กรมการแพทย์เตือนโรคทางเดินหายใจในเด็กระบาดหนัก

กรมการแพทย์-ไข้หวัดใหญ่
Image by prostooleh on Freepik

กรมการแพทย์เตือนโรคทางเดินหายใจในเด็กระบาดหนัก ทั้งไข้หวัดใหญ่ เชื้อ RSV และอื่น ๆ

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ป่วยเด็กที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ เชื้อ RSV และไวรัสทางเดินหายใจอื่น ๆ เพิ่มจำนวนมากขึ้น รวมถึงมีอาการหนักขึ้น

เนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทำให้เด็ก ๆ ที่ยังไม่มีภูมิต้านทานต่อโรคทางเดินหายใจ หรือผู้ใหญ่บางรายที่มีภูมิต้านทานน้อยเสี่ยงรับเชื้อมากขึ้น จึงทำให้ปีนี้มีผู้ป่วยโดยเฉพาะผู้ป่วยเด็ก มีการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ RSV และโรคทางเดินหายใจอื่น ๆ จำนวนมากและมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นด้วย

แนะ 7 ข้อป้องกันบุตรหลาน

นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ แนะนำผู้ปกครองว่า

1.แนะนำให้ใส่หน้ากากอนามัยที่โรงเรียน เด็กเล็กหลีกเลี่ยงที่ชุมชน

2.เด็กทารกควรได้รับนมมารดา รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ สะอาด ปรุงสุกใหม่

3.ล้างมือด้วยสบู่และน้ำให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง

4.หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยติดเชื้อโรคระบบหายใจ ผู้ป่วยควรอยู่บ้าน พักรักษาตัวให้หาย ใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปาก ปิดจมูก เวลาไอ จาม

5.หมั่นดูแลรักษาสุขลักษณะที่บ้านและของเล่น อุปกรณ์เครื่องใช้ให้สะอาดอยู่เสมอ

6.รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ สวมเสื้อกันหนาวเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น หมั่นดูแลสุขภาพของบุตรหลานให้แข็งแรง โดยการส่งเสริมให้เด็กออกกำลังกายให้เหมาะสมกับวัยและพักผ่อนให้เพียงพอ

7.ให้วัคซีนพื้นฐานตามอายุ และเสริมด้วยวัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับเด็ก

แนะวิธีดูแลหากป่วย

ด้านนายแพทย์ประวิทย์ เจตนชัย แพทย์เชี่ยวชาญระบบหายใจเด็ก เสริมว่า โรคหวัดจากการติดเชื้อไวรัส ในเด็กเล็กอาจมีไข้และน้ำมูก ส่วนในเด็กโตอาจไม่มีไข้ มีอาการไอ น้ำมูกใส และหายได้เอง ไม่ต้องให้ยาปฏิชีวนะ

โรคไข้หวัดใหญ่ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (influenza virus) อาการคล้ายไข้หวัด แต่อาการจะรุนแรงกว่า เช่น มีไข้สูง น้ำมูก ไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ซึ่งอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ เช่น โรคหอบหืดกำเริบ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ ให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัสเฉพาะ

ส่วนโรคติดเชื้อ RSV เกิดจากการติดเชื้อไวรัส RSV ในระยะแรกอาการจะคล้ายไข้หวัด ไข้ ไอ น้ำมูก ในเด็กโตที่แข็งแรงดีอาการจะไม่รุนแรงและหายได้เอง แต่สำหรับเด็กเล็ก (อายุ<2 ปี) ที่มีการติดเชื้อไวรัส RSV มีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการหอบและโรครุนแรงตามมาได้ เช่น หลอดลมฝอยอักเสบ ปอดอักเสบ


นอกจากนี้ เด็กที่คลอดก่อนกำหนด มีโรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง ก็เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่รุนแรง ไม่ต้องให้ยาปฏิชีวนะ ให้การรักษาตามอาการ เช่น ให้ยาลดไข้ ให้สารน้ำให้เพียงพอ ให้ออกซิเจน พ่นยา ขยายหลอดลม พ่นน้ำเกลือเข้มข้นชนิดพิเศษในผู้ป่วยบางราย