เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คุรุจิต เสนอรัฐปลดล็อกสัมปทานปิโตรเลียม ย้ำบทเรียน “เอราวัณ” ทำค่าไฟแพง
Economic คุรุจิต เสนอรัฐปลดล็อกสัมปทานปิโตรเลียม ย้ำบทเรียน “เอราวัณ” ทำค่าไฟแพง
เอกนิติ เผยเจรจา 4 บริษัทใหญ่จีน ดึงลงทุนกว่า 7 หมื่นล้าน เล็งไทยเป้าหลักตั้งฐานการผลิต
Economic เอกนิติ เผยเจรจา 4 บริษัทใหญ่จีน ดึงลงทุนกว่า 7 หมื่นล้าน เล็งไทยเป้าหลักตั้งฐานการผลิต
‘ทุจริต’ ต้องไม่ใช่เรื่องปกติ
Columns ‘ทุจริต’ ต้องไม่ใช่เรื่องปกติ
‘ข่าวดี’ ของใคร ?
Columns ‘ข่าวดี’ ของใคร ?
บลูมเบิร์ก เผย ไทยเบฟ เล็งขายสิทธิ์แฟรนไชส์ KFC ในไทย
Business บลูมเบิร์ก เผย ไทยเบฟ เล็งขายสิทธิ์แฟรนไชส์ KFC ในไทย
“นักโทษล้นคุก-ทำผิดซ้ำ” ทำไทยเสียโอกาสเศรษฐกิจ กว่า 3 แสนล้าน ชงรัฐยกเครื่องเรือนจำ
Economic “นักโทษล้นคุก-ทำผิดซ้ำ” ทำไทยเสียโอกาสเศรษฐกิจ กว่า 3 แสนล้าน ชงรัฐยกเครื่องเรือนจำ
พนักงานเบิร์นเอาต์-หมดใจ เพราะองค์กร ‘บีบคั้น’ ใช้ AI ทำงาน
Tech พนักงานเบิร์นเอาต์-หมดใจ เพราะองค์กร ‘บีบคั้น’ ใช้ AI ทำงาน
เปิดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ เอกลักษณ์-ภูมิปัญญางานพัสตรศิลป์ไทย
SD เปิดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ เอกลักษณ์-ภูมิปัญญางานพัสตรศิลป์ไทย
ชีพจร ‘ธุรกิจคอนเสิร์ต’ ครึ่งหลังปี’69 ต้นทุนโปรดักชันเดือด CI ShowBiz ชี้ตลาดเมืองไทยระดับหมื่นล้าน
Business ชีพจร ‘ธุรกิจคอนเสิร์ต’ ครึ่งหลังปี’69 ต้นทุนโปรดักชันเดือด CI ShowBiz ชี้ตลาดเมืองไทยระดับหมื่นล้าน
รัฐบาล ชวน ปชช.แสดงความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค. 
Politics รัฐบาล ชวน ปชช.แสดงความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค. 
ดูทั้งหมด

สธ.แจง 1 ต.ค. โควิด 19 ใส่หน้ากาก-รักษา-เบิกจ่าย-ฉีดวัคซีน ที่ไหนอย่างไร

26 ก.ย. 2565 | 12:58น.
โควิด ตรวจโควิด

ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขแท็กทีม แจงรายละเอียดมาตรการต่าง ๆ หลังโควิดเป็นโรคติดต่อเฝ้าระวังตั้งแต่ 1 ต.ค. 65 เป็นต้นไป ทั้งเรื่องการใส่หน้ากาก กักตัว ตรวจ ATK รักษา เบิกจ่าย ฉีดวัคซีน และอื่น ๆ  

วันที่ 26 กันยายน 2565 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2565 อำนาจการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับโควิด 19 จะกลับมาอยู่ที่กระทรวงสาธารณสุข โดยจะนำ พ.ร.บ. โรคติดต่อ 2558 มาใช้ ทั้งในระดับชาติและระดับพื้นที่ แต่จะลดระดับความเข้มข้นลง เพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัว

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการโรคติดต่อได้ให้ สธ.จัดทำแผนปฏิบัติการควบคุมโรค COVID-19 เพื่อใช้ในช่วงเป็นโรคติดต่อเฝ้าระวัง โดยจะเสนอต่อคณะ รมต.ต่อไป 

ส่วนหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งฝ่ายสาธารณสุข ฝ่ายปกครอง และความมั่นคงนั้น หลังการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว ให้นำมาตรการตาม กม.ที่มีอยู่เดิมมาใช้แก้ปัญหาต่าง ๆ ตามเดิม

โดยตั้งแต่ 1 ต.ค. 2565 จะมีแนวทางปฏิบัติดังนี้ การใส่หน้ากากอนามัย แนะนำให้ใส่ในสถานที่แออัด ขนส่งสาธารณะ โรงพยาบาล สถานที่ดูแลผู้สูงอายุ ฯลฯ

การกักตัว

กรณีติดเชื้อแล้วไม่มีอาการ-อาการน้อย ไม่ต้องกักตัว แต่ให้เน้นมาตรการ DMHT โดยเฉพาะการใส่หน้ากากอนามัย-ล้างมือ และเข้ารับการรักษา 

สำหรับการคัดกรองด้วย ATK ไม่แนะนำให้ตรวจ ATK ในผู้ที่ไม่มีอาการป่วย ด้านหน่วยงาน องค์กร สถานประกอบการ เน้นการคัดกรองด้วยอาการป่วย ไม่ใช่ ATK หากมีผู้ป่วยจำนวนมากให้รายงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

ค่าใช้จ่ายในการรักษา

ยืนยันว่า รักษาฟรีตามสิทธิของแต่ละบุคคล โดยครอบคลุมตั้งแต่การวินิจฉัย จนถึงยาที่ต้องใช้

โดยกรณีผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉิน เช่น อาการหนัก ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ออกซิเจนต่ำ ฯลฯ สามารถใช้สิทธิ UCEP PLUS ได้ทั้ง รพ.รัฐ-เอกชน ตามเกณฑ์ที่กำหนด

สำหรับกลุ่มแรงงานต่างด้าว-ชาวต่างชาติ ผู้มีประกันสามารถใช้สิทธิได้ฟรี ส่วนผู้ที่ไม่มีประกันต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง

ทั้งนี้ ฮอสพิเทล และ รพ.สนาม สิ้นกันยายนนี้จะยุติทั้งหมด แต่หากมีสถานการณ์เกิดขึ้นสามารถออกประกาศเพื่อรองรับได้

ส่วนการฉีดวัคซีนสามารถฉีดได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ในสถานพยาบาลที่ คกก.โรคติดต่อจังหวัด หรือ คกก.โรคติดต่อ กทม.กำหนด โดยกลุ่ม 608 “ควร” ฉีดเข็มกระตุ้นทุก 4 เดือน ส่วนบุคคลทั่วไปสามารถฉีดเข็มกระตุ้นได้ทุก 4 เดือน ได้ตามความสมัครใจ ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันเรื่องจำนวนวัคซีนเข็มกระตุ้นที่เหมาะสมในแต่ละปี 

แนวทางการรักษาโควิด 19 นั้น ตามร่างฉบับที่ 25   

  • ไม่มีอาการ รักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD) และ DMHT นาน 5 วัน
  • มีอาการเล็กน้อย (เอกซเรย์ปอดปกติ ไม่มีปัจจัยเสี่ยง/โรคร่วม) รักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD) และ DMHT นาน 5 วัน
  • อาการไม่รุนแรง แต่มีปัจจัยเสี่ยง/โรคร่วม (ปอดอักเสบเล็กน้อย) หรือผู้ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงแต่มีอาการปอดอักเสบเล็กน้อย-ปานกลาง พิจารณาตามดุลพินิจแพทย์
  • การใช้ยาในการรักษา
  • ไม่มีอาการ ไม่ให้ยาใด ๆ 
  • อาการไม่รุนแรง อาจให้ยาฟ้าทะลายโจร หรือฟาวิพิราเวียร์ โดยให้เร็วที่สุดเพื่อลดอาการ
  • อาการไม่รุนแรง แต่มีปัจจัยเสี่ยง ให้ยาต้านไวรัส ตัวใดตัวหนึ่ง เน้นแพกซ์โลวิดเพราะจากการวิจัยประสิทธิภาพดีกว่าโมลนูพิราเวียร์ หากเข้า รพ. ฉีดเรมเดสซิเวียร์ 3 วัน ทั้งนี้ ไม่มีฟาวิพิราเวียร์ในกลุ่มนี้

สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี แนะนำให้ดูแลตามดุลพินิจแพทย์ หากมีอาการแต่ไม่รุนแรง ไม่มีปอดอักเสบ-ปัจจัยเสี่ยง อาจให้ฟาวิพิราเวียร์ 5 วัน ส่วนโมลนูพิราเวียร์ และแพกซ์โลวิดนั้นยังใช้ไม่ได้ เพราะยังไม่มีงานวิจัยยืนยันความปลอดภัย

หากมีปัจจัยเสี่ยงหรืออาการหนักขึ้น มีปอดอักเสบเล็กน้อย แต่ไม่มีปัจจัยเสี่ยง แนะนำให้ใช้เรมเดสซิเวียร์ 3 วัน ฟาวิพิราเวียร์ 5 วัน หรือแพกซ์โลวิด 5 วัน ตามการพิจารณาของแพทย์

กรณีอาการรุนแรง ให้เรมเดสซิเวียร์ 5-10 วัน หากอายุมากกว่า 12 ปีให้แพกซ์โลวิดได้ ตามดุลพินิจของแพทย์

อย่างไรก็ตาม สำหรับยาต่าง ๆ ที่ใช้ในการรักษาโรคโควิด 19 นั้น จะยังไม่สามารถหาซื้อด้วยตนเองในร้านขายยาโดยไม่มีใบสั่งแพทย์ได้ เนื่องจากยากลุ่มนี้ผู้ผลิตยังจดทะเบียนในลักษณะของการใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน 

ด้านจำนวนบุคลากร เตียง ยา สธ.ยืนยันว่า มีเพียงพอ โดยปัจจุบันมีโรงพยาบาล 900 แห่ง รพ.สต. 9,000 แห่ง รวมกำลังคน 4 แสนคน ส่วนสถานการณ์เตียงนั้น จากจำนวนทั้งหมด 73,000 เตียง ปัจจุบันมีคนไข้ 4,800 คน หรือ 6% ของเตียงทั้งหมด แบ่งเป็นกลุ่มอาการไม่รุนแรง 90% และอาการรุนแรง 10%

ส่วนปริมาณยานั้น ณ วันที่ 25 กันยายน ในคลังยามี ฟาวิพิราเวียร์ 5,621,175 เม็ด อัตราการใช้ 58,895 เม็ด/วัน เพียงพอใช้ได้ 3.1 เดือน โมลนูพิราเวียร์ 20,362,045 เม็ด อัตราการใช้ 148,750 เม็ด/วัน ใช้ได้ 4.5 เดือน เรมเดสซิเวียร์ 23,451 ขวด อัตราการใช้ 1,219 ขวด/วัน ใช้ได้ 0.6 เดือน

การจัดซื้อยาเพิ่ม

  • ฟาวิพิราเวียร์ 10 ล้านเม็ด ใช้ได้ 5.5 เดือน
  • โมลนูพิราเวียร์ 35 ล้านเม็ด ใช้ได้ 7.2 เดือน
  • เรมเดสซิเวียร์ 3 แสนขวด ใช้ได้ 8.2 เดือน

ในส่วนของสถานการณ์ปี 2566 นั้น คาดว่าการระบาดของโรคโควิด-19 จะเพิ่มขึ้น-ลดลงตามฤดูกาลคล้ายไข้หวัดใหญ่ 

โดยวางฉากทัศน์ไว้ 2 แบบคือ 

1.กรณีผู้ป่วยทางเดินหายใจขาดการปฏิบัติตามสุขลักษณะที่ดี จะทำให้ช่วงต้นปี 2566 มีผู้ป่วยสะสมสูงสุดประมาณ 8 พันราย ก่อนจะลดลงและเพิ่มขึ้นถึงจุดพีกอีกครั้งช่วงกลางปี ซึ่งจะมีผู้ป่วยสะสม 1 หมื่นราย 

2.กรณีสถานการณ์ที่ประชาชน คงมาตรการป้องกันโรคในสถานที่แออัด ผู้ป่วยดูแลตนเอง และประชาชนยังมีภูมิคุ้มกันสูงนั้น ในช่วงที่มีการระบาดจะมีผู้ป่วยสะสมประมาณ 6-7.5 พันคน

โดยจะมีการรายงานตัวเลขให้สาธารณชนทราบเป็นระยะ เน้นจำนวนผู้ที่รักษาในโรงพยาบาลและผู้เสียชีวิต