เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
Columns วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
Biz Movement เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
Real Estate ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
Real Estate ‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
‘แบงก์กรุงเทพ’ อัด 6.3 พันล้าน หนุนบิ๊กดีล ‘แสนสิริ’ ซื้อโรงแรมหรู
Real Estate ‘แบงก์กรุงเทพ’ อัด 6.3 พันล้าน หนุนบิ๊กดีล ‘แสนสิริ’ ซื้อโรงแรมหรู
ศุภจี ขอผู้ส่งออกชะลอ 30-50 % ช่วง 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้สินค้าในประเทศทั่วถึง
Economic ศุภจี ขอผู้ส่งออกชะลอ 30-50 % ช่วง 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้สินค้าในประเทศทั่วถึง
ดูทั้งหมด

กรุงเทพประกันภัย ถอดบทเรียน จ่ายเคลม “เจอจ่ายจบ” เสียหาย 1,000%

07 ก.ค. 2565 | 08:15น.
ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน
สัมภาษณ์

ธุรกิจประกันภัยได้บทเรียนครั้งสำคัญ จากการเข้าไปรับประกันภัยโควิด-19 แบบ “เจอจ่ายจบ” โดยหลายบริษัทถึงกับต้องปิดตัวลง และอีกหลายบริษัทที่แม้ไม่ถึงกับต้องปิดฉาก แต่ก็ “เจ็บหนัก” ไม่แพ้กัน

หนึ่งในนั้นก็คือ “บมจ.กรุงเทพประกันภัย” (BKI) ที่ต้องจ่ายเคลมไปมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งล่าสุด “ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน” ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนถึงบทเรียนดังกล่าว

“เจอจ่ายจบ” บทเรียนราคาแพง

โดย “ดร.อภิสิทธิ์” เริ่มต้นด้วยการยอมรับว่า การขายประกันภัยโควิด “เจอจ่ายจบ” นับเป็นบทเรียนราคาแพงมาก ๆ ของอุตสาหกรรมประกันภัย ในการคำนึงถึงการดูแลประชาชนค่อนข้างไปทางรากหญ้า เพื่อให้ได้รับเงินชดเชย เมื่อต้องกักตัวและขาดรายได้ โดยเจตนาดีในการออกกรมธรรม์เจอจ่ายจบ คือ บริษัทต้องการให้ลูกค้าได้รับเงินบางส่วนจากการติดเชื้อ เพื่อไปจุนเจือในช่วงกักตัว ซึ่งรับรองและเห็นชอบโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

โดยจากช่วงการระบาดโควิดสายพันธุ์เดลต้าและอัลฟ่า ทุกคนป้องกัน ไม่กล้าติด เพราะกลัวตาย เหตุเชื้อลงปอด แต่พอมาถึงสายพันธุ์โอมิครอน หลายคนตั้งใจติดเชื้อ มีการขอน้ำลายไปกิน หรือขายแมสก์ที่มีเชื้อโควิดอยู่ ทำให้บางครอบครัวที่ทำประกันไว้หลายบริษัท เมื่อมีสมาชิกของบ้านติดเชื้อ อีก 4-5 คนก็ติดหมด ทำให้ได้เงินประกันไปสูงกว่า 8 แสนบาท-1 ล้านบาท

“ทุกอย่างพลิกผันไปหมด เพราะมีประชาชนจำนวนหนึ่งแสวงหาผลประโยชน์ โดยคำแนะนำของผู้รู้หลากหลายจำพวก ทำให้เห็นภาพการติดเชื้อทั้งครอบครัว บางรายมีการออกรถใหม่ป้ายแดง สามารถปลดหนี้บ้านได้หมด ซึ่งเรายอมรับว่าเราวางกับดักตัวเราเอง ต้องโทษตัวเองเหมือนกันที่ประเมินสถานการณ์โควิดได้ไม่ครอบคลุม แม้เราจะคิดถึงการทุจริตเพื่อหวังเงินประกัน (moral hazard) เป็นปัจจัยพื้นฐานไว้แล้ว แต่ไม่คาดคิดว่า moral hazard ในสังคมไทยจะเกิดขึ้นมากขนาดนี้ ในการแสวงหาผลประโยชน์จากการมีประกันภัย”

ดังนั้น ต่อไปการออกแบบประกันภัยเพื่อประชาชนในระดับไมโครอินชัวรันซ์และนาโนอินชัวรันซ์ เป็นสิ่งที่ภาคธุรกิจต้องใส่ใจและระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะนี่คือ ธรรมชาติของคนไทยที่เกิดการเรียนรู้ระดับกว้างของสังคมไปแล้ว

“การทำอะไรที่ไม่มีสถิติรองรับอย่างชัดเจน เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก เพราะถือว่าการรับประกันครั้งนี้ เป็นการคาดเดาด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ใช่เฉพาะบริษัทประกันภัย แต่รวมถึงหน่วยงานกำกับด้วย”

เคลมโควิด 2 ปีทะลุ 1 หมื่นล้าน

ทั้งนี้ กรมธรรม์ประกันภัยโควิดของบริษัทกว่า 1.35 ล้านฉบับ ได้หมดอายุความคุ้มครองไปแล้วเกือบ 99% เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยปี 2564 บริษัทต้องจ่ายเคลมสุทธิที่หักการประกันภัยต่อแล้ว จำนวน 3,400 ล้านบาท ส่วนในปี 2565 นี้ คาดว่าจะมีเคลมสุทธิเกิดขึ้นทั้งสิ้นกว่า 8,700 ล้านบาท

โดยยอดเคลมส่วนใหญ่กว่า 5,800 ล้านบาท ถูกบันทึกความเสียหายไปแล้วในงบฯไตรมาส 1 ซึ่งในช่วง มี.ค. 2565 เป็นช่วงพีก (สูงสุด) ของการแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนที่ติดเชื้อง่าย แม้ฉีดวัคซีนไปแล้วกว่า 80% แต่อาการไม่รุนแรงและโอกาสเสียชีวิตน้อย จึงเกิดแรงจูงใจให้ประชาชนจำนวนมากตั้งใจติดเชื้อเพื่อเคลมประกัน

“ส่งผลให้ความเสียหายที่เกิดขึ้นจำนวนมากเกิดมาจากการทุจริตเพื่อหวังเงินประกัน ซึ่งยอมรับว่าควบคุมอัตราความเสียหาย (loss ratio) ได้ค่อนข้างยาก พบเคลมเข้ามาช่วงพีกถึงวันละกว่า 5,000 ฉบับ ต้องระดมพนักงานทำเคลมกว่า 400 คน นอกจากนี้ยังพบการเคลมฉ้อฉลประกัน (fraud claim) อีก เช่น การทำเอกสารเท็จ เป็นต้น ซึ่งได้ปฏิเสธการจ่ายไป”

“ดร.อภิสิทธิ์” กล่าวว่า บริษัทยังต้องบันทึกเคลมโควิดในงบการเงินงวดไตรมาส 2/2565 อีกกว่า 3,000 ล้านบาท โดยรวมแล้วบริษัทจะมีอัตราความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการรับประกันภัยโควิดกว่า 1,009% ทั้งนี้ ยอมรับค่อนข้างเจ็บตัว แต่ไม่หนักจนเกินไปเมื่อเทียบในอุตสาหกรรม เนื่องด้วยบริษัทมีการจำกัดวงเงินความคุ้มครองเฉลี่ยอยู่แค่ 50,000 บาท ในขณะที่บางบริษัทสูงถึง 1-2 แสนบาท

ไตรมาส 2 ยังขาดทุนรับประกัน

“ดร.อภิสิทธิ์” กล่าวว่า ไตรมาส 1 ที่ผ่านมา บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิจากการรับประกันภัย 3,500 ล้านบาท โชคดีมีผลตอบแทนการลงทุนเข้ามาช่วยไว้ ซึ่งหากตัดขาดทุนจากเคลมโควิดออกไป บริษัทจะมีกำไรเพิ่มขึ้น 40% จากประกันอัคคีภัย, ประกันภัยขนส่งทางทะเล, ประกันรถยนต์ และประกันภัยเบ็ดเตล็ด

ส่วนช่วงไตรมาส 2 คาดว่าจะยังคงขาดทุนสุทธิจากการรับประกันภัย เนื่องจากต้องบันทึกเคลมโควิดอีกกว่า 3,000 ล้านบาท แต่จะมีรายได้จากเบี้ยประกันประเภทอื่นเข้ามาช่วยทำกำไรได้เพิ่มขึ้น ประกอบกับจะมีผลตอบแทนการลงทุนเข้ามาช่วย ซึ่งถือว่าทำได้ค่อนข้างสูงกว่าปกติมาก นอกจากนี้ยังได้เบี้ยใหม่จาก 4 บริษัทที่ปิดตัวราว 5% ของเบี้ยเกือบ 1 หมื่นล้านบาทเข้ามาด้วย

ครึ่งปีหลังเบี้ยกลับสู่ภาวะปกติ

ส่วนในไตรมาส 3-4 ของปีนี้ มีแนวโน้มว่าบริษัทจะเริ่มปรับตัวดีขึ้น กลับสู่ภาวะปกติได้ และสามารถเติบโตก้าวกระโดดได้ เมื่อเทียบไตรมาส 3-4 ของปีที่แล้ว โดยอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) คาดว่าจะกลับไปยืนเหนือ 200% จากสิ้นไตรมาส 1/65 อยู่ที่ระดับ 172.3% สูงกว่าเกณฑ์ คปภ.กำหนดที่ 140% และในอนาคตคาดว่า CAR จะกลับไปสู่ระดับเดิมเหมือนช่วงก่อนโควิดที่ 240-300% สะท้อนถึงสถานะการเงินของบริษัทที่แข็งแกร่ง

“ปีนี้ตั้งเป้าเบี้ยรับโต 5-6% โดยครึ่งปีแรกยังโตไม่ถึง 2% ซึ่งแรงขับเคลื่อนหลักจะมาจากประกันรถยนต์ เนื่องจากคาดว่าในช่วงการระบาดโควิดสายพันธุ์ย่อย BA.4 และ BA.5 ภาคธุรกิจอาจกลับไปใช้นโยบายทำงานที่บ้าน (WFH) อีกครั้ง ซึ่งอาจทำให้การใช้รถน้อยลง ส่งผลให้การเกิดอุบัติเหตุจะลดลงได้ ประกอบกับสถานการณ์น้ำมันแพง คนประหยัดเงิน ใช้รถน้อยลงด้วย” ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพประกันภัยกล่าว