ของแพง : ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินแนะวิธีลดรายจ่ายอาหารในยุคข้าวยากหมากแพง

  • จอห์น คัสซิดี
  • บีบีซี นิวส์
Picture of a shopping basket full of groceries with reduced stickers

ที่มาของภาพ, Peter Dazeley

ผู้คนทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหาค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น หลายคนต้องตัดลดงบประมาณการซื้ออาหารลง โดยนอกจากจะซื้อในปริมาณที่น้อยลงแล้ว ก็ยังพยายามหาทางใช้งบที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

บีบีซีได้พูดคุยกับบรรดาบล็อกเกอร์ด้านการเงิน เพื่อขอคำแนะนำถึงเคล็ดลับการประหยัดรายจ่ายค่าอาหารที่พวกเขาทดลองใช้แล้วให้ผลลัพธ์ที่ดี



1. ทำบัญชีของที่มีอยู่แล้ว

โรซี ฟอร์ชอว์ แม่ลูกหนึ่งวัย 33 ปี เจ้าของบัญชีอินสตาแกรมแบ่งปันวิธีการประหยัดเงินที่ชื่อ moneysavingrosie แนะนำให้คุณตรวจดูของกินจำพวกข้าวสารอาหารแห้งที่มีติดบ้านอยู่แล้ว ก่อนที่จะออกไปจ่ายตลาดในแต่ละครั้ง

“พวกเรารู้ดีถึงประโยชน์ของการจดทำรายการต่าง ๆ และหากคุณซื้อของที่มีติดบ้านอยู่แล้ว คุณก็จะใช้จ่ายเงินในสิ่งที่คุณไม่จำเป็น” โรซีบอก

“ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้อซอสพาสต้าเพิ่มอีก หากคุณมีมันอยู่แล้ว 5 กระปุก”

Rosie Forshaw, from Money Saving Rosie, sitting on a blanket with her one-year-old son

ที่มาของภาพ, Rosie Forshaw

โรซีจดรายการอาหารที่มีติดบ้านอยู่แล้วไว้ในสมุด ซึ่งนี่ช่วยให้เธอรู้อยู่เสมอว่าที่บ้านมีอาหารอะไรที่ยังไม่ต้องซื้อเพิ่ม และวิธีนี้ช่วยให้ครอบครัวเธอ ซึ่งประกอบไปด้วยสามี และลูกวัย 1 ขวบ ลดค่าจ่ายตลาดประจำสัปดาห์ลงมาเหลือเพียง 40 ปอนด์ (ราว 1,700 บาท)

2. เน้นซื้อของลดราคา

ลินน์ บีตตี เจ้าของเว็บไซต์ และบัญชีโซเชียลมีเดียสอนการประหยัดเงิน Mrs Mummypenny แนะนำให้คุณเปลี่ยนรูปแบบการซื้อของตามซูเปอร์มาร์เก็ต โดยให้มุ่งหน้าสู่แผนกที่วางขายสินค้าลดราคาเป็นอันดับแรก

เธอแนะว่า ถ้าคุณเห็นสินค้าลดราคาอยู่ในรายการของที่ต้องซื้ออยู่แล้ว ก็ให้ซื้อมา เพราะจะช่วยประหยัดเงินในการจับจ่ายครั้งนั้น ๆ ลงได้

“เนื้อสัตว์ ปลา และผักแช่แข็ง มักมีราคาถูกกว่าอาหารสดอยู่แล้ว ถ้าคุณเลือกซื้ออาหารประเภทนี้ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังแผนกขายอาหารสด คุณก็จะประหยัดเงินไปได้มาก” ลินน์อธิบาย

3. ใช้ช่องแช่แข็งให้มีประสิทธิภาพขึ้น

องค์กร Wrap ที่ส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ระบุว่า ครัวเรือนในสหราชอาณาจักรมักเสียเงินจากอาหารเหลือทิ้งไปเฉลี่ยปีละ 700 ปอนด์ (ราว 29,400 บาท)

ลินน์บอกว่า การใช้ช่องแช่แข็งในตู้เย็นให้มีประสิทธิภาพขึ้นช่วยให้เธอลดปัญหาการทิ้งอาหารไปโดยเปล่าประโยชน์ได้อย่างมาก

“ถ้าอาหารใกล้จะถึงวันหมดอายุ คุณควรนำมันไปเก็บในช่องแช่แข็ง…คุณยังสามารถซื้อของใกล้หมดอายุที่ลดราคาตามซูเปอร์มาร์เก็ต เช่น นม และชีส หรือแม้แต่ผักผลไม้ แล้วนำไปแช่แข็งสำหรับใช้เวลาที่ต้องการ” เธออธิบาย

Kate Hall cooking in her kitchen

ที่มาของภาพ, Kate Hall

ส่วนเคต ฮอลล์ เจ้าของเว็บไซต์ The Full Freezer ใช้ช่องแช่แข็งเป็นเหมือนกับปุ่มหยุดเวลา ที่เก็บอาหารไว้ไม่ให้เน่าเสียระยะหนึ่ง และจะต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการนำอาหารแช่แข็งกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการทำเป็นเมนูที่เหมาะสม

“คุณไม่สามารถละลายกล้วยหรือผัดสลัดแช่แข็ง แล้วหวังว่ามันจะมีสภาพเหมือนตอนก่อนนำเข้าช่องแช่แข็งได้…แต่ถ้าคุณคิดถึงวิธีที่จะใช้มันทำเป็นขนมหวาน หรือใส่ในเมนูซุป เมนูตุ๋น คุณก็จะประหยัดเงินได้มาก”

4. เข้าใจเรื่องการบรรจุหีบห่อและการเก็บอาหาร

โรซีบอกว่า อาหารส่วนมากที่ขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตมีการบรรจุหีบห่อเพื่อความสะดวกในการขาย แต่ไม่ใช่สำหรับผู้บริโภค

“บ่อยแค่ไหนที่คุณซื้อเห็ดบรรจุมาในถาดที่ห่อด้วยฟิล์มถนอมอาหาร แล้วก็ต้องแกะมันออกจากหีบห่อ พวกมันถูกห่อมาแบบนั้นเพื่อให้ง่ายต่อการขนส่ง” เธออธิบาย

โรซีเล่าว่าเธอจะเอาเห็ดที่ซื้อมาเก็บใส่ถุงกระดาษ แต่ชี้ว่าแค่แกะฟิล์มถนอมอาหารออกก็ช่วยให้เก็บเห็ดได้นานขึ้นแล้ว

supermarket in Belsize Park, north London

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

เฮเลน ไวต์ จากกลุ่ม Wrap ที่รณรงค์เรื่องการลดปัญหาอาหารเหลือทิ้งจากครัวเรือนระบุว่า มีวิธีง่าย ๆ หลายอย่างที่ช่วยให้สามารถเก็บอาหารไว้รับประทานได้นานขึ้น โดยเฉพาะผักต่าง ๆ

“แค่เอากระดาษทิชชูอเนกประสงค์ใส่ไปในถุงผักสลัดที่เปิดไว้ให้ดูดซับความชื้น ก็ช่วยให้ผักสลัดสดได้นานขึ้น” เธอแนะ

เฮเลนบอกอีกว่า การเก็บผลไม้ไว้ในตู้เย็นก็ช่วยให้คงความสดได้นานขึ้น แต่แนะว่าควรเก็บไว้ในอุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส เธอบอกว่า คนส่วนใหญ่ในสหราชอาณาจักรมักตั้งอุณหภูมิในตู้เย็นไว้อุ่นกว่านั้นอย่างน้อย 2 องศาเซลเซียส ซึ่งถือเป็นข่าวร้าย เพราะจะทำให้นม และอาหารอื่น ๆ เน่าเสียได้เร็วขึ้น

5.ใช้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ

โรซีบอกว่าเธอพยายามใช้ความรู้ที่ได้จากพ่อค้าแม่ค้าตามร้านในท้องถิ่น มาช่วยเรื่องการประหยัดค่าอาหาร

“คนขายเนื้อคือแหล่งความรู้ชั้นยอด และเป็นคนที่เราไม่ควรกลัวที่จะคุยเรื่องการประหยัดเงิน…ถ้าคุณไปร้านขายเนื้อแถวบ้าน แล้วบอกพวกเขาว่าคุณมีเงินแค่ 8 ปอนด์สำหรับซื้อเนื้อทานทั้งสัปดาห์ พวกเขาจะสามารถบอกวิธีที่ช่วยให้คุณใช้เงินได้คุ้มค่าที่สุด ด้วยการซื้อเนื้อในส่วนที่มีราคาถูกกว่า”

“พวกเขาคือผู้ให้คำปรึกษาได้ดีที่สุดถึงวิธีการเอาเนื้อมาปรุงอาหารให้คุ้มค่าที่สุด” เธอกล่าว

……..

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ