คลังให้ความรู้ทางการเงิน-การลงทุน เปิด 5 อันดับภัยการเงิน

วางแผนการเงิน

คลังร่วมสัมมนาวิชาการสร้างความรู้ความเข้าใจ “การเงิน-การลงทุน” พร้อมเปิด 5 อันดับภัยการเงิน ชี้ร้องเรียน ธปท. โดยตรงได้ที่สายด่วน 1213

วันที่ 7 กรกฎาคม 2565 นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยผลการสัมมนาวิชาการสร้างความรู้ความเข้าใจ เรื่องการคุ้มครองเงินฝากและการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน หัวข้อ “คุ้มครองการเงินไทยในยุค Next Normal” ครั้งที่ 2/2565 ว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และสร้างความมั่นใจในประเด็นการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ทั้งในด้านการคุ้มครองเงินฝาก การตรวจสอบข้อมูลเครดิต การคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน และผลิตภัณฑ์การลงทุน เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถบริหารจัดการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับสาระสำคัญของการสัมมนา ประกอบด้วย 1) นโยบายการคุ้มครองเงินฝากในภาพรวม อำนาจหน้าที่ พันธกิจ บทบาทของ สคฝ. ในการดำเนินนโยบายด้านการคุ้มครองเงินฝาก ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความคุ้มครอง ประโยชน์ของการคุ้มครองเงินฝากเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของระบบสถาบันการเงิน ความรู้ด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินเพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มผลตอบแทน สถานการณ์ภาพรวมของธนาคารพาณิชย์ไทย และในการจ่ายคืนเงินฝาก สคฝ. ซึ่งรับข้อมูลผู้ฝากเงินจากสถาบันการเงินที่อยู่ในความคุ้มครองจะจ่ายคืนผ่านทางพร้อมเพย์และเช็คทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ในบัตรประชาชนให้แก่ผู้ฝาก

พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า ประชาชนควรผูกพร้อมเพย์ผ่านทางหมายเลขบัตรประชาชนเท่านั้น ซึ่งการจ่ายเงินผ่านทางพร้อมเพย์จะทำให้ได้รับเงินคืนรวดเร็วกว่า ทั้งนี้ หากมีเงินฝากเกิน 1 ล้านบาท สามารถแบ่งเงินส่วนที่เกินจาก 1 ล้านบาท ไปลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ เช่น ตราสาร โลหะมีค่า กองทุนรวม หรือนำไปฝากไว้ต่างธนาคาร เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผลประกอบการธนาคารพาณิชย์อยู่ในเกณฑ์ที่มั่นคง จึงสามารถฝากไว้ในธนาคารเดียวกันได้

2) การดำเนินงานและกลไกการกำกับดูแลของ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ประกอบด้วย การทำความเข้าใจพื้นฐานและข้อมูลที่ใช้พิจารณาการกู้เงิน ความสำคัญของข้อมูลเครดิต ตลอดจนตอบคำถามเกี่ยวกับ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ที่พบได้บ่อย เช่น บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ไม่ได้มีหน้าที่ขึ้นแบล็กลิสต์จากข้อมูลที่สถาบันการเงินส่งให้ เป็นต้น



ทั้งนี้ ข้อมูลเครดิตที่จัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลมี 2 ส่วน ประกอบด้วย ข้อมูลที่บ่งชี้ตัวตนของลูกค้า และข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติและประวัติการชำระสินเชื่อ โดยเก็บข้อมูลย้อนหลังไม่เกิน 3 ปี พร้อมทั้งแนะนำวิธีการตรวจสอบเครดิตบูโรด้วยตนเองผ่านทางออนไลน์ เช่น แอปพลิเคชั่น ‘‘ทางรัฐ’’ โมบายแอปธนาคาร เช่น ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทีทีบี เป็นต้น หรือสามารถตรวจได้ด้วยตนเองที่ตู้ตรวจเครดิตบูโร (ตู้คีออส)

“พร้อมทั้งแนะนำเพิ่มเติมว่า กรณีรายงานข้อมูลเครดิตไม่ถูกต้อง สามารถติดต่อสถาบันการเงินที่นำส่งข้อมูล หรือ สามารถติดต่อ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เพื่อประสานงานกับสถาบันการเงินที่นำส่งข้อมูลให้ต่อไป”

3) การคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการดูแลความมั่นคงของระบบสถาบันการเงินและกระบวนการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ประกอบด้วย งานให้คำปรึกษาและรับเรื่องร้องเรียน งานส่งเสริมการให้ความรู้ทางการเงิน และงานกำกับดูแลสถาบันการเงินให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม

รวมถึงเน้นย้ำภัยทางการเงินสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กลโกงทางโทรศัพท์ในรูปแบบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การหลอกลวงผ่านโลกออนไลน์ การหลอกลวงให้ลงทุนในรูปแบบแชร์ลูกโซ่ เงินกู้นอกระบบ และการรับจ้างเปิดบัญชี พร้อมทั้งได้แนะนำวิธีป้องกันและรับมือกับภัยทางการเงินดังกล่าว เช่น การเช็กตัวตนและหน่วยงานโดยถามถึงหลักฐาน การปรึกษาหาคำแนะนำจากหน่วยงานหรือสถาบันการเงิน การติดต่อธนาคารเพื่อขอระงับธุรกรรม การปฏิเสธหรือร้องเรียนสถาบันการเงินเมื่อถูกบังคับให้ทำบัตรเอทีเอ็มพ่วงกับการขายประกัน เป็นต้น ทั้งนี้ สามารถร้องเรียน ธปท. โดยตรงได้ที่สายด่วน 1213

4) การลงทุนเพื่อความมั่นคงทางการเงิน มีเนื้อหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ บทบาทของ ก.ล.ต. ตลาดทุนไทยในภาพรวม พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการลงทุน และหลักการเริ่มลงทุนด้วยหลัก 3 รู้ ได้แก่ 1) รู้เรา รู้ว่ารับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ในระดับใด รู้เป้าหมายการเงิน 2) รู้เขา รู้จักผลิตภัณฑ์ที่จะเข้าไปลงทุนว่ามีการจ่ายผลตอบแทนและความเสี่ยงระดับใด

3) รู้ระวัง รู้จักวิธีปกป้องเงินออมจากภัยการเงิน พร้อมทั้งยกตัวอย่างภัยกลโกงในรูปแบบต่าง ๆ เช่น แชร์ลูกโซ่ กลโกงสร้างโปรไฟล์ปลอมหลอกให้โอนเงิน การล้มกระดานซึ่งเป็นกลโกงที่พบได้บ่อยในสินทรัพย์ดิจิทัลโดยหลอกให้เหยื่อมาลงทุนและถอนเงินออกจนหมด กลโกงเว็บไซต์ปลอม กลโกงหลอกคลิกลิงก์ เป็นต้น


“ย้ำว่าการลงทุนในทรัพย์สิน ควรกระจายความเสี่ยงโดยเลือกลงทุนให้มีความหลากหลาย ไม่ทุ่มเทการลงทุนในทรัพย์สินประเภทเดียว รวมถึงต้องทราบว่าตนเองสามารถรับความเสี่ยงได้มากเพียงใด”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ