ส่องร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ของกรุงเทพมหานคร จะใช้จ่ายกับเรื่องอะไรบ้าง? พร้อมสถานะการเงินการคลังของ กทม. ว่าเป็นอย่างไร?
สำนักงบประมาณกรุงเทพมหานคร ได้เผยแพร่ข้อมูลร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 บนเว็บไซต์ data.bangkok.go.th ซึ่งเป็นเว็บไซต์ข้อมูลเปิดกรุงเทพมหานคร จากหน่วยงานในกรุงเทพมหานคร
การเปิดเผยร่างงบประมาณนี้ เป็นไปตามคำสั่งกรุงเทพมหานคร ที่กำหนดให้สำนักงบประมาณกรุงเทพมหานคร สำนักการคลัง และสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล ต้องร่วมดำเนินการ กำหนดมาตรการในการสนับสนุนการบูรณาการข้อกำหนดนโยบายข้อมูลเปิด ซึ่งรวมไปถึงการเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดการใช้จ่ายงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง และการจัดเก็บรายได้ของกรุงเทพมหานคร
ซึ่งสำนักงบประมาณกรุงเทพมหานคร เคยเผยแพร่ร่างงบประมาณมาแล้วเมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2566
“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนส่องร่างงบประมาณรายจ่าย ปีงบประมาณ 2566 ให้ลึกขึ้น
ส่องสถานะการเงิน กทม.
ก่อนจะทำความเข้าใจงบประมาณต่าง ๆ ว่าจะเป็นอย่างไร จะพาผู้อ่านทุกท่าน เข้าใจสถานะการเงินการตลังของกรุงเทพมหานคร ณ ปัจจุบันก่อน
จากข้อมูลสถานะการเงินการคลังของกรุงเทพมหานคร ณ วันที่ 20 กรกฎาคม 2566 ระบุว่า กรุงเทพมหานคร มีเงินฝากธนาคารอยู่ที่ 101,488.81 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น
- เงินสะสมกรุงเทพมหานครคงเหลือ 55,432.02 ล้านบาท
- รายรับหักรายจ่ายสุทธิ 17,023.21 ล้านบาท
- รายรับพิเศษหักรายจ่ายพิเศษสุทธิ 9,732.49 ล้านบาท
- ทุนสำรองเงินคงคลังกรุงเทพมหานคร 8,046.59 ล้านบาท
- เงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีที่ยังไม่เบิก 7,456.25 ล้านบาท
- เงินนอกงบประมาณที่มีภาระผูกพัน 3,798.25 ล้านบาท

ขณะที่ภาระหนี้ของ กทม. ตามโครงการต่อเนื่องที่ได้ก่อหนี้ผูกพันแล้ว ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 หรือ ณ วันสิ้นงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ระบุไว้ว่า ยังมีโครงการต่อเนื่องอยู่ จำนวน 213 โครงการ จำนวนเงินรวม 75,657.83 ล้านบาท โดยกว่า 71% เป็นโครงการที่มีวงเงินงบประมาณสูงกว่า 1,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนเงิน 53,865.12 ล้านบาท

ประมาณการรายรับ 9 หมื่นล้านบาท
กรุงเทพมหานครประมาณการรายรับ ปีงบประมาณ 2567 ไว้ที่ 90,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2566 ซึ่งประมาณการไว้ที่ 79,000 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 11,000 ล้านบาท) และสูงกว่ารายรับจริงเมื่อปีงบประมาณ 2565 ซึ่งอยู่ที่ 88,276.71 ล้านบาท
สำหรับรายรับที่ประมาณการนั้น จะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ รายรับส่วนที่ กทม. เป็นผู้จัดเก็บเอง 21,700 ล้านบาท และรายรับที่ส่วนราชการอื่นจัดเก็บให้ 68,300 ล้านบาท โดยรายละเอียดของแต่ละรายรับ แบ่งเป็น
รายรับที่จัดเก็บโดย กทม.
- ภาษีอากรต่าง ๆ เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย เป็นต้น ประมาณการไว้ที่ 16,850,000,000 บาท
- ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาต ค่าปรับ และค่าบริการ ประมาณการไว้ที่ 2,500,000,000 บาท
- รายได้จากทรัพย์สิน ประมาณการไว้ที่ 900,000,000 บาท
- รายได้จากสาธารณูปโภค การพาณิชย์ และกิจกรรมอื่น ประมาณการไว้ที่ 50,000,000 บาท
- รายได้เบ็ดเตล็ด ประมาณการไว้ที่ 1,400,000,000 บาท
รวมทั้งสิ้น 21,700,000,000 บาท
รายรับที่จัดเก็บโดยส่วนราชการอื่น
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม ประมาณการที่ 32,800,000,000 บาท
- ภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์ ประมาณการที่ 14,500,000,000 บาท
- ภาษีสุราและสรรพสามิต ประมาณการที่ 4,900,000,000 บาท
- ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ประมาณการที่ 12,200,000,000 บาท
- ภาษีธุรกิจเฉพาะ ประมาณการที่ 3,790,000,000 บาท
- ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายสุรา ประมาณการที่ 4,800,000 บาท
- ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเล่นการพนัน ประมาณการที่ 200,000 บาท
- ค่าปรับผู้ละเมิดกฎหมายจราจร ประมาณการที่ 105,000,000 บาท
รวมทั้งสิ้น 68,300,000,000 บาท
นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากการพาณิชย์ โดยหน่วยงานในสังกัด กทม. ได้แก่ สำนักงานสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร, สำนักงานตลาดกรุงเทพมหานคร และสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัยกรุงเทพมหานคร โดยมีการประมาณการรายรับการพาณิชย์ ประจำปีงบประมาณ 2567 ไว้ที่ 946.23 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น
สำนักงานสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร
- รายได้จากทรัพย์สิน (ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร) ประมาณการไว้ที่ 20,900,000 บาท
- รายได้จากการรับจำนำ (ดอกเบี้ยรับจำนำ และการจำหน่ายทรัพย์หลุดจำนำ) ประมาณการไว้ที่ 343,360,000 บาท
รวมทั้งสิ้น 364,260,000 บาท
สำนักงานตลาดกรุงเทพมหานคร
- รายได้จากทรัพย์สิน ประมาณการไว้ที่ 431,034,100 บาท
- รายได้เบ็ดเตล็ด ประมาณการไว้ที่ 92,782,250 บาท
- รายได้พิเศษ (กำไรสะสม) ประมาณการไว้ที่ 50 ล้านบาท
รวมทั้งสิ้น 573,816,350 บาท
สำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัยกรุงเทพมหานคร
- รายได้จากทรัพย์สิน 8,157,600 บาท
- รายได้พิเศษ (กำไรสะสม) ไม่มี
รวมท้ังสิ้น 8,157,600 บาท
ทั้งนี้ รายรับทั้งหมดที่คาดการณ์ไว้ จะเป็นรายจ่ายงบประมาณของ กทม. สำหรับปีงบประมาณดังกล่าวทั้งหมด ขณะที่รายรับการพาณิชย์ของ 3 หน่วยงานในสังกัด กทม. จะนำไปเป็นรายจ่ายประจำปีงบประมาณดังกล่าว 819.48 ล้านบาท แบ่งเป็น รายจ่ายประจำ 769.48 ล้านบาท และรายจ่ายพิเศษ 50 ล้านบาท
รายจ่าย กทม.-รายจ่ายการพาณิชย์ มีอะไรบ้าง?
สำหรับรายละเอียดรายจ่ายงบประมาณของ กทม. ประจำปีงบประมาณ 2567 จำนวน 90,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการประมาณก่อน เมื่อปีงบประมาณ 2566 ซึ่งประมาณการไว้ที่ 79,000 ล้านบาท โดยรายละเอียดการจัดสรรงบประมาณ แบ่งเป็นดังนี้
- รายจ่ายประจำพื้นฐาน 65,087,459,162 บาท
- รายจ่ายตามแผนยุทธศาสตร์ 7,253,177,038 บาท
- รายจ่ายเพื่ออุดหนุนหน่วยงานในกำกับ 2,940,538,400 บาท
- รายจ่ายงบกลาง 14,718,825,400 บาท

ขณะที่หากจำแนกรายจ่ายตามประเภทหน่วยงานของ กทม. จะแบ่งเป็น รายจ่ายของสำนักในสังกัด กทม. จำนวน 54,713,217,100 บาท รายจ่ายงบกลาง จำนวน 14,718,825,400 บาท และรายจ่ายของ 50 สำนักงานเขต จำนวน 20,567,957,500 บาท
สำหรับสำนัก-กลุ่มเขตที่มีรายจ่ายสูงที่สุด มีดังนี้
สำนักในสังกัด กทม. ที่มีรายจ่ายสูงที่สุด 3 อันดับแรก
- สำนักการโยธา 11,563 ล้านบาท
- สำนักการระบายน้ำ 8,936 ล้านบาท
- สำนักสิ่งแวดล้อม 7,579 ล้านบาท
กลุ่มเขตที่มีรายจ่ายสูงที่สุด
- กลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออก 4,744 ล้านบาท
- กลุ่มเขตกรุงเทพใต้ 3,371 ล้านบาท
- กลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ 3,296 ล้านบาท
- กลุ่มเขตกรุงธนเหนือ 3,231 ล้านบาท
- กลุ่มเขตกรุงธนใต้ 3,055 ล้านบาท
- กลุ่มเขตกรุงเทพกลาง 2,870 ล้านบาท

สำหรับงบประมาณรายจ่ายการพาณิชย์ของ 3 หน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร แบ่งเป็น รายจ่ายประจำ 769,477,630 บาท และรายจ่ายพิเศษ 50,000,000 บาท โดยมีรายละเอียดดังนี้
รายจ่ายประจำ
- สำนักงานสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร 274,391,530 บาท
- สำนักงานตลาดกรุงเทพมหานคร 486,928,900 บาท
- สำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย 8,157,200 บาท
รายจ่ายพิเศษ
- สำนักงานตลาดกรุงเทพมหานคร 50,000,000 บาท

เปิด 3 รายละเอียด งบประมาณ กทม. ตลอดปีงบฯ 2567
รายละเอียดงบประมาณ ของ กทม. ที่เป็นไฮไลต์สำคัญ 3 เรื่องใหญ่ เริ่มตั้งแต่งบประมาณเมื่อจำแนกตาม 9 ลักษณะงาน รวม 72,340,636,200 บาท โดย 3 เรื่องที่ใช้งบประมาณมากที่สุด มีดังนี้
- การจัดบริการของสำนักงานเขต 20,567,957,500 บาท
- การบริหารจัดการและบริหารราชการกรุงเทพมหานคร 16,858,062,575 บาท
- ด้านเมืองและการพัฒนาเมือง 14,415,056,829 บาท

ขณะที่งบประมาณของ กทม. สำหรับปีงบประมาณ 2567 จำนวน 90,000 ล้านบาท จะใช้กับอีก 2 เรื่องสำคัญ คือ งบประมาณเพื่อเส้นเลือดฝอย จำนวน 3,356 ล้านบาท โดยงบประมาณดังกล่าว จะใช้ในการปรับปรุงถนน ทางเดินเท้า ลานกีฬา โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน และระบบระบายน้ำ ขุดลอกคูคลอง ครอบคลุมทั้ง 50 เขตของ กทม.

และอีกหนึ่งเรื่องที่จะใช้งบประมาณด้วย คือ นโยบาย กรุงเทพฯ 9 ดี ซึ่งเป็นนโยบายของกรุงเทพมหานคร ยุคผู้ว่าฯ ชัชชาติ ที่เน้นการดำเนินงานภายใต้ 9 ด้าน 9 ดี 226 นโยบาย ซึ่งในปีงบประมาณ 2567 จะใช้วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 20,563 ล้านบาท

ทั้งนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้ข้อมูลในวันแถลงผลงานครบรอบ 1 ปี การเป็นผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า นโยบายของ กทม. มีการเปลี่ยนแปลงให้เข้าใจง่ายสอดคล้องกับรูปแบบการทำงานจริง และตอบสนองความต้องการของประชาชนมากขื้น
จาก 9 ด้าน 9 ดี แบบเดิม ได้แก่ เดินทางดี ปลอดภัยดี โครงสร้างดี สุขภาพดี สิ่งแวดล้อมดี เศรษฐกิจดี สร้างสรรค์ดี เรียนดี และบริหารจัดการดี รวมนโยบายทั้งหมด 216 นโยบาย
เป็น 9 ด้าน 9 ดี แบบใหม่ ได้แก่ เดินทางดี ปลอดภัยดี โปร่งใสดี (ใหม่) สิ่งแวดล้อมดี สุขภาพดี เรียนดี เศรษฐกิจดี สังคมดี (ใหม่) และบริหารจัดการดี รวม 226 นโยบาย โดยผู้ว่าฯ กทม. ระบุเพิ่มเติมว่า เริ่มดำเนินการไปแล้ว 211 นโยบาย
ผ่านวาระแรกแล้ว ตั้งกรรมการพิจารณาร่างฯ
ย้อนกลับไปเมื่อการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 4) ประจำปีพุทธศักราช 2566 วันที่ 26 กรกฎาคม 2566 ที่ประชุมสภา กทม. ทั้ง 45 คน จาก 50 คน มีมติเห็นชอบให้รับหลักการร่างข้อบัญญัติดังกล่าว ในวาระแรก พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ประกอบด้วย
- สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก. เขตจอมทอง (ประธาน)
- นภาพล จีระกุล ส.ก. เขตบางกอกน้อย (รองประธานคนที่ 1)
- ยิ่งยงค์ จิตเพียรธรรม ส.ก. เขตทวีวัฒนา (รองประธานคนที่ 2)
- สุชัย พงษ์เพียรชอบ ส.ก. เขตคลองเตย (รองประธานคนที่ 3)
- ต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (รองประธานคนที่ 4)
- สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก. เขตลาดกระบัง (เลขานุการคณะกรรมการวิสามัญฯ)
นายวิรัตน์ มีนชัยนันต์ ประธานสภากรุงเทพมหานคร (สภา กทม.) ระบุว่า เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้พิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน นับตั้งแต่วันที่สภาฯ ได้พิจารณารับร่างข้อบัญญัติ จึงขอให้คณะกรรมการวิสามัญฯ ดำเนินการพิจารณาให้แล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดภายในวันจันทร์ที่ 4 กันยายน 2566 ก่อนจะนำเสนอต่อที่ประชุมสภาได้ในวาระที่ 2 และ 3 ต่อไป