ส่อง 10 ไฮไลต์ ครบรอบ 4 ปี เมืองหลวงในมือ ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’
ส่องผลงานครบรอบ 4 ปี ของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) บนฐานประชากรรวมประชากรแฝงกว่า 10 ล้านคน สะท้อนความเปลี่ยนแปลงผ่านยุทธศาสตร์ “เส้นเลือดฝอย” แทนโครงการเมกะโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่
บทความนี้ ประชาชาติธุรกิจสรุปการเปลี่ยนแปลงและสถิติสะสมจากศูนย์ข้อมูลกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ทำได้จริงควบคู่กับข้อจำกัดที่ยังคงอยู่
1. ยอดการแจ้งเหตุผ่านระบบ “Traffy Fondue”
ยอดแจ้งเรื่องร้องเรียนรวมกว่า 1.3 ล้านเรื่อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการปิดเคสสำเร็จ 82% ปัญหาขนาดเล็กเช่น ไฟดับ หรือฝาท่อชำรุด ลดระยะเวลาแก้ไขเหลือ 24-48 ชั่วโมง
ทั้งนี้ระบบประสบความสำเร็จในการสร้าง Big Data เพื่อจัดสรรงบประมาณพัฒนาเขตตามความเสี่ยงจริง แต่มีข้อจำกัดในปัญหากลุ่มที่คาบเกี่ยวพ่วงอำนาจหน่วยงานภายนอก (เช่น สายสื่อสาร หรือการขุดถนน) ซึ่งยังมีอัตราการล่าช้า และบางพื้นที่พบปัญหาเจ้าหน้าที่กดปิดเคสในระบบก่อนหน้างานเสร็จสิ้นจริง
2. โครงการปลูกต้นไม้ล้านต้น
เพิ่มพื้นที่สีเขียว ดักจับฝุ่นละออง PM 2.5 โดยการปลูกต้นไม้ทะลุ 1 ล้านต้นภายใน 2 ปี เพิ่มโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวผ่านระบบติดตามการรอดชีวิตออนไลน์
ทั้งนี้ กลยุทธ์แบบความร่วมมือเอกชน-ประชาชน ช่วยลดภาระงบประมาณค่ากล้าไม้ได้จริง แต่ในเชิงคุณภาพ สัดส่วนส่วนใหญ่ยังคงเป็นไม้พุ่มและไม้ขนาดเล็ก ส่วนไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่มีคุณสมบัติดักจับฝุ่น PM 2.5 ยังมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ปลูกในเขตเมืองชั้นในเนื่องจากแนวสายไฟ และต้องติดตามอัตราการรอดชีวิตในระยะยาว
3. การขับเคลื่อน “สวน 15 นาที”
กระจายพื้นที่สีเขียวให้เข้าถึงได้ในระยะ 800 เมตร พัฒนาสวนชุมชนและ Pocket Park ประมาณ 471 สวน เปลี่ยนที่รกร้างว่างเปล่าของเอกชนเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์
โดย กทม. ใช้มาตรการจูงใจทางภาษีที่ดินเพื่อเปลี่ยนที่ดินรกร้างของเอกชนมาทำเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์โดยไม่ต้องเวนคืน แต่เนื่องจากสวนส่วนใหญ่มีขนาดเล็กมาก (ระดับชุมชน) จึงยังไม่สามารถดึงดัชนีพื้นที่สีเขียวต่อหัวประชากรในภาพรวมทั้งกรุงเทพฯ ให้เข้าใกล้มาตรฐานองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้อย่างรวดเร็ว
4. โครงสร้างพื้นฐานและการจัดการน้ำท่วมขัง
ดำเนินการขุดลอกท่อระบายโดยเฉลี่ยปีละ 3,000 กิโลเมตร ขุดลอกคลองรวม 230 คลอง ระยะเวลาเฉลี่ยในการระบายน้ำบนถนนสายหลักยามฝนตกปกติถึงปานกลางลดลงเหลือ 30 นาที ถึง 2 ชั่วโมง
ทั้งนี้ ระบบเส้นเลือดฝอยช่วยให้ถนนสายหลักแห้งไวขึ้นชัดเจน แต่จุดเปราะบางตามข้อเท็จจริงคือ ชุมชนในซอยแยกย่อยที่ระบบท่อยังมีขนาดเล็ก และพื้นที่ลุ่มต่ำชายขอบเมืองยังคงเผชิญปัญหาน้ำท่วมขังยาวนานเมื่อเกิดกรณีฝนตกสะสมเกิน 100 มิลลิเมตร ทำให้ทุกฤดูฝนยังคงมีภาพน้ำท่วมถนนสายหลักให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ
5. การคมนาคมและจัดระเบียบทางเท้า
ดำเนินการปรับปรุง ยกระดับมาตรฐาน และจัดระเบียบผิวทางเท้าไปแล้ว เปลี่ยนโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก (RC) เพื่อความทนทาน และปรับลดระดับทางลาดตามหลัก Universal Design
อย่างไรก็ตาม ผิวทางเท้าในจุดปรับปรุงมีความแข็งแรงขึ้นจริง แต่ความท้าทายคือการรักษาความยั่งยืนหลังการจัดระเบียบ เนื่องจากยังคงมีการลักลอบขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า และการย้ายผู้ค้าหาบเร่แผงลอยไปยังพื้นที่รองรับ (Hawker Center) ยังไม่ประสบความสำเร็จในบางทำเล เนื่องจากมีการต้องข้อสังเกตว่าไม่มีกำลังซื้อจากคนเดินเท้า
6. การปรับปรุงความปลอดภัยทางม้าลาย
ตรวจสอบและทาสีทำเครื่องหมายจราจรบนทางม้าลายกว่า 3,000 จุด โดยใช้สีวัสดุกันลื่นสีแดง (Cold Plastic) ในจุดเสี่ยง และติดตั้งสัญญาณไฟจราจรคนข้ามแบบกดปุ่มเพิ่มขึ้นกว่า 150 จุด
โดยมาตรการกายภาพนี้ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยการมองเห็นได้ดีขึ้น แต่สถิติอุบัติเหตุยังคงเกิดขึ้น เนื่องจากความปลอดภัยผูกติดอยู่กับวินัยจราจรของผู้ขับขี่และการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่หลักของตำรวจจราจร ไม่ใช่อำนาจโดยตรงของ กทม.
7. การเชื่อมโยงโครงข่ายกล้อง CCTV
พบว่ามีการเชื่อมโยงระบบกล้องวงจรปิดพร้อมใช้งานราว 62,000 ตัว ทั่วพื้นที่ 50 เขต ปฏิรูประบบราชการโดยเปิดให้ประชาชนยื่นขอดูปรับภาพออนไลน์ได้ไฟล์ภายใน 24 ชั่วโมงในกรณีฉุกเฉิน
อย่างไรก็ตามแม้จะสามารถลดขั้นตอนระบบราชการและลบภาพจำเรื่องกล้องดัมมี่ได้จริง แต่ระบบกล้องส่วนใหญ่ยังเป็นระบบบันทึกภาพทั่วไป การใช้ระบบ AI Analytics เพื่อตรวจจับพฤติกรรมผิดกฎหมายจราจรโดยอัตโนมัติยังอยู่ในขั้นทดสอบเฉพาะจุดสำคัญ ไม่ได้ครอบคลุมทั้งโครงข่าย
นโยบาย “ไม่เทรวม” ขยะ
โครงการนำร่องแยกขยะเศษอาหารและขยะรีไซเคิลจากต้นทางในโรงเรียน สำนักงาน และชุมชน สามารถลดปริมาณขยะได้ 1 พันตันต่อวัน
อย่างไรก็ตาม แม้จะช่วยลดงบประมาณค่าน้ำหนักการกำจัดขยะได้จริง แต่เมื่อเทียบกับปริมาณขยะรวมของกรุงเทพฯ ที่สูงถึงวันละประมาณ 1 หมื่น ปริมาณที่ลดลงได้ คิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น
9. การควบคุมและฝังไมโครชิปสัตว์เลี้ยง
บริการฝังไมโครชิปในสุนัขและแมวฟรีก่ว่า 3.4 หมื่นตัว ซึ่งมาตรการนี้สร้างฐานข้อมูลเจ้าของสัตว์เลี้ยงเพื่อควบคุมการนำไปปล่อยทิ้งเชิงป้องปรามได้ดี
แต่ข้อเท็จจริงในพื้นที่พบว่า ปัญหาสัตว์จรจัดที่ไม่มีผู้รับผิดชอบโดยตรงตามวัดและพื้นที่รกร้างยังคงมีสัดส่วนสูง เนื่องจาก กทม. ยังติดขัดเรื่องงบประมาณและสถานที่พักพิงสัตว์จรจัดที่ได้มาตรฐาน
10. การคลังเมืองและการจัดการ “หนี้บีทีเอส”
สภากรุงเทพมหานครอนุมัติจัดสรรงบประมาณจากเงินสะสมจ่ายขาด ชำระหนี้ค่าติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องกล (E&M) รถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 1 และ 2 ให้แก่บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC เป็นจำนวนเงินราว 2.3 หมื่นล้านบาท ครบถ้วนแล้ว
การนำเงินสะสมจ่ายขาดมาชำระหนี้ค่า E&M ช่วยให้ กทม. หยุดภาระดอกเบี้ยปรับที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละ 2-3 ล้านบาทได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งช่วยรักษาเสถียรภาพทางการคลังในระยะสั้นและลดความเสี่ยงทางกฎหมาย
