สธ.เผยผลตรวจ 9 โรงน้ำแข็ง-น้ำดื่มในภูเก็ต หลังอุจจาระร่วงระบาด ตั้งแต่ 6 มิ.ย. พร้อมย้ำสถานการณ์ดีขึ้น ผู้ป่วยรายใหม่ลดลง แต่ยังเฝ้าระวัง-สอบสวนต่อเนื่อง
วันที่ 15 มิถุนายน 2566 สธ. อัพเดตสถานการณ์โรคอุจจาระร่วงใน จ.ภูเก็ต ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ 6 มิ.ย. 2566 และมีผู้ป่วยถึงวันละ 400-1,200 คน โดยหลายรายต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
ไม่พบปัญหาในโรงน้ำแข็ง-โรงงานน้ำดื่ม
นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 11 กล่าวว่า จากการตรวจโรงน้ำแข็ง 6 แห่งของ จ.ภูเก็ต และโรงผลิตน้ำดื่ม 3 แห่งใหญ่ ที่จำหน่ายในจังหวัด พบผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนผลตรวจน้ำและน้ำแข็งไม่พบเชื้อไวรัสก่อโรค

อย่างไรก็ตาม ยังเฝ้าระวังควบคุมโรคต่อเนื่อง โดยให้โรงพยาบาลใน จ.ภูเก็ต ค้นหาและเก็บตัวอย่างผู้ป่วยที่มีอาการชัดเจน พร้อมลงพื้นที่ที่มีความเชื่อมโยงกับผู้ป่วย เช่น ร้านอาหาร คอนโดฯที่พัก ชุมชน เพื่อค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติมและเก็บตัวอย่างผู้ป่วยส่งตรวจ รวมถึงตรวจสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลอาหาร
นอกจากนี้ จะติดตามตรวจคลอรีนในแหล่งผลิตน้ำประปา และแจ้งให้โรงแรมเติมคลอรีนในน้ำใช้ รวมทั้งประสานท้องถิ่นเรื่องการเพิ่มคลอรีนในระบบบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยสู่แหล่งสาธารณะ ด้วย
แนวโน้มป่วยใหม่ลดลง
ด้านข้อมูลต่าง ๆ ตั้งแต่เริ่มการระบาดนั้น นพ.กิตติศักดิ์ อธิบายว่า จำนวนผู้ป่วยในวันที่ 6 มิถุนายน 2566 จำนวน 383 ราย และเพิ่มขึ้นจนสูงสุดในวันที่ 9 มิถุนายน จำนวน 1,238 ราย จากนั้นผู้ป่วยเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยวันที่ 10 มิถุนายน พบผู้ป่วย 808 ราย วันที่ 11 มิถุนายน 659 ราย วันที่ 12 มิถุนายน 529 ราย ล่าสุด วันที่ 13 มิถุนายน 376 ราย
กลุ่มผู้ป่วยเป็นกลุ่มอายุ 25-34 ปี มีอัตราป่วยสูงสุด ร้อยละ 26.23 รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 15-24 ปี ร้อยละ 19.20 กลุ่มอายุ 34-44 ปี ร้อยละ 14.12 กลุ่มอายุ 5-9 ปี ร้อยละ 10.76 และกลุ่มอายุ 10-14 ปี ร้อยละ 10.44 ตามลำดับ ผู้ป่วยอายุน้อยสุดคือ 28 วัน และมากสุด 98 ปี
ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง มีผู้ที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพียงร้อยละ 13.32 จากการเก็บตัวอย่างอุจจาระผู้ป่วยส่งตรวจหาเชื้อก่อโรค พบเป็นโนโรไวรัส ร้อยละ 75 ส่วนอีกร้อยละ 25 ตรวจไม่พบเชื้อ

