KBANK-SCBX แข่งปล่อยกู้ดิจิทัล ทุ่มลงทุน-ซื้อกิจการ-แยกธุรกิจรายย่อย

มาณพ เสงี่ยมบุตร และ ขัตติยา อินทรวิชัย

“กสิกรไทย-เอสซีบี เอกซ์” โหมตลาดสินเชื่อดิจิทัลเต็มสูบ “KBANK” ชูกลยุทธ์ “แชลเลนเจอร์แบงก์” มุ่งเจาะกลุ่มยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อ ส่งโปรดักต์ “Buy now pay later” กับ “LINE BK” กวาดฐานลูกค้า ฟาก “ยานแม่” โชว์ขยายฐานผ่าน 3 แพลตฟอร์มเติบโตต่อเนื่อง คาดปลายปีแผนแยก “คาร์ดเอกซ์-ออโต้เอกซ์” เรียบร้อยพร้อมสู้ในสมรภูมิเชื่อรายย่อย

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เปิดเผยว่า ตามที่แบงก์ได้กำหนดกลยุทธ์ “แชลเลนเจอร์แบงก์” ที่มีวงเงินลงทุน 1 แสนล้านบาท นอกจากการลงทุนและซื้อกิจการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีแล้ว ธนาคารตั้งเป้าให้บริการลูกค้ารายเล็ก หรือกลุ่มเปราะบาง ที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน

เนื่องจากฐานลูกค้าที่มีอยู่กว่า 19 ล้านราย พบว่า เข้าถึงสินเชื่อแค่ประมาณ 10 ล้านราย ที่เหลือยังเข้าไม่ถึง จึงเป็นโอกาสในการขยายสินเชื่อ

อย่างไรก็ดี แม้ว่าธนาคารจะเข้าไปปล่อยสินเชื่อกลุ่มคนตัวเล็กที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง แต่อัตราดอกเบี้ยก็คุ้มความเสี่ยง เรียกว่า high risk high return และสอดคล้องกับนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ออกภูมิทัศน์การเงินไทยยุคอนาคต (financial landscape) ทำให้ธนาคารต้องเร่งทำในกลุ่มนี้มากขึ้น

“ถ้าธนาคารไม่เข้าไปปล่อยสินเชื่อในตอนที่ลูกค้ามีปัญหา ก็จะไม่รู้ว่าจะสามารถเข้าถึงกลุ่มนี้ได้อย่างไร ก็ต้องช่วยตอนที่ลำบาก” นางสาวขัตติยากล่าว

ทั้งนี้ การปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าเหล่านี้จะทำผ่านผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า “Buy now pay later” ภายใต้สินเชื่อบุคคลดิจิทัล ซึ่งเน้นกลุ่มที่ไม่มีเอกสารทางการเงิน รวมถึงทำผ่านบริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด หรือ LINE BK ซึ่งดำเนินการมาแล้ว 2 ปี ซึ่งสามารถปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าบุคคล และผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดย่อม (SSME) โดยหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในกลุ่มนี้ไม่ควรเกิน 4-6%

“เราทำมา 2 ปีแล้ว ฉะนั้นความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น เราได้กันสำรองหนี้มาอยู่แล้ว เราเองอยากเติบโต ขณะเดียวกันถ้าธนาคารไม่ช่วยคนกลุ่มนี้ ประเทศชาติก็คงไม่เติบโตเหมือนกัน” นางสาวขัตติยากล่าว

ขณะที่นายมาณพ เสงี่ยมบุตร Chief Finance & Strategy Officer บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) และรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า เอสซีบี เอกซ์ ตั้งเป้าขยายสัดส่วนรายได้จากสินเชื่อดิจิทัลให้มากขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจุบันยังอยู่เพียง 4% ของรายได้ทั้งหมด

โดยปัจจุบันไทยพาณิชย์มีแพลตฟอร์มสินเชื่อออนไลน์ (digital lending) 3 ส่วนด้วยกัน ซึ่งล้วนมีอัตราการเติบโตค่อนข้างดี ได้แก่ บริษัท เอสซีบี อบาคัส จำกัด (SCB Abacus) บริษัท มันนิกซ์ จำกัด (MONIX) และโรบินฮู้ด (Robinhood) มีฐานลูกค้ารวมกันแล้วกว่า 23 ล้านคน เพิ่มขึ้น 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมียอดวงเงินสินเชื่อรวมกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท เติบโต 69%

อีกทั้งคาดว่าภายในไตรมาส 4 ปีนี้ การแยกธุรกิจ (spin off) ในส่วนบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลจากธนาคารไปอยู่ภายใต้บริษัท คาร์ดเอกซ์ จำกัด (Card X) และธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ไปอยู่ภายใต้บริษัท ออโต้ เอกซ์ (Auto X) จะเรียบร้อย

โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พิจารณาอนุมัติเรื่องการโอนย้ายธุรกิจ

“ที่ผ่านมา ออโต้ เอกซ์ ได้เปิดตัวสินเชื่อเงินไชโย แบบ soft launch ไปแล้ว รวมถึงมีการขยายสาขาไปแล้วกว่า 700 สาขา แม้ว่าจะยังไม่ได้มีการโอนกิจการ โดยธุรกิจเป้าหมายที่จะโอนไปอยู่ภายใต้เอสซีบี เอกซ์ จะมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 15-20% ของรายได้ทั้งหมด โดยเฉพาะรายได้ที่มาจากคาร์ดเอกซ์”


“การโอนธุรกิจ น่าจะเกิดขึ้นครึ่งปีหลัง หรือกรอบระยะเวลาราวไตรมาส 4 น่าจะมีความชัดเจน โดยกลุ่มสินเชื่อดิจิทัลยังโตต่อเนื่อง ผ่านอบาคัสและมันนิกซ์ที่เติบโตเพิ่มขึ้น 3 เท่า หรือโรบินฮู้ดมีผู้ใช้เพิ่ม 3 ล้านคน มียอดขายเพิ่มขึ้น 2.5 เท่า และยังมีธุรกิจบางส่วนออกมาจากธุรกิจของธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อทำให้การเดินหน้าธุรกิจในเครือ ทำได้เต็มที่ตามแผนของธนาคารไว้ โดยสินเชื่อของธนาคารคาดว่าจะโต 3-5%” นายมาณพกล่าว