NETBAY ชนะคดี NT ปมค่าบริการ ระบบนำเข้า-ส่งออกสินค้า NSW ไม่ต้องจ่าย 424 ล้านบาท
ศาลปกครองกลาง ยกฟ้องเก็บค่าบริการระบบเอกสารเพื่อการนำเข้าส่งออกสินค้า SNW โดย “เน็ตเบย์” ไม่ต้องจ่ายค่าบริการ 424 ล้านบาท ให้ NT ด้วยคู่กรณีไม่มีนิติสัมพันธ์ตามสัญญาระหว่างกัน
นางกอบกาญจนา วีระพงษ์ประดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน) ได้ทำหนังสือชี้แจงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 โดยรายงานความคืบหน้าคดีความกับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT โดยสาระในหนังสือระบุว่า
ตามที่บริษัท เน็ตเบย์ จํากัด (มหาชน) ได้มีข้อพิพาททางกฎหมาย กรณีบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จํากัด (มหาชน) (“ผู้ฟ้องคดี”) ได้ยื่นฟ้องเรียกร้องให้บริษัทชําระค่าบริการระบบ National Single Window (NSW) เป็นจํานวนเงิน 424,875,408.84 บาทและให้ชําระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปีหรืออัตราดอกเบี้ยใหม่ที่กระทรวงการคลังปรับเปลี่ยนโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (แก้ไขเพิ่มเติม) อัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปีของต้นเงิน 404,164,343.08 บาทนับจากวันฟ้องคดีเป็นต้นไปจนกว่าจะชําระเสร็จสิ้น
โดยยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเป็นคดีหมายเลขดําที่ 2636/2568 นั้น
บริษัทขอแจ้งให้ทราบว่า เมื่อวันที่17 กรกฎาคม 2569 ศาลปกครองกลางได้มีคําพิพากษายกฟ้อง โดยคําวินิจฉัยมีใจความว่า บริษัทและกรมศุลกากรมีนิติสัมพันธ์ต่อกัน ตามสัญญาข้อตกลงร่วมกันพัฒนาระบบการให้บริการ (Collaboration Protocol Agreement: CPA) ตั้งแต่พ.ศ. 2550 เป็นต้นมาและสิ้นสุดในวันที่ 25 เมษายน 2568 การใช้บริการ NSW ของบริษัทนั้นอาศัยสิทธิดังกล่าวและเกิดขึ้นก่อนวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 อันเป็นวันที่เร็วที่สุดที่ผู้ฟ้องคดีมีสิทธิประกอบการและวันที่ผู้ฟ้องคดีอาจเรียกเก็บเงินค่าใช้บริการจากผู้ใช้บริการระบบ NSW ระบบใหม่จากบริษัทได้
“อีกทั้งบริษัทและผู้ฟ้องคดีไม่มีการทํานิติกรรมระหว่างกัน ไม่มีนิติสัมพันธ์ในลักษณะสัญญาต่อกัน ดังนั้นการที่ผู้ฟ้องคดีขอให้บริษัทชําระค่าใช้บริการตามฟ้องตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2567 ถึง 30 เมษายน 2568 (คํานวณถึงวันที่ 25 เมษายน 2568) นั้นจึงเป็นการกระทําโดยไม่มีสิทธิบริษัทจึงไม่ต้องชําระเงินและดอกเบี้ยตามฟ้อง
อย่างไรก็ตาม คําพิพากษาของศาลปกครองกลางดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุด ผู้ฟ้องคดียังคงสามารถใช้สิทธิอุทธรณ์คําพิพากษาได้ตามขั้นตอนและกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกําหนด ทั้งนี้หากมีความคืบหน้าประการใด บริษัทจะดําเนินการรายงานให้ทราบในลําดับถัดไป
ย้อนรอยข้อพิพาท
“ประชาชาติธุรกิจ” ได้รายงานการจัดทำระบบ National Single Window (NSW) ซึ่งเป็นระบบการบริการเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ และภาคธุรกิจ (G2G, G2B และ B2B) สำหรับนำเข้า ส่งออก และโลจิสติกส์รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างประเทศ สมาชิกอาเซียน และประเทศในภูมิภาคอื่น ๆ เป็นระบบบริการแบบอัตโนมัติ และกึ่งอัตโนมัติ ควบคู่ไปกับการปฏิรูปกระบวนการ และขั้นตอนการให้บริการ และการลดรูปเอกสาร
แรกเริ่มนั้นอยู่ภายใต้การดูแลของ กรมศุลกากร มาตั้งแต่ปี 2551 ต่อมาด้วยภาระทางเทคโนโลยี ที่มีบทบาทมากขึ้นสิทธิ์ในการบริหารจัดการจึงย้ายมาอยู่กับ NT ในปี 2563 ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) และเริ่มดำเนินการเชิงพานิชย์มาตั้้งแต่ปี 2566
กรมศุลกากร ไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายกับผู้ให้บริการ เนื่องจากกรมศุลกากรได้ขอรับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากรัฐบาลในการพัฒนาและให้บริการระบบ NSW แต่ เมื่อ NT เป็นผู้ให้บริการจึงมีการลงทุนจัดหาระบบ NSW ใหม่ และให้คิดค่าใช้บริการระบบ
ผู้ให้บริการด้านการนำเข้าส่งออก NSW Service Provider หรือ NSP จะเป็นผู้ที่ต้องมาขึ้นทะเบียนใช้งานใหม่ และจ่ายค่าบริการ แต่หลังจากปี 2566 มีผู้นำเข้าส่งออก 8 รายมาขึ้นทะเบียนและยอมรับเงื่อนไข ขณะที่ NSP รายใหญ่อย่าง NETBAY ไม่ขึ้นทะเบียน
ด้วยการประกาศกำหนดอัตราค่าบริการใหม่ ในการยื่นเอกสารและการแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมนำเข้า-ส่งออกผ่านระบบ NSW ของ NT ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการขนส่งและโลจิสติกส์มองว่า อัตราค่าบริการที่เรียกเก็บใหม่นี้สูงเกินไป โดยอาจผลักภาระต้นทุนให้ผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นถึง 100% และส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกของไทย
ตัวแทนกลุ่มผู้นำเข้า-ส่งออก รวมถึงบริษัทผู้ให้บริการเชื่อมโยงข้อมูลอย่าง NETBAY จึงเคยยื่นหนังสือร้องเรียนต่อหน่วยงานภาครัฐ เพื่อคัดค้านการปรับขึ้นค่าบริการดังกล่าว และเสนอให้ยกเลิกการผูกขาดระบบ
NT จึงได้ยื่นฟ้อง NETBAY (คดีหมายเลขดำที่ 2636/2568) เพื่อบีบให้ NETBAY จ่ายเงินค่าธรรมเนียมการใช้ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูล National Single Window (NSW) ย้อนหลัง ตั้งแต่เริ่มให้บริการเชิงพานิชย์ โดยเรียกเก็บเงินรวม 424.87 ล้านบาท (คิดจากเงินต้นประมาณ 404 ล้านบาทรวมดอกเบี้ย 5% ต่อปี