เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“NCC” ยกระดับงานจัดเลี้ยง ดัน “PET EXPO” สู่มาร์เก็ตเพลซ
Business “NCC” ยกระดับงานจัดเลี้ยง ดัน “PET EXPO” สู่มาร์เก็ตเพลซ
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน พระราชทานพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน พระราชทานพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
ซมโปะ ประกันภัย ไว้อาลัย “ฮลุน โซโล่” ขอจ่ายค่าเคลื่อนย้ายร่างกลับไทยทั้งหมด
Finance ซมโปะ ประกันภัย ไว้อาลัย “ฮลุน โซโล่” ขอจ่ายค่าเคลื่อนย้ายร่างกลับไทยทั้งหมด
สื่อเกาหลีใต้ชี้ นักท่องเที่ยวไทยวูบ 35.8% แต่คนเกาหลีแห่เที่ยวไทยเพียบ
World สื่อเกาหลีใต้ชี้ นักท่องเที่ยวไทยวูบ 35.8% แต่คนเกาหลีแห่เที่ยวไทยเพียบ
ธอส. นำร่อง “B-YOND” เอไอเอเจนต์ ยกระดับการอนุมัติสินเชื่อให้รวดเร็ว แม่นยำ
Finance ธอส. นำร่อง “B-YOND” เอไอเอเจนต์ ยกระดับการอนุมัติสินเชื่อให้รวดเร็ว แม่นยำ
กรมทรัพย์สินทางปัญญา แจงแนวทางคุ้มครอง วิดีโอในยูทูป ‘ฮลุน โซโล่’
News กรมทรัพย์สินทางปัญญา แจงแนวทางคุ้มครอง วิดีโอในยูทูป ‘ฮลุน โซโล่’
SET ปิดตลาดร่วง 26.36 จุด ถูกกดดันจาก Tech Sell-off ผสมแรงขายหุ้นใหญ่ “DELTA” กดดัชนี 21 จุด
Finance SET ปิดตลาดร่วง 26.36 จุด ถูกกดดันจาก Tech Sell-off ผสมแรงขายหุ้นใหญ่ “DELTA” กดดัชนี 21 จุด
‘จอร์เจีย’ เครื่องยนต์เศรษฐกิจ ท่องเที่ยวแสนล้าน
World ‘จอร์เจีย’ เครื่องยนต์เศรษฐกิจ ท่องเที่ยวแสนล้าน
ในหลวงทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต จากฤดูร้อนเป็นฤดูฝน
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวงทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต จากฤดูร้อนเป็นฤดูฝน
LPN ชี้อสังหาฯชะลอตัว คนลังเลซื้อบ้านดันตลาดเช่าโต ยีลด์พุ่ง 7.5%
Real Estate LPN ชี้อสังหาฯชะลอตัว คนลังเลซื้อบ้านดันตลาดเช่าโต ยีลด์พุ่ง 7.5%
ดูทั้งหมด

3 เทรนด์สุขภาพแห่งอนาคต สังคมสูงวัย สุขภาพจิต และโรคอุบัติใหม่

29 ส.ค. 2566 | 13:29น.
เทรนด์สุขภาพ

3 เทรนด์สุขภาพสำคัญแห่งอนาคต สังคมสูงวัย สุขภาพจิต และโรคอุบัติใหม่ โอกาสนักลงทุนด้านสุขภาพของไทยและต่างประเทศ “เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ เอเชีย” ตอบรับเทรนด์ เตรียมจัด “เมดิคอลแฟร์ ไทยแลนด์ 2023” มหกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน วันที่ 13-15 ก.ย. 2566 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา และวันที่ 16-22 ก.ย. 2566 ในรูปแบบออนไลน์

วันที่ 29 สิงหาคม 2566 สังคมสูงวัย สุขภาพจิต และโรคอุบัติใหม่ 3 เทรนด์สุขภาพสำคัญแห่งอนาคต โอกาสนักลงทุนด้านสุขภาพของไทยและต่างประเทศ “เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ เอเชีย” ผนึกกำลังกระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)

เตรียมจัดงาน “เมดิคอลแฟร์ ไทยแลนด์ 2023” มหกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน พร้อมสนับสนุนประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการแพทย์นานาชาติ ดึงพันธมิตรด้านการแพทย์และสุขภาพจากทั่วโลกตอบรับเทรนด์ระหว่างวันที่ 13-15 กันยายน 2566 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา และระหว่างวันที่ 16-22 กันยายน 2566 ในรูปแบบออนไลน์

“นายเกอร์นอท ริงลิ่ง” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ เอเชีย เผยว่า เมดิคอลแฟร์ ไทยแลนด์ เป็นมหกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ภายในงานมีผู้แสดงสินค้ากว่า 800 รายจากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก มาร่วมนำเสนอผลงานนวัตกรรมด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพที่ครอบคลุมทุกด้าน เช่น นวัตกรรมด้านเครื่องมือวินิจฉัย ระบบกำจัดเชื้อ อุปกรณ์ฟื้นฟูสมรรถภาพ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ทางการแพทย์ ฯลฯ ที่พร้อมจะขยายธุรกิจและความร่วมมือทางการแพทย์ในตลาดอาเซียน

เทรนด์สุขภาพ

มหกรรมเมดิคอล แฟร์ ไทยแลนด์ ถือเป็นแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับการเติบโตของธุรกิจ ซึ่งเป็นศูนย์รวมของผู้จัดจำหน่าย ผู้ผลิต และผู้แทนจากแบรนด์ต่าง ๆ เสริมความแข็งแกร่งให้กับแวดวงอุตสาหกรรมการแพทย์และการดูแลสุขภาพในจุดยุทธศาสตร์ของอาเซียน

ภายในงานเมดิคอลแฟร์ ไทยแลนด์ประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลักคือ 1.สตาร์ตอัพปาร์ก เพื่อสร้างความร่วมมือและต่อยอดทางธุรกิจ ผลักดันสตาร์ตอัพให้เติบโตควบคู่กับสุขภาพของประชาชน

2.พาวิลเลี่ยนดูแลสุขภาพชุมชน ที่มุ่งเน้นนวัตกรรมและโซลูชั่นที่เกี่ยวข้องเทรนด์สุขภาพในอนาคต ทั้งระบบอัฉริยะและเครื่องมือในดูแลรักษาโรค เวชศาสตร์ผู้สูงวัย การฟื้นฟูสมรรถภาพ ฯลฯ

3.พาวิลเลี่ยนอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ ไฮไลต์พิเศษที่เปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในปีนี้ นำเสนอนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับด้านวัสดุ ผลิตภัณฑ์ แพ็กเกจจิ้ง และบริการขั้นสูง จนถึงไมโครโปรเซสเซอร์และนาโนเทคโนโลยี ซึ่งการเติบโตของวงการการเฮลท์เทคนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมการลงทุน และเศรษฐกิจในระดับมหภาค นายเกอร์นอทกล่าว

สุขภาพจิต ดิจิทัล และความสุขในการใช้ชีวิต

“ดร.ชัยธร ลิมาภรณ์วณิชย์” ผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์นวัตกรรม และสถาบันการมองอนาคตนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กล่าวว่า พื้นฐานของการดูแลสุขภาพคือความสุข หรือ “สุขภาพจิต” เราต่างอยากมีชีวิตโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสุขภาพ สุขภาพจิตจึงกลายเป็นเทรนด์การแพทย์ในอนาคต บนโลกที่ความรู้ด้านดิจิทัลเป็นสิ่งสำคัญกับบุคลากรการแพทย์ บุคคลทั่วไป และเมดิคัล ดีไวซ์ จะเป็นส่วนหนึ่งของนวัตกรรมด้านสุขภาพ

ปัจจุบันบริบทของสังคมถูกขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลคอนเทนต์และโซเชียลมีเดีย มีทั้งเฟกนิว การฉ้อโกงต่าง ๆ ผู้ป่วยจิตเวชในไทยเพิ่มขึ้นจาก 1.3 ล้านคน ในปี 2558 เป็น 2.3 ล้านคนในปี 2564 โดยเยาวชนอายุ 5-9 ปี มีปัญหาถึง 1 ใน 4 และอายุ 10-19 ปี ก็มีปัญหาถึง 1 ใน 7

ถ้าโจทย์ของเราคือสุขภาพจิต ซึ่งไม่ได้เป็นเรื่องคนคนเดียว แต่เกี่ยวข้องทั้งครอบครัว ชุมชน องค์กร และกฎหมายภาครัฐ ดังนั้น ปัจจัยที่จะสร้างแรงผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในอนาคต ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการใช้ชีวิตจริง ได้แก่ ความหลากหลายทางสังคม, การใช้ประโยชน์จากเอไอที่จะเข้ามาผูกพันกับมนุษย์มากขึ้น ทั้งในด้านอำนวยความสะดวก หรือการแย่งงานก็ตาม, การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล, ความตึงเครียดทางเศรษฐกิจ, ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม, การเติบโตของเมืองที่ทำให้คนในแต่ละเจเนอเรชั่นต้องปรับตัว และการให้คุณค่ากับสุขภาวะที่ดี

เทรนด์สุขภาพ
ดร.ชัยธร ลิมาภรณ์วณิชย์

ดร.ชัยธรกล่าวว่า สุขภาวะที่ดีและการมีความสุขกับโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ในชีวิตจริงเป็นเรื่องสำคัญ เราไม่สามารถมีความสุขในโลกดิจิทัลได้อย่างเดียว การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อหรือช่วยในการที่จะลดความตึงเครียดจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนต้องให้ความสำคัญ

แต่ก่อนเชิงนโยบายอาจมองว่าสุขภาพจิตเป็นเรื่องรอง แต่ปัจจุบันและในอนาคตสุขภาพจิตจะกลายเป็นตัวที่สร้างปัญหามากกว่าสุขภาพกายด้วยซ้ำ โดยธรรมชาติของสังคมไทยอาจจะมีความอายหรือกังวลไม่อยากนำปัญหาเหล่านี้ไปเปิดเผยให้ใครฟัง ทำให้ไม่ได้มีการสื่อสารหรือรักษาอย่างทันท่วงที ดังนั้น นโยบายเชิงรุกที่เกี่ยวกับสุขภาพจิตจึงถูกพูดถึงค่อนข้างเยอะ

แต่หากมองว่าเป็นโอกาสที่เราสามารถพัฒนาหรือสร้างนวัตกรรมที่จะเข้าไปช่วยตอบโจทย์ได้ ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มสุขภาพจิตในเมืองไทยมากกว่า 10 ราย ทั้งที่เป็นของเอกชนและภาครัฐ ที่จะเข้ามาช่วยในการยกระดับคุณภาพชีวิต ช่วยให้คำปรึกษา หรือป้องกันก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้น

ดิจิทัลจึงกลายเป็นโอกาสให้แพลตฟอร์มด้านสุขภาพจิตเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ตลาดแอปพลิเคชั่นด้านสุขภาพในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจะเติบโตจาก 3.1 ร้อยล้านเหรียญสหรัฐในปี 2563 เป็น 7.8 ร้อยล้านเหรียญสหรัฐในปี 2570 มันเกิดเทรนด์ขึ้นอย่างชัดเจน ดร.ชัยธรกล่าว

ภาวะสุขภาพจิตของสังคมไทยภายในปี 2576

ดร.ชัยธรกล่าวว่า ปัจจัยขับเคลื่อนที่กล่าวไปจะผลักดันปัญหาสุขภาพจิตของสังคมไทยไปทางใดทางหนึ่ง ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ดีที่สุดหรือแย่ที่สุด เราอาจไปไม่ถึงจุดที่ดีที่สุด แต่ต้องมีภาพนั้นเป็นเป้าหมาย จะทำให้เรามีการต่อยอดและพัฒนาต่อไป

ฉากทัศน์แรกในกรณีที่เราไม่ทำอะไรเลย จะเกิด “การระเบิดของความหวาดกลัว” (terror outburst) ทุกอย่างจะเลวร้ายไปหมด ความหวาดกลัวจะเกิดขึ้นในสังคมและชีวิตประจำวัน

ฉากทัศน์ที่ 2 และ 3 คล้ายกันคือ “วิกฤตที่แฝงด้วยโอกาส” และ “มวลชนผู้โดดเดี่ยว’ เป็นภาพที่แฝงอยู่ในสังคมเมือง ซึ่งผู้อยู่อาศัยจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพจิตจากความตึงเครียดและสภาพแวดล้อมทางสังคม ซึ่งอาจทำให้เกิดแพลตฟอร์มใหม่ ๆ เกี่ยวกับด้านการแพทย์ขึ้นมาตอบสนองทั้งเทเลเมดิซีน เทเลเฮลท์ เพื่อให้คำปรึกษา หรือแพลตฟอร์มที่หาคู่ หาเพื่อน ที่ตอบสนองการอยู่คนเดียว แต่ก็อาจเป็นดาบสองคม นำไปสู่ปัญหาทางสังคมใหม่ที่เราอาจจะต้องแก้ไขต่อไป

ฉากทัศน์ที่ 4 คือ “สุขภาพใจที่กระจายถึงกัน” เป็นภาพที่เราเห็นว่า บางที่ยังเป็นชนบทที่ยังอยู่ในระดับชุมชน ไม่ได้เป็นสังคมเมืองโดยตรง และ 5 “จุดหมายแห่งความสุข” ภาพนี้เป็นสิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้นมากที่สุด ทั้งประเทศมีคุณภาพชีวิตในเชิงสุขภาพจิตระดับสูง

ประเทศไทย สังคมสูงวัยเต็มตัว

“นพ.ฆนัท ครุธกูล” นายกสมาคมสมาพันธ์สถานประกอบการเพื่อสุขภาพและผู้สูงอายุ กล่าวว่า ถ้าถามว่า “ทำไมธุรกิจการแพทย์จึงเติบโตมาก” คำตอบคือ “ไม่มีใครอยากตาย” และเมื่อไม่มีใครอยากตาย ดังนั้น ทุกคนจะแก่ เทรนด์ของผู้สูงอายุจึงมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมทั่วโลก

เกณฑ์วินิจฉัยว่าสังคมนั้นเป็นสังคมผู้สูงอายุ คือ มีประชากรอายุ 60 ปี มากกว่า 10% หรืออายุมากกว่า 65 ปี มากกว่า 7% ตอนนี้ประเทศไทยมีประชากรอายุมากกว่า 65 ปีอยู่ที่ 12.5% ดังนั้น ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย และจะเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด คือมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 28% ของประชากรทั้งหมดในปี 2576

สังคมผู้สูงอายุมีผลต่อเรื่องของการดูแลรักษามาก ปัญหาใหญ่ของผู้สูงอายุคือปัญหาสุขภาพ ถ้าเขามีสุขภาพดีก็ยังสามารถทำงานได้ แม้จะอายุ 70 ถ้าเขาแข็งแรง เขามีศักยภาพ ในอนาคตเราอาจจะมีการปรับเพิ่มอายุราชการ

เทรนด์สุขภาพ

AI สำคัญ ผู้สูงอายุ-กลุ่มเปราะบางเข้าถึงการรักษา

นพ.ฆนัทกล่าวว่า ในทางการแพทย์เราแบ่งการดูแลสุขภาพตามเทรนด์ได้ 2 กลุ่มคือ “เวลเนส” (Wellness) คือที่หมายถึงกลุ่มที่ป้องกัน ฟื้นฟู ดูแล และส่งเสริม อีกกลุ่มคือ “ซิคเนส” (Sickness) ที่หมายถึงการเจ็บป่วย

ปัจจุบันมูลค่าตลาดเครื่องมือแพทย์ในประเทศไทยอยู่ที่ 1 แสนล้านบาท อัตราการเจริญเติบโตอยู่ที่ 6-8% ซึ่งแนวโน้มสูงกว่าอัตราการเจริญเติบโตของต่างประเทศที่อยู่ประมาณ 6% เพราะฉะนั้น ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีความสำคัญในด้านของเฮลท์แคร์มาก และถ้าเป็นตลาดในเซ็กเตอร์ของเฮลท์แคร์ นพ.ฆนัทกล่าวว่า อาจโตมากกว่านั้น 4-5 เท่าได้เลย

เรามีโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ที่มีชาวตะวันออกกลางมาใช้บริการ มีโรงพยาบาลที่รองรับชาวพม่า กัมพูชา หรือลาว ที่ข้ามมารักษาในบ้านเรา ประเทศไทยในอนาคตจะเป็นฮับของเมดิคอลเวลเนส แต่การผลิตเเพทย์และบุคลากรของเรายังไม่เพียงพอ นพ.ฆนัทกล่าว

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ สำหรับผู้สูงอายุถูกพัฒนาเพื่ออำนวยความสะดวก ซึ่งจุดเด่นคือด้านบริการที่ถูกจริตกับคนไทย เราอาจเเข่งด้านเทคโนโลยียาก แต่ถ้าเป็น Service Mind นักท่องเที่ยวหรือใครที่เข้ามาก็ประทับใจการดูแลของเรา

การลงทุนด้านนี้จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะปัญหาผู้สูงอายุในต่างประเทศมีมาก เขาจะต้องเดินทางมาหาที่ดูแล ทั้งเรื่องสงครามในยุโรป สิ่งที่เราเห็นคือ นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียและยูเครนเดินทางมาเมืองไทยโดยเฉพาะภูเก็ตและพัทยามากขึ้น ส่วนญี่ปุ่นก็มาอยู่ทางภาคเหนือที่เชียงใหม่ เชียงราย และอยู่แบบระยะยาวมากกว่า 3 เดือน เพราะฉะนั้น ตรงนี้จึงเป็นเทรนด์สำหรับอุตสาหกรรมการแพทย์โดยเฉพาะ

ถ้าพูดถึงเครื่องมือแพทย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรมการแพทย์ เทคโนโลยีที่จะมีการเปลี่ยนแปลงอันดับแรกคือ AI และ Data Analysis นพ.ฆนัทกล่าวว่า ตอนนี้ใครป่วยสิ่งแรกที่ทำคือหา Google และค่อยไปพบหมอ AI จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการวินิจฉัยและช่วยดูแลประชาชน ก็จะมีผลเรื่องข้อมูลที่ถูกต้อง หมอจึงมีหน้าที่ให้ข้อมูลที่เหมาะสมต่อการรักษาโรคของคนไข้

แม้ AI มีความสำคัญมากขึ้น แต่ในประเทศไทยจะไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ถ้าระบบข้อมูลในการดูแลรักษาพยาบาลไม่ดีพอ กล่าวคือโรงพยาบาลแต่ละแห่งจะมีระบบที่แตกต่างกัน การทำงานจึงค่อนข้างยาก แต่ถ้าเรารวบรวมให้เป็นอันเดียวกันได้ จะนำไปสู่การลดค่าใช้จ่าย การบริหารจัดการเตียงที่ไม่ซ้ำซ้อน เป็นต้น

AI และ Data Analysis จะรวมไปถึงการวินิจฉัยโรคแบบใหม่ ๆ สมัยก่อนการเอกซเรย์ต้องให้หมออ่าน แต่ปัจจุบันมีการประมวลผลด้วยดิจิทัล (Image processing) ก่อนที่หมอจะดูอีกครั้ง ช่วยลดเวลาการวินิจฉัยของเเพทย์ลง ทำให้ไปดูแลหรือบริการคนไข้ได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ข้อมูลที่มีก็จะทำให้การวินิจฉัยเเม่นยำขึ้น

เทคโนโลยีถัดมาคือ ระบบหุ่นยนต์การแพทย์ ซึ่งจะมีบทบาทมากขึ้น สมัยก่อนเราอาจจะมองว่าไม่คุ้ค่า แต่เมื่อ 10 กว่าปีหลังเริ่มซื้อกันเข้ามา ทำให้มาตรฐานในการผ่าตัดโรคบางอย่างและรูปแบบการรักษาเปลี่ยนไป บางครั้งหุ่นยนต์สามารถเชื่อมโยงกับเทเลเมดิซีนได้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถผ่าตัดหรือช่วยเหลือแพทย์ในห้องผ่าตัดจากภายนอกได้

ถัดไปเป็นเรื่อง Data Sensing หรือตัวชี้วัดต่าง ๆ เช่น การวัดความดันผ่านแอปพลิเคชั่น หรืออุปกรณ์ที่ติดตัวเราและสามารถวัดค่าการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้ เช่น การวัดสัญญาณชีพ ดังนั้น การแพทย์จึงไม่ได้อยู่แค่ในโรงพยาบาลอย่างเดียวอีกต่อไป ซึ่งจะทำให้การดูแลรักษาเข้าถึงมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ หรือกลุ่มเปราะบาง

เทรนด์สุขภาพ
นพ.ฆนัท ครุธกูล

ธุรกิจรับสังคมสูงวัย

นพ.ฆนัทกล่าวว่า ผู้สูงอายุมีแนวโน้มซื้อสินค้าบางอย่างมากขึ้น เพราะมีความกังวลด้านสุขภาพ และอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ปัญหาสำคัญที่ผู้สูงอายุกังวลคือ จะมีเงินเพียงพอกับเวลาที่เหลืออยู่หรือไม่ ถ้าเขามีเงินเขาก็จะใช้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อไม่ให้เป็นภาระของลูกหลาน

ต่อมาคือเรื่อง “ประกัน” อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญกับผู้สูงอายุ เพราะเป็นความมั่นใจในชีวิต ซึ่งปัญหาใหญ่คือประกันไม่รับ เราต้องประเมิน หรือวิเคราะห์ความเสี่ยงว่าจะให้ประกันอย่างไร เพราะนี่คือตลาดใหญ่

เรื่องอาหารการกินก็สำคัญ ขนาดผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุจะลดลง เพราะพฤติกรรมกินน้อยลง บริการต่าง ๆ ก็จะต้องเปลี่ยนไป

อาหารเพื่อสุขภาพจะเป็นเทรนด์ของผู้สูงอายุที่ต้องการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มไขมันต่ำ ไม่มีคอเลสเตอรอล น้ำตาลน้อย หรือไม่มีเลย และต้องมีส่วนประกอบที่ป้องกันหรือลดความเสี่ยงโรคที่จะเกิดกับผู้สูงอายุ เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง เบาหวาน ตลอดจนย่อยง่ายเมื่อรับประทานไปแล้ว

อีกธุรกิจหนึ่งที่จะรองรับเทรนด์ผู้สูงอายุคือ เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ภายในบ้าน ที่ต้องเหมาะกับวิถีการดำเนินชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุ ที่สภาพร่างกายเริ่มถดถอย เช่น เตียงนอนที่สามารถปรับระดับความสูงต่ำได้ เก้าอี้ไม้ที่มีพนักพิง เป็นต้น

นอกจากนี้ ธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุจะได้รับแรงหนุนจากโครงสร้างประชากรในปัจจุบันที่มีอัตราการมีลูกน้อยลง และลดการพึ่งพิงครอบครัว ทำให้มูลค่าของธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุขยายตัวแตะ 1.92 หมื่นล้านบาทในปี 2576

เทรนด์สุขภาพ
เกอร์นอท ริงลิ่ง

โรคอุบัติใหม่ ต้องรับมือ

ดร.ชัยธรกล่าวว่า ประเทศไทยต้องเตรียมรับมือกับการอุบัติของโรคใหม่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายประการ เช่น การเพิ่มขึ้นของประชากรที่สวนทางกับทรัพยากรทางธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพที่ลดลง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ปัจจัยเหล่านี้สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแพร่ระบาดของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสต่าง ๆ และมีโอกาสที่ทำให้เกิดโรคอุบัติใหม่ และอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านสุขภาพ สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้น การพัฒนาประเทศต้องคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้ไปพร้อม ๆ กัน

นายเกอร์นอทกล่าวว่า ปัจจุบันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังคิดเป็นสาเหตุ 76% ของผู้เสียชีวิตในภูมิภาคนี้ ซึ่ง UN พยายามจะลดอัตราส่วนดังกล่าวให้เหลือเพียง 1 ใน 3 ภายในปี 2573 ซึ่งวิธีการที่จะไปถึงเป้าหมาย ทุกภาคส่วนของการดูแลสุขภาพต้องได้รับการพัฒนาปรับปรุง ทั้งเครื่องมือการแพทย์ อุปกรณ์บำบัดฟื้นฟู เทเลเมดิซีน ฯลฯ

อุปสงค์ของนวัตกรรมการดูแลสุขภาพจึงยังคงเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เช่น หน้ากากอนามัยที่ถูกใช้อย่างต่อเนื่องเรื่อยมาตั้งแต่ยุคโควิด หรือนวัตกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

เทรนด์สุขภาพ

หาโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก

ดร.ชัยธรกล่าวว่า ปัจจุบันเรามีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์มากกว่า 40 ราย ความยากคือเป็นอุตสาหกรรมที่ลงทุนด้านเทคโนโลยี องค์ความรู้ และมีมาตรฐานสูงที่เป็นลักษณะเฉพาะ การเติบโตจึงค่อนข้างยาก การลงทุนแต่ละโปรเจ็กต์ขึ้นอยู่กับขนาดของผลิตภัณฑ์ แต่โดยรวมแล้วมูลค่าการลงทุนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท แค่การได้รับมาตรฐานก็มีค่าใช้จ่ายกว่า 1 ล้านบาทแล้ว

เมดิคัลเซอร์วิสของเราเป็นจุดดึงดูดอยู่แล้ว เรามีหมอเก่ง บริการดี การฟื้นฟูหลังจากนั้นก็ดี ส่วนอีกกลุ่มคือการพัฒนาเมดิคอลดีไวซ์ หรือโซลูชั่นต่าง ๆ ต้องบอกว่าแพลตฟอร์มเราทำได้ หมอและสตาร์ตอัพเราเก่ง ทำให้มีโอกาสในตลาด เพราะไม่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมาก

แต่ถ้าเป็นเครื่องมือแพทย์จะต้องใช้องค์ความรู้ทางการแพทย์และเทคโนโลยีเชิงลึกและดาต้า สิ่งนี้เป็นอุปสรรค์พอสมควร เพราะต้องใช้บุคลากรหลายด้าน ส่วนนี้เราอาจจะยังไม่ได้มองถึงการดึงดูดเม็ดเงินการลงทุน แต่จะเป็นการหาโอกาสในการส่งออกและติดต่อตลาดข้างนอกมากกว่า ซึ่งปัจจุบันหลาย ๆ องค์การก็จะหาคนช่วยขายและดำเนินการ งานเมดิคอลแฟร์ต่าง ๆ จึงเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ไปพบปะกับคู่ค้าในระดับโลก

เทรนด์สุขภาพ