ผู้ว่าฯ แจงอัยการสั่งไม่ฟ้องคดีตึกใหญ่กลาง “เขาค้อ” เผยหลักฐานไม่ชัด

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า จากกรณีอัยการสั่งไม่ฟ้องในคดีนายทุนก่อสร้างตึกขนาดใหญ่ 3 หลังกลางเขาค้อ และอยู่ในแปลงที่ดินราษฎรอาสาสมัคร(รอส.)และพื้นที่ป่าที่ทหารขอใช้จากกรมป่าไม้ เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ นอกจากนี้ยังมีรีสอร์ทรายอื่นๆที่ถูกจับกุมพร้อมกันอัยการยังมีคำสั่งไม่ฟ้องด้วยนั้น จริงๆแล้วป่าไม้กับทหารซึ่งเป็นเจ้าภาพอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานใหม่เพื่อฟ้องในประเด็นที่สามารถจะฟ้องร้องได้ เแต่บางกรณีหลักฐานและประเด็นไม่ชัดเจน อัยการจึงสั่งไม่ฟ้อง ส่วนสำนวนคดีในปัจจุบันหลังอัยการสั่งไม่ฟ้องไม่ได้เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว ที่ผ่านมามีคดีไหนที่สั่งฟ้องไปแล้วหรือยังไม่ได้สั่งฟ้องยอมรับว่ายังไม่ได้ลงไปในรายละเอียด โดยเฉพาะในเคสแปลงที่ดินรอส. เพียงแต่ก่อนหน้านี้หากมีการทำผิดเงื่อนไขทางกองทัพภาคที่ 3 จะเป็นฝ่ายพิจารณาถอดเพิกถอนสิทธิ รอส. และมีการพิจารณาบรรจุ รอส.ลงในแปลงที่ดินซึ่งเป็นอำนาจของทางกองทัพฯ

“เรื่องนี้ไม่หนักใจเพราะต้องเดินตามขั้นตอนไปแต่เขาค้อมีความเป็นมาพิเศษกว่าที่อื่น หากที่ดินอยู่นอกเขตรอส.และอยู่ในเขตป่าสงวนฯก็ต้องว่าไปตามกฎหมายซึ่งป่าไม้ต้องรับผิดชอบเต็มตัว แต่ส่วนที่เป็นส่วนของทหารขอใช้ก็ต้องมาว่ากันเป็นกรณีๆไป เพราะเคยเอาราษฎรอาสาเข้าไปอยู่ก็ต้องพิจารณากันเป็นกรณี ส่วนในรายตึกใหญ่อาจเป็นการฟ้องผิดช่องทางอัยการเลยไม่กล้าสั่งฟ้อง โดยเฉพาะประเด็นที่การร่วมทุนกัน ส่วนที่กังวลว่าอาจจะมีรีสอร์ทอื่นๆที่อยู่ในข่ายจะถูกบังคับใช้กฎหมายใช้วิธีหรือแนวทางเดียวกันเคสอาคารตึก 3 หลัง ก็ให้ทางทหารและป่าไม้ซึ่งถือเป็นเจ้าภาพหลัก โดยทางอำเภอก็เข้าไปร่วมด้วยไปพิจารณาดูว่ามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการได้อย่างไรบ้าง”

นายพิบูลย์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายชื่อรีสอร์ทนอกแปลงรอส. เข้าใจว่ายังอยู่ระหว่างการพิจารณาในระดับคณะทำงานฯ แต่หากรายชื่อมาถึงมือ ต้องว่ากันไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เพราะจะไปให้เป็นเรื่องของคณะกรรมการไม่ได้ ต้องดูข้อกฎหมายและต้องไล่กันไปทีละสเต็ป เพราะไม่ได้ใช้มาตรา 44 เหมือนกรณีภูทับเบิก กรณีเขาค้อจะเป็นอีกแบบโดยเฉพาะป่าไม้ต้องเป็นหลัก หากอยู่ในเขตป่า ป่าไม้รับสามารถจัดการได้เลยไม่จำเป็นต้องเสนอหรือผ่านคณะกรรมการ

“ต้องเข้าใจว่าพื้นที่เขาค้อก็ยังมีพื้นที่อุทยานที่เป็นป่าอยู่ แต่ที่เป็นปัญหาอยู่ คือโซนที่ดินที่ทหารขอใช้อยู่ และโซนที่ดินรอส. ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงการใช้ โดยมีบุคคลภายนอกอาจเข้ามาทำรีสอร์ทร่วมกับรอส.จึงต้องไล่กันไปตามข้อเท็จจริง และต้องแบ่งโซนให้ถูกไม่ใช้พูดกันไปว่าเป็นป่าหัวโล้นไปหมด ทำให้เกิดความสับสน ต้องดูสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ว่าพื้นที่เขาค้อยังมีป่าอยู่อีกเปอร์เซ็นต์และเป็นป่าอุทยานฯที่มีการดูแลเข้มงวดอยู่” นายพิบูลย์ กล่าว

แฟ้มภาพ

 

ที่มา มติชนออนไลน์

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ