เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘สุริยะ’ ปิดดีลจีน เปิดทางส่งออกสัตว์น้ำไทยเพิ่ม 500 ล้าน ควบลงนาม MOU บริหารจัดการน้ำ
Economic ‘สุริยะ’ ปิดดีลจีน เปิดทางส่งออกสัตว์น้ำไทยเพิ่ม 500 ล้าน ควบลงนาม MOU บริหารจัดการน้ำ
ธอส.จัดมหกรรมบ้านเดี่ยวแบบออนไลน์ กระตุ้นตลาดบ้านครึ่งหลังปี’69 ลดกว่า 50% เริ่ม 20-24 ก.ค. นี้
Finance ธอส.จัดมหกรรมบ้านเดี่ยวแบบออนไลน์ กระตุ้นตลาดบ้านครึ่งหลังปี’69 ลดกว่า 50% เริ่ม 20-24 ก.ค. นี้
“คนแบกกุ้ง” ดึง “เก่ง–น้ำปิง” นั่ง Friend of Brand ครั้งแรก
Biz Movement “คนแบกกุ้ง” ดึง “เก่ง–น้ำปิง” นั่ง Friend of Brand ครั้งแรก
Blu Green Token เข้าเทรดวันแรกเหนือจอง DITTO หวังระดมทุน 480ล้าน
Uncategorized Blu Green Token เข้าเทรดวันแรกเหนือจอง DITTO หวังระดมทุน 480ล้าน
NETBAY ชนะคดี NT ปมค่าบริการ ระบบนำเข้า-ส่งออก สินค้า NSW ไม่ต้องจ่าย 424 ล้านบาท
Tech NETBAY ชนะคดี NT ปมค่าบริการ ระบบนำเข้า-ส่งออก สินค้า NSW ไม่ต้องจ่าย 424 ล้านบาท
ออนิกซ์ชู Festival Tourism เจาะตลาดเที่ยวมาเลเซีย รับ 2 เทศกาลใหญ่
Business ออนิกซ์ชู Festival Tourism เจาะตลาดเที่ยวมาเลเซีย รับ 2 เทศกาลใหญ่
ราคาทองวันนี้ (20 ก.ค. 69) ปรับลง 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ก.ค. 69) ปรับลง 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,800 บาท
ญี่ปุ่นตกลงมอบอุปกรณ์ป้องกันประเทศแก่กัมพูชา ครั้งแรก ภายใต้โครงการ OSA
News ญี่ปุ่นตกลงมอบอุปกรณ์ป้องกันประเทศแก่กัมพูชา ครั้งแรก ภายใต้โครงการ OSA
OR ผนึก Minor Food ปักหมุด 150 สาขาใน PTT Station ดัน Non-Oil โต
Biz Movement OR ผนึก Minor Food ปักหมุด 150 สาขาใน PTT Station ดัน Non-Oil โต
ทีทีบี ครึ่งปีกำไรสุทธิ 10,683 ล้านบาท ไตรมาส 2 ตั้งสำรองเพิ่มรองรับความเสี่ยงเศรษฐกิจ
Finance ทีทีบี ครึ่งปีกำไรสุทธิ 10,683 ล้านบาท ไตรมาส 2 ตั้งสำรองเพิ่มรองรับความเสี่ยงเศรษฐกิจ
ดูทั้งหมด

สเปรย์พ่นจมูกยับยั้งโควิด วางขายในไทย 1 ต.ค.นี้

01 ต.ค. 2565 | 10:10น.
สเปรย์พ่นจมูก โควิด-19 Vaill CoviTRAP Anti-CoV Nasal Spray
อัพเดตข้อมูลล่าสุด วันที่ 1 ตุลาคม 2565 เวลา 10.10 น.

5 ภาคีรัฐ-เอกชน เปิดตัวนวัตกรรมสเปรย์พ่นจมูกดักจับและยับยั้งโควิด-19 เตรียมจำหน่าย 1 ตุลาคม 2565

วันที่ 27 กันยายน 2565 นางวรวรรณ ไชยกำเนิด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไฮไบโอไซ จำกัด/ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ รอ.นพ.นิมิต ประสิทธิ์ดำรง ผู้เชี่ยวชาญกิตติมศักดิ์ บริษัท ไฮไบโอไซ จำกัด พร้อมด้วย รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ตัวแทนภาคีเครือข่าย

ร่วมแถลงพูดคุยถึงความสำเร็จในการสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ “สเปรย์พ่นจมูกดักจับและยับยั้งเชื้อโควิด-19 ทางกายภาพบริเวณโพรงจมูก” ได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมระดับโลกจากแพทย์และทีมนักวิจัยไทยในครั้งนี้ ณ ห้องประชุม THE MITR-TING ROOM สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 โดยได้รับเกียรติจาก นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) มาเป็นประธานในงาน

การวิจัยสาธารณสุข รับมือโควิด-19

นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ในฐานะประธานในงาน ได้กล่าวถึงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยและของโลกในปัจจุบันว่า นับตั้งแต่เกิดการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (“COVID-19”) ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ เมื่อเดือนธันวาคม 2562 มีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมากในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย แม้จะมีแนวโน้มคลี่คลายดีขึ้น แต่โควิด-19 ก็ยังคงเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง

จากสถานการณ์นี้ ทีมวิจัยของไทยจากภาครัฐและเอกชนได้ร่วมกันดำเนินงานวิจัย พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาวัคซีน, ชุดตรวจเชื้อ, เครื่องช่วยหายใจ รวมถึงการพัฒนาแอนติบอดีที่มีคุณสมบัติดักจับและยับยั้งเชื้อโควิด-19 ทางกายภาพบริเวณโพรงจมูก โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบในรูปแบบของสเปรย์สำหรับพ่นจมูก ซึ่งจะเป็นนวัตกรรมที่สำคัญอีกชิ้นหนึ่งของประเทศไทยที่จะปรากฏสู่สายตาชาวโลก

และเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อให้ประเทศไทยก้าวพ้นสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ครั้งนี้ไปได้ จนประสบผลสำเร็จและสามารถยื่นจดสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อย โดยถ่ายทอดองค์ความรู้นี้ไปสู่ภาคเอกชน เพื่อนำไปต่อยอดในการทำการวิจัย สร้างเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรม ช่วยยับยั้งเชื้อโควิด-19 ได้ในที่สุด

จากงานวิจัยเชื้อโควิด-19 สู่การต่อยอดพัฒนานวัตกรรม

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงภาพรวมของสถานการณ์โควิด-19 ตลอดจนมุมมองด้านการแพทย์เกี่ยวกับโควิด-19 ในปัจจุบันว่า แม้สถานการณ์โควิด-19 จะมีแนวโน้มคลี่คลายดีขึ้นในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ทว่าโควิด-19 ก็ยังคงเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ตลอดจนคอยติดตามข่าวสาร และงานวิจัยทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง เพราะยังมีงานวิจัยที่ยังคงศึกษาถึงผลกระทบกับสุขภาพในระยะยาวของผู้ติดเชื้อเช่นกัน

นอกจากนั้น งานวิจัยและนวัตกรรมของจุฬาฯ ในการป้องกันและรักษาผู้ป่วยโควิด-19 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้ร่วมกับคณะต่าง ๆ ยังมีอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์สำคัญระดับประเทศต่าง ๆ เช่น การพัฒนาวัคซีน ChulaCov19, ชุดตรวจเชื้อ, เครื่องช่วยหายใจ เป็นต้น องค์กรมีความยินดีและภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่จะนำองค์ความรู้จากการทำวิจัย โดยทีมนักวิจัยแพทย์จุฬาฯ คือการพัฒนาแอนติบอดีที่มีคุณสมบัติดักจับและยั้บยั้งเชื้อโควิด-19 ทางกายภาพบริเวณโพรงจมูก ซึ่งทีมนักวิจัยได้บ่มเพาะและพัฒนามาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการระบาด

โดยได้รับการสนับสนุนทั้งจากภาคประชาชนและภาครัฐ คือสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กระทั่งสามารถพัฒนาแอนติบอดีต้นแบบได้ และได้ยื่นจดสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อย และมีความพร้อมที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้นี้ไปสู่ภาคเอกชนเพื่อนำไปต่อยอด ในการทำการวิจัยทางคลินิก เพื่อสร้างเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่น่าจะมีส่วนช่วยป้องกันหรือรักษาโรคโควิด-19 จนเป็นผลสำเร็จได้ในวันนี้

“องค์ความรู้จากการวิจัยและความร่วมมือที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จะทำให้เกิดนวัตกรรมที่สำคัญอีกชิ้นหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ และช่วยให้ประเทศไทยก้าวพ้นสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ครั้งนี้ได้อย่างปลอดภัย” รศ.นพ.ฉันชายกล่าว

องค์การเภสัชฯ พร้อมผลิตออกสู่ตลาด

นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวถึงบทบาทขององค์การเภสัชกรรมในการบริหารจัดการและช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์โควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันว่า องค์การเภสัชกรรมเป็นองค์กรหลักในการผลิตและจัดหายาและเวชภัณฑ์ในสถานการณ์โควิด-19 มาอย่างต่อเนื่อง และมุ่งส่งเสริมให้มีผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เป็นนวัตกรรม สามารถผลิตขึ้นใช้ได้เองในประเทศ ด้วยความเชี่ยวชาญในการผลิตยาและเวชภัณฑ์ที่มีมาตรฐานยอมรับในระดับสากล องค์การเภสัชกรรมจึงได้ทำหน้าที่ในการผลิตและควบคุมคุณภาพ

ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม “สเปรย์พ่นจมูกเพื่อยับยั้งเชื้อโควิด-19 ทางกายภาพบริเวณโพรงจมูก” โดยนวัตกรรมชิ้นนี้สามารถวิจัยและผลิตขึ้นใช้ได้เองในประเทศ โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ล่าสุด องค์การเภสัชกรรมได้รับใบจดทะเบียนสถานประกอบการผลิตเครื่องมือแพทย์ โดยมีขอบข่ายการอนุญาตให้ผลิตเครื่องมือแพทย์ในกลุ่ม Respiratory Care Service สำหรับผลิตภัณฑ์ Nasal Spray Solution จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

และยังได้รับการรับรอง ISO-13485 : 2016 มาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพสำหรับเครื่องมือแพทย์ จากบริษัท UIC Certification Service ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ตรวจรับรองประเมินมาตรฐานสากล ซึ่งแสดงได้ว่าสถานที่ผลิตแห่งนี้มีคุณภาพ ความปลอดภัย ระบบการจัดการคุณภาพสำหรับการผลิตเครื่องมือแพทย์ที่ดี

นพ.วิฑูรย์กล่าวถึงศักยภาพและความพร้อมในการผลิต ตลอดจนความมั่นใจในคุณภาพ ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์จากองค์การเภสัชกรรมว่า องค์การเภสัชกรรมจึงมีความพร้อมที่จะผลิตนวัตกรรมสเปรย์ชิ้นนี้ออกสู่ตลาด เพื่อให้ประชาชนชาวไทยสามารถเข้าถึงนวัตกรรมสุขภาพในการป้องกัน และช่วยรับมือกับสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19

และยังส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงในระบบสุขภาพของประเทศ นวัตกรรมชิ้นนี้จึงถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการดูแลตัวเอง เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อโควิด-19 และเป็นนวัตกรรมสุขภาพในการขับเคลื่อนการดูแลสุขภาพของคนไทย ให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

2 กลไกการทำงาน จัดการเชื้อโควิด-19

นางวรวรรณ ไชยกำเนิด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไฮไบโอไซ จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นวัตกรรมสเปรย์พ่นจมูกดักจับและยับยั้งเชื้อโควิด-19 ทางกายภาพ บริเวณโพรงจมูก เวลล์โควิแทรป แอนติ-โคฟ นาซาล สเปรย์ (Vaill CoviTRAP Anti-CoV Nasal Spray) ถือเป็นครั้งแรกของไทยที่พร้อมสู่สายตาของชาวโลก ที่มีคุณสมบัติสามารถดักจับและยับยั้งเชื้อโควิด-19 ต่อเนื่อง 6 ชั่วโมง ด้วยหลักการทำงาน 2 กลไก ได้แก่

  1. ดักจับด้วย HPMC ที่ทำหน้าที่เคลือบบริเวณพื้นผิวโพรงจมูก ทำให้ความสามารถในการเกาะของเชื้อไวรัสที่บริเวณโพรงจมูกลดลง
  2. ยับยั้งเชื้อไวรัสโควิด-19 ทางกายภาพ ที่เข้ามาในบริเวณโพรงจมูกด้วยภูมิคุ้มกัน

โดยใช้พ่นที่โพรงจมูกทั้ง 2 ข้าง สอดหัวพ่นเข้าไปในโพรงจมูกในแนวตั้ง พ่นข้างละ 1-2 ครั้ง ใช้ได้ตามต้องการทุก 6 ชั่วโมงได้ถึงวันละ 3 ครั้ง มีขนาด 15 มล. พร้อมในการจัดจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้

นางวรวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า เราดีใจและขอบคุณภาคีและพันธมิตรจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศิลปากร, สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.), องค์การเภสัชกรรม พร้อมด้วยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และอีกหลาย ๆ หน่วยงาน ที่มีส่วนช่วยผลักดันความสำเร็จร่วมกันในครั้งนี้

ผู้สื่อข่าวตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม พบว่า ราคาวางจำหน่ายของสเปรย์พ่นจมูก เวลล์โควิแทรป แอนติ-โคฟ นาซาล สเปรย์ (Vaill CoviTRAP Anti-CoV Nasal Spray) ราคาขายปลีกขวดละ 790 บาท (ไม่รวมค่าจัดส่งแบบระบบควบคุมอุณหภูมิ 100-130 บาท กรณีสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์)

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Official Line @Covitrap หรือ Facebook โควิแทรป, ตลอดจนเภสัชกรประจำร้านยาองค์การเภสัชกรรม, สถานพยาบาล The Senizens, และสถานพยาบาล Panacura ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป