เปิดสถิติสายด่วน 1669 รับแจ้งเคสจิตเวชฉุกเฉิน กว่า 2 หมื่นครั้งต่อปี

รับแจ้งเหตุ จิตเวชฉุกเฉิน

สพฉ.เปิดสถิติรับแจ้งเหตุจิตเวชฉุกเฉิน พบรับแจ้งเหตุเฉลี่ยกว่า 2 หมื่นครั้งต่อปี ดึงแพทย์-ตำรวจ จัดการภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพจิตอย่างไร้รอยต่อ

วันที่ 14 ธันวาคม 2566 ที่ห้องสารสิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และกรมสุขภาพจิต จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือว่าด้วยการจัดการภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพจิตอย่างไร้รอยต่อ

เพื่อสนับสนุนให้เกิดกลไกการช่วยเหลือ ให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานของรัฐในการแบ่งปันในการใช้ทรัพยากร หรือบุคลากรเพื่อให้เกิดการพัฒนาการช่วยเหลือผู้ป่วยจิตเวช ซึ่งจำเป็นต้องรับการบริการด้านการแพทย์ฉุกเฉินที่ดีมีคุณภาพ อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมร่วมกัน

ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า ปัญหาทางสุขภาพจิตและจิตเวชเป็นปัญหาที่มีความสำคัญของประเทศ จากสถิติการให้บริการผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ (CBD 13) คลุ้มคลั่ง จิตประสาท พบว่า ในทุกปีมีการให้บริการผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติที่มีภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพจิต ราวปีละ 21,000 ครั้ง โดยสถิติย้อนหลัง 4 ปีเป็นดังนี้

  • ปี 2563 : 20,936 ครั้ง
  • ปี 2564 : 22,966 ครั้ง
  • ปี 2565 : 21,848 ครั้ง
  • ปี 2566 : 22,855 ครั้ง

ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะฉุกเฉินวิกฤตสุขภาพจิตที่มีพฤติกรรมทำร้ายตนเอง ทำร้ายผู้อื่น ทำร้ายเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยเหลือ และทำลายทรัพย์สิน ผู้ป่วยจึงต้องได้รับการดูแลอย่างครอบคลุม ต่อเนื่อง และเป็นไปตามบริบทของผู้ป่วยและญาติที่ดูแล และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของเครือข่ายทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องพัฒนาการช่วยเหลือผู้ป่วยจิตเวชร่วมกัน

สพฉ. ได้ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และกรมสุขภาพจิต ได้มีความเห็นพ้องร่วมกัน โดยจัดทำบันทึกความร่วมมือ ว่าด้วยการจัดการภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพจิตอย่างไร้รอยต่อ

ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ สนับสนุนการระงับเหตุซึ่งเกิดจากคนคลุ้มคลั่งหรือบุคคลที่มีภาวะผิดปกติทางจิตในชุมชน สนับสนุนให้เกิดระบบบริการจิตเวชฉุกเฉิน รวมถึงสนับสนุนให้เกิดกลไกการช่วยเหลือและการลำเลียงหรือขนส่งผู้ป่วยจิตเวช และการรักษาอาการบาดเจ็บตามสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนควรได้รับอย่างเหมาะสม

โดยใช้ทรัพยากรหรือบุคลากรจากการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อส่งเสริมการพัฒนามาตรฐานระบบการแพทย์ฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม รวมถึงเป็นการกำหนดให้มีขั้นตอนการปฏิบัติงานและความร่วมมือตามอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบในการดำเนินการ

เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานกฎหมายว่าด้วยการแพทย์ฉุกเฉิน และสอดคล้องกับภารกิจที่เกี่ยวข้องของแต่ละหน่วยงานอันเป็นไปตามเจตนารมณ์แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 มุ่งหวังให้เกิดการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติที่มีภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพจิตสามารถเข้าถึงระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินได้รวดเร็วและเพิ่มขึ้น


อีกทั้งไม่มีรายงานบาดเจ็บทั้งผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ออกเหตุและบุคคลแวดล้อม ตลอดจนทำให้แนวทางปฏิบัติของระบบบริการสุขภาพทั้งระบบ prevention, pre-hospital care, in-hospital care และ inter-facility transfer เป็นไปอย่างไร้รอยต่อในอนาคต