9 ทางออก ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ทำเร็วแก้ได้

ปัญหาฝุ่น PM 2.5

นักวิชาการ ม.เชียงใหม่ แนะ 9 ข้อ ทางออกแก้ปัญหาฝุ่นจิ๋ว-หมอกควันระยะยาว เอกซเรย์กฎหมายใหม่ “พ.ร.บ.อากาศสะอาด” ที่คาดว่ารัฐบาลเตรียมบังคับใช้ปี 2568 เสนอให้มีบทปรับ-บทลงโทษ เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 ผศ.ดร.อริศรา เจริญปัญญาเนตร อาจารย์ประจำภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า กลายเป็นอีก 1 วิกฤตประจำปีของประเทศไทยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายนของทุกปี ที่ทุกภาคส่วนต้องระดมสรรพกำลังเพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5

ตลอดจนหมอกควันทั้งที่เกิดในประเทศและในประเทศเพื่อนบ้าน ปลิวข้ามแดนรวมตัวกันในไทย ผนวกกับมลพิษที่เกิดขึ้นจากยานพาหนะ ระบบขนส่ง ภาคอุตสาหกรรมและการเผาไหม้จากภาคเกษตร ทำให้สภาพอากาศทั่วประเทศถูกปกคลุมด้วยฝุ่นควัน ที่สั่งสมมานานกว่า 10 ปี นำไปสู่การเรียกร้องคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ให้รัฐบาลจัดทำ “พ.ร.บ.อากาศสะอาด” ให้คนไทยเข้าถึงอากาศสะอาดได้อย่างเท่าเทียม

หากศึกษาด้วยความเข้าใจและเข้าถึงต้นเหตุที่แท้จริงของปัญหาฝุ่น PM 2.5 ก็จะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนทั่วประเทศได้ ทั้งยังนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบแบบองค์รวมในระยะยาว

ผศ.ดร.อริศรา เจริญปัญญาเนตร
ผศ.ดร.อริศรา เจริญปัญญาเนตร

โดยพิจารณาจากข้อมูลรอบด้านครอบคลุมกลไกด้านเศรษฐศาสตร์ การเงิน การคลัง รวมถึงการกำหนดมาตรการจูงใจ (Incentive) และบทลงโทษ ภายใต้ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดเพื่อประชาชน พ.ศ. … ที่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา ก็จะทำให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในการแก้ปัญหาแบบเร่งด่วน ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน และภาคประชาชน ต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ โดยเฉพาะที่มาจากการเผาทันที ซึ่งแนวทางที่จะส่งเสริมทุกภาคส่วนให้ลดการเผาได้ คือ

รัฐบาลต้องมีนโยบายชัดเจนในการให้มาตรการจูงใจ เช่น การสนับสนุนด้านการเงินกับเกษตรกรที่ไม่เผาตอซัง แต่นำมาเป็นวัตถุดิบในการมาทำ biomass ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด หรือจัดหานวัตกรรมที่สามารถช่วยลดการเผาได้

    1. การบังคับให้เอกชนทุกรายมีระบบตรวจสอบย้อนกลับ และมีนโยบายไม่รับซื้อผลผลิตที่มาจากการเผาและบุกรุกป่า ตลอดจนขึ้นทะเบียนผู้รับซื้อที่มีระบบตรวจสอบย้อนกลับ
    2. รัฐบาลต้องจัดสรรที่ดินทำกินให้ประชาชนอย่างเป็นระบบ และมีมาตรการควบคุมไม่ให้เผาและบุกรุกป่า
    3. ธนาคาร โดยเฉพาะธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ต้องมีมาตรการตรวจสอบที่รัดกุมและไม่ให้สินเชื่อหรือปล่อยกู้ ให้เกิดการเพาะปลูกในพื้นที่ผิดกฎหมาย
    4. รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณ เพื่อสนับสนุนทีมป้องกันไฟป่า ในการจัดติดตั้งระบบเตือนภัย ซื้อเครื่องมือหรืออุปกรณ์ป้องกันไฟ ที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่
    5. ส่งเสริมความร่วมมือในการจัดตั้งสหกรณ์ประจำตำบล เพื่อให้บริการการเก็บเกี่ยว รวบรวมเศษวัสดุทางการเกษตร ในการนำไปทำพลังงานทดแทน
    6. ให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบจากการเผา และสร้างค่านิยมไม่เผาขยะและวัสดุเหลือใช้
    7. ร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อแบ่งปันองค์ความรู้ในการบริหารจัดการและป้องกัน ตลอดจนจัดทำความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อกำหนดแนวทางในการป้องกันหมอกควันข้ามแดน
    8. ภาครัฐควรให้การสนับสนุนและสร้างแรงจูงใจ ให้คนย้ายถิ่นฐานจากพื้นที่บุกรุกป่า มาทำการเกษตรในพื้นที่ราบและมีเอกสารสิทธิถูกต้องตามกฎหมาย

ส่วนการแก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 และปัญหาหมอกควันในระยะยาว ภาครัฐต้องจัดทำ Big Data เชื่อมโยงระบบการผลิตภาคการเกษตรอย่างสมดุลและเหมาะสม ควบคู่กับการจัดทำแผน Zoning สินค้าเกษตร ปรับโครงการสร้างการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจหลักให้เหมาะกับพื้นที่และดิน โดยเฉพาะข้าวและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

รวมถึงสร้างกลไกเพื่อให้เกิดแรงจูงใจให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นแบบไม่เผา การจัดการ Supply Chain ผลผลิตที่ได้จากนวัตกรรมการไม่เผา ดูแลกลไกการตลาด เพื่อสร้างเสถียรภาพราคาและรายได้ที่มั่นคง การสร้างโอกาสการซื้อขาย Carbon Credit รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลด้วยความโปร่งใส

สำหรับฝุ่นควันที่เกิดจากรถยนต์และภาคการขนส่ง รัฐบาลต้องมีมาตรการสนับสนุนการใช้รถไฟฟ้ากับผู้ใช้ที่ชัดเจน และการให้สิทธิประโยชน์กับผู้ผลิตรถยนต์ เพื่อลดต้นทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและสนนราคาที่ประชาชนเข้าถึงได้ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมต้องมีการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการที่เข้มงวดในการตรวจสอบการปล่อยมลพิษทางอากาศที่เป็นมาตรฐานสากล


ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ ที่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปี 2568 จะต้องมีบทลงโทษที่สามารถควบคุมหรือหยุดการกระทำที่ก่อให้เกิดฝุ่นและหมอกควันได้ เช่น กำหนดค่าปรับ หรือมาตรการทางภาษี กับผู้ที่ปล่อยมลพิษฝุ่น PM 2.5 เพื่อให้การแก้ปัญหานี้มีความต่อเนื่องและยั่งยืน