ไขปม “พร้อมเพย์ล่ม” เขย่าขวัญสังคมไร้เงินสด ?

เขย่าขวัญลูกค้าแบงก์ส่งท้ายปี 31 ธ.ค. 2560 ช่วงรอยต่อวันขึ้นปีใหม่ 1 ม.ค. 2561 เมื่อเกิดเหตุ “ระบบพร้อมเพย์ล่ม” ตั้งแต่เช้าวันสิ้นปีก่อน สร้างความโกลาหลตลอดวันนั้น ซึ่งบั่นทอนความมั่นใจของผู้ใช้บริการค่อนข้างมาก เพราะมีราว 20,000 รายการที่ไม่ได้รับเงินจากการโอนเงินในวันดังกล่าว

ด้านหน่วยงานผู้ดูแลระบบ “วรรณา นพอาภรณ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด (ITMX) ลำดับเหตุการณ์ให้ “ประชาชาติธุรกิจ” ฟังว่า หลังจากช่วงเช้าวันที่ 31 ธ.ค. มีลูกค้าโทร.แจ้งปัญหาไปทางคอลเซ็นเตอร์ของแบงก์หลายแห่ง ทาง ITMX จึงได้รุดเข้าตรวจสอบหาสาเหตุ โดยทำการปิดระบบให้บริการในเวลา 11.45 น. ต่อจากนั้นได้ร่วมกับผู้พัฒนาระบบแก้ไขปัญหา จนสามารถเปิดให้บริการใหม่อีกครั้ง ตอนเวลา 14.45 น. วันเดียวกันนั้น

โดยต้นตอของปัญหา เกิดจากความคลาดเคลื่อนของระบบการนับ “ปีปฏิทิน” ที่เป็นระบบจากต่างประเทศ จะนับ 1 ปี มี 52 สัปดาห์ แต่ปรากฏว่า วันที่ 31 ธ.ค. 2560 ถูกนับ”เป็นต้นสัปดาห์ที่ 53″ จึงทำให้ระบบทำการระบุเป็นวันที่ 31 ธ.ค. ปี 2561 ส่งผลให้ไม่สามารถทำรายการโอนเงินข้ามธนาคารได้

“วรรณา” กล่าวว่า กรณีดังกล่าวมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้น้อยมาก แต่หลังจากที่แก้ไขครั้งนี้แล้ว มั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาลักษณะนี้ขึ้นอีกแน่นอน รวมถึงจะไม่มีผลกระทบต่อเนื่องไปถึงเรื่องอื่น และปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องนประสิทธิภาพของระบบพร้อมเพย์ เนื่องจากระบบยังรองรับการเติบโตได้อีกมาก

“ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 31 ธ.ค. 2560 เราเข้ามาเจอปัญหา พบว่าตัวสวิตช์ยังปกติ แต่เงินไม่เข้าบัญชีผู้รับ เมื่อเข้าไปตรวจสอบ ก็พบว่าเกิดจากระบบบันทึกวันที่คลาดเคลื่อน จึงเข้าไปแก้ไขโปรแกรม จากนั้นก็ทดสอบ แล้วอัพระบบใหม่”

กรรมการผู้จัดการ ITMX กล่าวย้ำว่า ก่อนเปิดให้บริการพร้อมเพย์ ได้มีการทดสอบระบบมาตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2559 แต่ตอนนั้นวันที่ 31 ธ.ค. 2559 ตรงกับสัปดาห์ที่ 52 จึงไม่พบปัญหา และตลอดเกือบ 1 ปีที่ใช้งานระบบพร้อมเพย์มาก็ไม่มีปัญหาใด ๆ


ขณะที่หลังผ่านวันที่ 31 ธ.ค. 2560 มาแล้ว ก็ยังเห็นประชาชนใช้บริการพร้อมเพย์อย่างต่อเนื่อง โดย ณ 4 ม.ค. 2561 มียอดผู้ลงทะเบียนพร้อมเพย์แล้ว 38 ล้านบัญชี ในจำนวนนี้ 60% ลงทะเบียนด้วยบัตรประจำตัวประชาชน และอีก 40% เป็นเบอร์โทรศัพท์มือถือ

ขณะที่ปริมาณธุรกรรมปกติในปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 5 แสนรายการ/วัน แต่จะมีบางช่วงที่ธุรกรรมสูงสุด (พีก) ถึง 7-8 แสนรายการ/วัน โดยระบบพร้อมเพย์มีประสิทธิภาพที่สามารถรองรับปริมาณธุรกรรมได้ถึง 500 รายการ/วินาที ทว่า ปัจจุบันยังใช้งานกันอยู่ที่ 20-30 รายการ/วินาที หรือ 30% ของสมรรถนะทั้งหมดเท่านั้น

“กรณีที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัย เราเชื่อว่าจะไม่กระทบความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบ เพราะหลังจากวันที่ 31 ธ.ค. 2560 มา ก็ยังเห็นประชาชนใช้งานระบบอย่างต่อเนื่อง” วรรณาย้ำ

ขณะที่เมื่อระบบกลับมาใช้งานได้ปกติ ธนาคารต่างๆก็ดำเนินการนำเงินเข้าบัญชีผู้รับทุกรายเป็นที่เรียบร้อย โดยในส่วนของธนาคารไทยพาณิชย์ ได้แจ้งขอแสดงความรับผิดชอบด้วยการยกเว้นและคืนเงินค่าธรรมเนียมโอนเงินระหว่างธนาคารผ่านช่องทางต่างๆ เช่น ATM ,SCB EASY App, SCB EASY NET ทุกรายการในวันดังกล่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ