Skip to content

รถไฟชงรัฐบาลใหม่ แก้สัญญาผ่าทางตัน ‘ไฮสปีดอีอีซี’ ลุ้นเซ็นสัญญาใหม่ ก.ค.นี้

20 ก.พ. 2569 | 10:35น.
รถไฟชงรัฐบาลใหม่ แก้สัญญาผ่าทางตัน ‘ไฮสปีดอีอีซี’ ลุ้นเซ็นสัญญาใหม่ ก.ค.นี้

ร.ฟ.ท. รายงานบอร์ดรับทราบความคืบหน้า ปัญหา “ไฮสปีดอีอีซี” หลังติดเดดล็อกมา 6 ปี เตรียมชงรัฐบาลใหม่เคาะแก้ไขสัญญา สร้างไปจ่ายไป ไม่ริบหลักประกัน ผ่าทางตันโครงการ ชี้หากไปต่อไม่ได้ ลามเมืองการบินอู่ตะเภา รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ร.ฟ.ท. เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ร.ฟ.ท.ได้รายงานความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. มูลค่า 224,544 ล้านบาท กรณีการแก้ไขหลักการสัญญาร่วมลงทุนของโครงการ

โดย ร.ฟ.ท.ได้หารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (กลุ่ม ซี.พี.) ในฐานะคู่สัญญา ได้ข้อยุติกรณีปรับวิธีการจ่ายเงินค่าร่วมลงทุนเป็นสร้างไปจ่ายไป และสำนักงานอัยการสูงสุดให้ความเห็นแล้ว ด้าน สกพอ.เสนอคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ดอีอีซี) เห็นชอบหลักการแล้ว โดยบอร์ดอีอีซีให้เจรจาร่างสัญญาใหม่และอัยการสูงสุดมีข้อสังเกต 18 ข้อต่อร่างสัญญาใหม่

นายอนันต์กล่าวว่า ทาง ร.ฟ.ท. สกพอ. และเอเชีย เอรา วัน ได้หารือทำความเข้าใจกับอัยการสูงสุด เหลือเพียงประเด็นเดียวคือ เรื่องหลักประกันงานโยธา ที่เอกชนต้องวางเพิ่มเติม 160,000 ล้านบาท เพื่อค้ำประกันการก่อสร้างงานโยธาและงานระบบ ในระหว่างก่อสร้าง 5 ปี

ซึ่งอัยการสูงสุดแก้ไขถ้อยคำให้ริบหลักประกันทุกกรณี ทางเอกชนขอให้คงเงื่อนไขและถ้อยคำเดิมคือ ริบหลักประกันดังกล่าวต่อเมื่อทิ้งงาน การก่อสร้างไม่เสร็จตามกำหนด เนื่องจากการริบหลักประกันทุกกรณี มีผลให้สถาบันการเงินไม่ปล่อยกู้ ขณะที่เอกชนมีหลักประกัน 4,500 ล้านบาทอยู่แล้ว มองว่าจะเป็นการวางหลักประกันซ้ำซ้อน

“จึงเสนอบอร์ดการรถไฟฯรับทราบว่า จะยืนยันการใช้ร่างสัญญาแก้ไขและถ้อยคำเดิม จากการหารืออย่างไม่เป็นทางการกับอัยการสูงสุด ซึ่งได้เข้าใจในเงื่อนไขนี้มากขึ้นแล้ว” นายอนันต์กล่าว

นายอนันต์กล่าวว่า ร.ฟ.ท.จะสรุปส่งประเด็นยืนยันใช้ร่างสัญญาแก้ไขเดิมไปยังอัยการสูงสุด เมื่ออัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเสร็จ จะเสนอ สกพอ. เพื่อเสนอบอร์ดอีอีซี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ พิจารณาการแก้ไขหลักการและร่างสัญญาร่วมลงทุนต่อไป คาดว่าจะเข้าที่ประชุม ครม.ประมาณเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2569 ลงนามสัญญาเดือนกรกฎาคม เริ่มส่งมอบหนังสือให้เริ่มงาน (NTP) เดือนสิงหาคมนี้ จากนั้นเริ่มการก่อสร้างทันที

“การที่ต้องเสนอ ครม.แก้ไขหลักการสัญญาร่วมลงทุนเพื่อยืนยันว่าไม่ขัดต่อกฎหมายวินัยการเงินการคลัง กรณีเปลี่ยนวิธีการจ่ายเงินค่าร่วมลงทุนของรัฐ จากเดิมจ่ายเมื่อก่อสร้างเสร็จและเปิดเดินรถ เป็น สร้างไปจ่ายไป หรือเริ่มจ่ายตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง โดยการร่างสัญญาให้เรียบร้อย ทางอัยการสูงสุดต้องให้ความเห็นชอบร่างสัญญาก่อน ตอนนี้เหลือเรื่องร่างสัญญาฉบับแก้ไขที่รออัยการสูงสุดพิจารณาเท่านั้น”

นายอนันต์กล่าวว่า ทั้งนี้ ร.ฟ.ท. และ สกพอ.ได้ร่วมกันชี้แจงต่อนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแล้ว ถึงเหตุผลความจำเป็นที่ต้องแก้ไขสัญญา เพราะรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน หากเดินหน้าไม่ได้ จะกระทบไปถึงโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบิน ตลอดจนรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน จึงต้องแก้หลักการให้เรียบร้อย ซึ่งอัยการสูงสุดตรวจร่างสัญญามาให้แล้ว เหลือแค่ 1 เรื่องดังที่ได้กล่าวมา ถ้าสามารถแก้ไขได้จะสามารถเริ่มต้นก่อสร้างได้ และโครงการอื่น ๆ จะไม่มีปัญหาอุปสรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) มีระยะทาง 220 กม. วงเงินโครงการ 224,544 ล้านบาท มีบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (กลุ่ม ซี.พี.) เป็นคู่สัญญารับสัมปทาน 50 ปี โดยเซ็นสัญญาเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2562 ถึงปัจจุบันยังไม่ได้เริ่มงานการก่อสร้าง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การรถไฟฯ รพไฟไฮสปีด