Skip to content

สภา กทม. เห็นชอบงบประมาณปี’67 กว่า 90,000 ล้าน ประกาศใช้ 1 ต.ค.นี้

06 ก.ย. 2566 | 18:08น.
สภา กทม. เห็นชอบงบประมาณปี’67 กว่า 90,000 ล้าน ประกาศใช้ 1 ต.ค.นี้

สภา กทม. ผ่านร่างงบประมาณ กทม. ปีงบประมาณ 2567 กว่า 90,000 ล้านบาทแล้ว เตรียมบังคับใช้ 1 ต.ค. 2566 พร้อมเปิดหน่วยงาน-สำนักงานเขตที่ได้งบฯ มากสุด-น้อยสุด

วันที่ 6 กันยายน 2566 ที่อาคารไอราวัตพัฒนา กทม.2 (ดินแดง) นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมวิสามัญ สมัยที่สอง (ครั้งที่ 1) ประจำปีพุทธศักราช 2566 โดยมี สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร

นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 รายงานผลการพิจารณาของคณะกรรมการวิสามัญ รายละเอียดการปรับลด รวมถึงข้อสังเกตทั่วไป และข้อสังเกตเฉพาะหน่วยงาน ซึ่งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ได้ตั้งเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 90,570,138,630 บาท

โดยหลักเกณฑ์การพิจารณา คณะกรรมการวิสามัญได้พิจารณาร่างข้อบัญญัติฯ เริ่มจากชื่อร่างข้อบัญญัติ หลักการ เหตุผล คำปรารภ ตัวร่างข้อบัญญัติ เรียงตามลำดับแล้วจึงพิจารณารายละเอียดของงบประมาณรายจ่ายจนจบ โดยมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงบประมาณกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงรายละเอียดประกอบการพิจารณา

ทั้งนี้ กรรมการวิสามัญฯได้ขอสงวนความเห็นเพื่อให้สภากรุงเทพมหานครวินิจฉัยในรายการของสำนักการศึกษา สำนักการระบายน้ำ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักสิ่งแวดล้อม และสำนักพัฒนาสังคม

“งบประมาณที่ผ่านคณะกรรมการวิสามัญฯ ในครั้งนี้มีมากกว่า 90,000 ล้านบาท กรรมการได้พิจารณาโดยยึดหลักความคุ้มค่า เป็นประโยชน์กับประชาชน รวมถึงสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจสังคมในปัจจุบัน ขอบคุณกรรมการและอนุกรรมที่ได้ร่วมกันกลั่นกรองงบประมาณในครั้งนี้

และขอบคุณหัวหน้าหน่วยงานที่ได้ร่วมชี้แจงรายละเอียดและตอบข้อซักถามของคณะกรรมการ ขอบคุณฝ่ายเลขานุการ สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร และสำนักงบประมาณที่ได้ร่วมปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเท เสียสละมาต่อเนื่อง 45 วัน ทำให้กรุงเทพมหานครได้มีงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ” นายสุทธิชัยกล่าว

เปิด 3 หน่วย-เขต ได้งบประมาณมากสุด-น้อยสุด

สำหรับงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ประจำปี 2567 ของกรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้น 90,570,138,630 บาท เรียงลำดับหน่วยงาน/เขตที่ได้รับงบประมาณสูงสุดและน้อยสุด ดังนี้

หน่วยงานที่ได้รับงบประมาณมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ

  • สำนักการโยธา จำนวน 10,199,547,439 บาท
  • สำนักการระบายน้ำ จำนวน 7,860,495,076 บาท
  • สำนักสิ่งแวดล้อม จำนวน 7,673,180,800 บาท

หน่วยงานที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุด 3 ลำดับ คือ

  • สำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จำนวน 71,184,800 บาท
  • สำนักงบประมาณ จำนวน 85,596,510 บาท
  • สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร จำนวน 189,471,700 บาท

สำนักงานเขตที่ได้รับงบประมาณมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ

  • สำนักงานเขตลาดกระบัง จำนวน 774,356,920 บาท
  • สำนักงานเขตหนองจอก จำนวน 754,150,533 บาท
  • สำนักงานเขตจตุจักร จำนวน 701,898,570 บาท

สำนักงานเขตที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุด 3 ลำดับ คือ

  • สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ จำนวน 237,412,410 บาท
  • สำนักงานเขตบางรัก จำนวน 251,616,775 บาท
  • สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย จำนวน 275,383,900 บาท

เห็นชอบหั่นงบฯ “ห้องเรียนปลอดฝุ่น” เพิ่มเติม

นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง นางกนกนุช กลิ่นสังข์ ส.ก.เขตดอนเมือง น.ส.รัตติกาล แก้วเกิดมี ส.ก.เขตสายไหม และนายวิรัช คงคาเขตร ส.ก.เขตบางกอกใหญ่ ซึ่งเป็นคณะกรรมการวิสามัญฯ ขอสงวนความเห็นในประเด็นโครงการการปรับปรุงห้องเรียนปลอดฝุ่นชั้นอนุบาล 6 กลุ่มเขต และขอให้สภา วินิจฉัย

โดยขอให้ตัดเนื่องจากไม่คุ้มค่ากับงบประมาณในการปรับปรุง และให้ความเห็นว่าการเขียนโครงการต้องเขียนให้สอดคล้องกับนโยบายของผู้ว่าฯ กทม.เรื่องเส้นเลือดฝอย การประมาณการเพื่อทำโครงการควรวิเคราะห์ให้สมเหตุผล ซึ่งคำขอรับงบประมาณทุกกลุ่มเขตไม่มีการให้รายละเอียดแต่อย่างใด

การปรับปรุงห้องเรียนโดยการจัดซื้อเครื่องปรับอากาศอาจเป็นการแก้ไขปัญหาไม่ถูกวิธี ต้นทางการแก้ปัญหาคือการปลูกฝังให้เด็กได้เรียนรู้การปลูกต้นไม้เพื่อกรองฝุ่น ควรปลูกฝังให้เด็กมีความรักและผูกพันกับต้นไม้ และอาจร่วมด้วยการงดกิจกรรมการแจ้ง และการหมั่นทำความสะอาด

ทั้งนี้ความปลอดภัยของเด็กเป็นเรื่องสำคัญ แต่การนำเด็กไปไว้ในห้องปรับอากาศตลอดเวลาเหมาะสมและปลอดภัยหรือไม่ รวมถึงงบประมาณค่าไฟที่จะต้องเพิ่มขึ้นมา อย่างไรก็ตามหากกรุงเทพมหานครจะเสนอโครงการพร้อมรูปแบบการติดตั้งโซล่าเซลล์ในคราวเดียวกันจะเหมาะสมมากกว่า

ทั้งนี้ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร มีมติเห็นชอบกับผู้สงวนความเห็น ให้ตัดงบประมาณของสำนักการศึกษาในโครงการดังกล่าว ในวงเงิน 219,339,000 บาท

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวชี้แจงในที่ประชุมว่า เรื่องนี้อยู่ในนโยบายการจัดพื้นที่ปลอดฝุ่นให้กลุ่มเปราะบาง อายุ 1-6 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงอายุที่สมองจะสามารถพัฒนาได้ดีที่สุด หลายครั้งเราละเลยเด็กกลุ่มนี้ ประกอบกับการสอนให้เด็กเล็กใส่หน้ากากทำได้ยาก

จึงเกิดแนวคิดทำเรื่องห้องเรียนปลอดฝุ่น หลายครั้งที่ได้ไปเยี่ยมโรงเรียนและเห็นว่าเด็กอยู่ในห้องเรียนที่ร้อน ห้องของเด็กที่เป็นอนาคตของชาติ การลงทุนงบประมาณกับเด็กถือเป็นเรื่องที่คุ้มค่า อนาคตต้องมีการติดโซล่าเซลล์ให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเด็กรวยหรือเด็กจนควรได้รับโอกาสในการเรียนในห้องเรียนปรับอากาศ

“การเห็นต่างเป็นเรื่องที่ดีและต้องขอบคุณ ส.ก.ที่ได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นในแง่มุมต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นหน้าที่ที่สำคัญของของสภา กทม. ฝ่ายนิติบัญญัติที่จะต้องพิจารณาเหตุผลความจำเป็นของงบประมาณให้คุ้มค่า การเขียนรายละเอียดโครงการเป็นหน้าที่ของข้าราชการ ขอให้เล็งเห็นประโยชน์สูงสุด” ส.ก.สุทธิชัยกล่าว

วอนจัดงบฯแก้ปัญหาไข้เลือดออก ลดความสูญเสีย

ส.ก.สุทธิชัยกล่าวว่า ในฐานะประธานคณะกรรมการและคณะกรรมการ ได้เชิญสำนักอนามัยมาชี้แจงเหตุผลความจำเป็นการของบประมาณปีนี้ ซึ่งได้ของบประมาณภาพรวมมาจำนวนทั้งสิ้น 2,642 ล้านบาท และงบประมาณของกองควบคุมโรคพบว่ามีการของบประมาณมาจำนวนน้อยมาก

ในขณะที่หน้าที่หลักของหน่วยงานคือการควบคุมแหล่งพาหะนำโรค และพบว่าปัจจุบันประชาชนป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกจำนวนมาก ในปีนี้พบว่ามีผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 5,000 คน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ราย

การของบประมาณที่น้อยมาก ไม่เพียงพอต่อการดูแลประชาชนในชุมชนที่มีอยู่ใน กทม.กว่า 2,000 ชุมชน เมื่อประสานฝ่ายบริหารเพื่อขอให้เสนองบแปรเพื่อจัดซื้อนวัตกรรมเพื่อกำจัดลูกน้ำยุงลายเข้ามาแต่ยังไม่มีดำเนินการแต่อย่างใด

งบประมาณที่ขอแปรกลับเข้ามาไม่ตรงกับความต้องการประชาชน และไม่สามารถแก้ไขความเสี่ยงในชีวิตประชาชนได้ อะไรที่เห็นว่าเป็นเรื่องความปลอดภัยของประชาชน กทม.ควรที่จะเร่งทำ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องหานวัตกรรมในการกำจัดลูกน้ำยุงลายที่มีประสิทธิภาพ ขอฝากไปยังผู้บริหารกรุงเทพมหานครที่กำกับดูแลให้เร่งแก้ไขและดำเนินการด้วย

จากนั้นที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครได้มีมติเห็นชอบร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ซึ่งจะได้จัดส่งให้ฝ่ายบริหารดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ข้อบัญญัติงบประมาณฉบับนี้จะใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป

ย้อนดูร่างงบฯ ปี 2567

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมข้อมูลร่างงบประมาณ กทม. ประจำปีงบประมาณ 2567 โดยรายละเอียดรายจ่ายงบประมาณของ กทม. ประจำปีงบประมาณ 2567 จำนวน 90,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการประมาณก่อน เมื่อปีงบประมาณ 2566 ซึ่งประมาณการไว้ที่ 79,000 ล้านบาท โดยรายละเอียดการจัดสรรงบประมาณ แบ่งเป็นดังนี้

  • รายจ่ายประจำพื้นฐาน 65,087,459,162 บาท
  • รายจ่ายตามแผนยุทธศาสตร์ 7,253,177,038 บาท
  • รายจ่ายเพื่ออุดหนุนหน่วยงานในกำกับ 2,940,538,400 บาท
  • รายจ่ายงบฯกลาง 14,718,825,400 บาท

ขณะที่หากจำแนกรายจ่ายตามประเภทหน่วยงานของ กทม. จะแบ่งเป็น รายจ่ายของสำนักในสังกัด กทม. จำนวน 54,713,217,100 บาท รายจ่ายงบฯกลาง จำนวน 14,718,825,400 บาท และรายจ่ายของ 50 สำนักงานเขต จำนวน 20,567,957,500 บาท โดยสำนัก-กลุ่มเขตที่มีรายจ่ายสูงที่สุด มีดังนี้

สำนักในสังกัด กทม. ที่มีรายจ่ายสูงที่สุด 3 อันดับแรก

  • สำนักการโยธา 11,563 ล้านบาท
  • สำนักการระบายน้ำ 8,936 ล้านบาท
  • สำนักสิ่งแวดล้อม 7,579 ล้านบาท

กลุ่มเขตที่มีรายจ่ายสูงที่สุด

  • กลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออก 4,744 ล้านบาท
  • กลุ่มเขตกรุงเทพใต้ 3,371 ล้านบาท
  • กลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ 3,296 ล้านบาท
  • กลุ่มเขตกรุงธนเหนือ 3,231 ล้านบาท
  • กลุ่มเขตกรุงธนใต้ 3,055 ล้านบาท
  • กลุ่มเขตกรุงเทพกลาง 2,870 ล้านบาท
ภาพจาก กรุงเทพมหานคร