งนี้ ในปี 2564 กองทุน Global Health Care ได้รับความนิยมจากกองทุนใหม่ที่เน้นลงทุนกลุ่มนวัตกรรมการดูแลสุขภาพ เป็นส่วนให้ในปีที่แล้วมีเงินไหลเข้ากลุ่ม Global Health Care รวม 3.2 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมา ภาวะตลาดที่ผันผวนก็ส่งผลกระทบต่อกองทุนเหล่านี้ด้วยเช่นกัน โดยผลตอบแทนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) อยู่ที่ -22.1% และรอบ 1 ปี อยู่ที่ -14.3% ทำให้ในช่วงนี้นักลงทุนอาจยังไม่เข้าลงทุนกลุ่มนี้มาก

สำหรับกองทุนที่มีผลตอบแทนสูงสุดในรอบ 1 ปี นำโดยกองทุน KWI HCARE-A และกองทุน KWI HCARE-D จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) คิงไว (เอเชีย) ผลตอบแทนอยู่ที่ 11.8% และ 11.7% ตามลำดับ ตามด้วยกองทุน TGHRMF-A จาก บลจ.ทิสโก้ ผลตอบแทนอยู่ที่ 3.9% (ดูตาราง)

กองทุน

“ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.จิตตะ เวลธ์ กล่าวว่า
ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมานักลงทุนเริ่มหันไปลงทุนใน defensive stock หรือหุ้นปลอดภัย ท่ามกลางปัจจัยหลากหลายที่กดดันให้ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง โดยเฉพาะ “หุ้นเฮลท์แคร์” ที่เป็นหนึ่งในกลุ่ม defensive stock เพราะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต สามารถปรับขึ้นราคาและมีรายได้เติบโตอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงก็ตาม หุ้นเฮลท์แคร์จึงเป็นกลุ่มที่มีความทนทานต่อภาวะเงินเฟ้อและความผันผวนกว่าหุ้นธุรกิจอื่น ๆ เหมาะสำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในช่วงนี้

โดยหุ้นเฮลท์แคร์ยังทำผลตอบแทนได้ดีมากในช่วงปีที่ผ่านมา เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งหากมองระยะยาวนักลงทุนสามารถเลือกลงทุนในหุ้นเฮลท์แคร์ที่เติบโต เพราะจะมาดิสรัปต์อุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ดั้งเดิมในอนาคต รวมทั้งจะเห็นว่าธีมบริการสุขภาพในสหรัฐ ยังให้ผลตอบแทนที่ดี โดยข้อมูล ณ 1 มิ.ย. 2565 พบว่า ผลตอบแทนช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา อยู่ที่ 1.27% และย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 4.77%

“อุตสาหกรรมเฮลท์แคร์มีจุดเด่นอยู่ที่ว่า เมื่อการรักษาแพงขึ้น จะยิ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ป่วยหรือผู้ใช้บริการ ทำให้อุตสาหกรรมนี้ มีอำนาจในการต่อรองผู้บริโภคสูงมาก ไม่มีใครกล้าไปต่อราคายาหรือค่ารักษาในโรงพยาบาล ตราบใดที่มนุษย์ยังเจ็บไข้ได้ป่วย ธุรกิจบริการสุขภาพเป็นเมกะเทรนด์ที่ไม่มีวันตาย จึงมั่นใจได้ในการเติบโต ที่สำคัญคือหากชื่นชอบหลักการลงทุนแบบเน้นคุณค่า (value investment) ตามสไตล์ Warren Buffett การลงทุนในหุ้นที่มีโอกาสเติบโตสูงในอนาคต การลงทุนในอุตสาหกรรมที่เติบโตไปเรื่อย ๆ ก็จะทำให้ผลตอบแทนของคุณ เติบโตไปในทิศทางเดียวเช่นกัน” นายตราวุทธิ์กล่าว

ด้าน “ชยนนท์ รักกาญจนันท์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีน่า กล่าวว่า สถานะของกลุ่มกองทุนเฮลท์แคร์มีการเติบโตและเป็น defensive ซึ่งคือหุ้นที่มีความทนทานในทุกสภาพตลาด เพราะมีพื้นฐานค่อนข้างแข็งแกร่ง เนื่องจากยาถือเป็นปัจจัย 4 เพราะฉะนั้นกลุ่มย่อยข้างในเฮลท์แคร์อย่างกลุ่มยาเวชภัณฑ์, ไบโอเทคโนโลยี หรือพวกอุปกรณ์ทางการเเพทย์ ค่อนข้างเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงสถานการณ์โควิด

นอกจากนี้ นักลงทุนยังมองเป็นหุ้นเติบโต (growth stock) เพราะถึงแม้หุ้นนวัตกรรมจะถูกเทขายทิ้ง แต่หุ้นยา หุ้นโรงพยาบาล หรือหุ้นอุปกรณ์ทางการแพทย์ กำไรยังเติบโตได้ดี

“ในช่วงที่ตลาดปรับตัวขึ้น กลุ่มเฮลท์แคร์ก็ปรับตัวขึ้นมาได้ดีใกล้เคียงกับหุ้น growth stock ขณะที่ในช่วงตลาดปรับฐานกลุ่มเฮลท์แคร์ ก็ปรับลงมาน้อยใกล้เคียงหุ้น defensive จึงถือว่าหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์เป็นไฮบริดเซ็กเตอร์ แม้ผลตอบแทนปัจจุบันจะติดลบอยู่ แต่ภาพรวมถือว่าติดลบน้อยกว่าหุ้นเทคโนโลยีค่อนข้างเยอะ ขณะที่ตอนบวกขึ้นก็บวกได้ดีกว่าหุ้นอสังหาริมทรัพย์ หรือสินค้าอุปโภคบริโภค”

แม้ว่าผลตอบแทนโดยเฉลี่ยของกองทุนเฮลท์แคร์จะยังติดลบ แต่ก็ติดลบน้อยกว่าอีกหลายกองทุนกลุ่มอื่น ๆ ขณะเดียวกันเฮลท์แคร์ยังเป็นอุตสาหกรรมที่มีโอกาสเติบโตสูงในอนาคต ทำให้นักลงทุนจำนวนไม่น้อย เลือกกองทุนเฮลท์แคร์ไว้ในพอร์ต เพื่อเป็นการลงทุนระยะยาว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กองทุน เฮลท์แคร์