เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ท่องเที่ยวไทยมุ่ง High Value ททท.เขย่าแผนปฏิบัติการปี’70 ครั้งใหญ่
Business ท่องเที่ยวไทยมุ่ง High Value ททท.เขย่าแผนปฏิบัติการปี’70 ครั้งใหญ่
ราคาน้ำมันวันนี้ (17 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (17 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (17 ก.ค. 69) ปรับลง 1.35% อยู่ที่ 63,842 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (17 ก.ค. 69) ปรับลง 1.35% อยู่ที่ 63,842 เหรียญสหรัฐ
นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
Politics นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
Biz Movement ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
News กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
Biz Movement อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
Business บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
SD มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
Biz Movement กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
ดูทั้งหมด

ชำแหละโครงสร้าง “กัญชา” ใหม่ เมื่อกติกาเปลี่ยน ผลัก SME ไทยบนปากเหวตลาดมืด

16 พ.ค. 2569 | 15:50น.
ผลกระทบจากระเบียบโครงสร้างกัญชาใหม่ของรัฐบาล
สัมภาษณ์

ท่ามกลางรอยต่อของการเปลี่ยนผ่านนโยบายกัญชาในประเทศไทย จากยุคสูญญากาศสู่การจัดระเบียบภายใต้ระเบียบโครงสร้างใหม่ที่บีบให้ร้านค้านับหมื่นแห่งต้องยกระดับสู่คลินิกหรือสถานพยาบาล “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์เจาะลึก “คุณกาจกนิษฐ์ ศักดิ์สุภา” กรรมการบริษัท ธาราเธรา คอร์ปอเรชั่น และในฐานะอุปนายกสมาคมผู้ประกอบการร้านกัญชาและวิชาชีพผู้แนะนำการใช้กัญชาประเทศไทย ถึงมิติความเสียหายเชิงโครงสร้าง และข้อเสนอทางออกที่รัฐอาจมองข้าม

เช็กบิลความเสียหาย “ต้นน้ำ-ปลายน้ำ” แรงกระเพื่อมสู่ตลาดมืด

ในมิติของความเสียหายเชิงโครงสร้าง กาจกนิษฐ์ วิเคราะห์ภาพรวมของร้านค้ากัญชา 1.2 หมื่นแห่งทั่วประเทศที่กำลังถูกจับตามองว่า ตัวเลขนี้อาจไม่ใช่จำนวนที่จะหายไปทั้งหมดในคราวเดียว แต่ในความเป็นจริง ธุรกิจส่วนใหญ่ได้เผชิญวิกฤตไปก่อนหน้านี้แล้ว

เขาระบุว่า กว่าครึ่งของร้านค้าที่มีใบอนุญาตในปัจจุบัน อยู่ในสภาวะ “เจ๊งระเนระนาด” หรือปิดตัวไปนานแล้วโดยที่ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนกฎหมายจริงจัง เนื่องจากสภาพตลาดที่ไร้การควบคุมในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการประกาศโครงสร้างใหม่ ผลกระทบจะตกไปที่กลุ่มผู้ปลูก (ต้นน้ำ) โดยตรง
“ดีมานด์จากฝั่งหน้าร้านที่ซื้อดอกกัญชาจากฟาร์มถูกกฎหมายที่ทำตามขั้นตอน จะหายไปประมาณ 30-50% แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือ ตัวเลขที่หายไปนี้จะมุดลงไปอยู่ใต้ดินแทน”

สาเหตุสำคัญมาจากฟาร์มที่ไม่ได้มาตรฐาน GACP (Good Agricultural and Collection Practices) หรือฟาร์มขนาดเล็กที่การลงทุนทำมาตรฐานไม่คุ้มทุน ซึ่งคนกลุ่มนี้ปลูกตามกฎหมายเดิมมาตั้งแต่ต้น เมื่อไม่มีที่ระบายสินค้าเข้าระบบคลินิกหรือสถานพยาบาลตามเกณฑ์ใหม่ได้ ดอกกัญชาเหล่านั้นจะถูกขายผ่านบุคคลหรือช่องทางที่ไม่ได้รับการรับรอง กลายเป็นตลาดมืดที่ขยายตัวขึ้นทันที 40-50%

“กลางน้ำ” อุตสาหกรรมในหน้ากระดาษ กับความจริงที่ถูกบีบ

สำหรับกลุ่มผู้แปรรูปและโรงงานสกัด (กลางน้ำ) กาจกนิษฐ์ชี้ให้เห็นว่า แม้จะดูเหมือนเป็นกลุ่มทุนใหญ่ที่เตรียมพร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและอาหารเสริม แต่ในทางปฏิบัติกลับมี “กำแพง” ที่ทำให้ไปต่อไม่ได้

ข้อจำกัดสำคัญคือเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่กำหนดความเข้มข้นของสาร CBD ในผลิตภัณฑ์ไว้น้อยมาก จนผลิตภัณฑ์ที่ออกมาไม่มีคุณประโยชน์ (Benefit) ที่ชัดเจนพอจะสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภค อุตสาหกรรมกลางน้ำจึงกลายเป็นเพียงภาพลักษณ์ที่ทำให้บริษัทดูน่าสนใจในหน้าข่าวหรือราคาหุ้น แต่ไม่ได้สร้าง Impact จริงในเชิงเศรษฐกิจ

ขณะที่ส่วนของสาร THC แม้จะสกัดได้มานานแล้ว แต่การนำไปทำผลิตภัณฑ์กลับทำได้ยาก สุดท้ายจึงจบลงที่การส่งออก ซึ่งยังมีสเกลที่เล็กเกินกว่าจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาพรวมได้

วิบากกรรม SME ปลายน้ำ: เมื่อ “ความไม่แน่นอน” คือต้นทุนที่มองไม่เห็น

ประเด็นที่แหลมคมที่สุดคือการบังคับให้ร้านค้าปลีก (SME) ต้องรีโนเวตร้านใหม่เป็นรูปแบบสถานพยาบาลหรือคลินิก กาจกนิษฐ์มองว่าเป็นผลมาจากความไม่ชัดเจนของนโยบายตั้งแต่ต้น

• การวางแผนที่ผิดพลาด: หากรัฐกำหนดให้เป็นคลินิกตั้งแต่แรก ผู้ประกอบการที่มีเงินลงทุน 5 ล้านบาท อาจเลือกเปิดเพียง 3 สาขาที่เป็นคลินิกมาตรฐาน แต่เมื่อนโยบายช่วงแรกเปิดกว้างและ Barrier to Entry ต่ำ ผู้ประกอบการจึงกระจายเงินไปเปิดร้านขนาดเล็ก (Kiosk) หรือร้านทั่วไปถึง 5 แห่ง

• ภาระการแบกรับ: เมื่อต้อง Convert เป็นคลินิกกะทันหัน ผู้ประกอบการต้องแบกรับค่าใช้จ่ายใหม่ทั้งหมด ซึ่งสมาคมมองว่านี่คือความรับผิดชอบที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญจากทิศทางนโยบายที่ไม่นิ่ง

ในส่วนของช่วงเวลาผ่อนผัน (Grace Period) กาจกนิษฐ์ให้ความเห็นว่า แม้จะมีเวลา 3-6 เดือนตามใบอนุญาตเดิมที่เหลืออยู่ แต่สำหรับร้านค้าที่สถานะทางการเงิน “ปริ่มน้ำ” ในช่วง Low Season เวลาที่ให้มาอาจไม่เพียงพอ เพราะปัจจัยหลักไม่ใช่แค่เวลา แต่คือ “เงินทุน” ในการปรับปรุงร้านให้ได้มาตรฐานแพทย์แผนไทย

กาจกนิษฐ์ ศักดิ์สุภา

ความเชื่อมั่นนักลงทุน: มาตรฐาน vs ความอยู่รอด

ต่อมุมมองของนักลงทุนต่างชาติ กาจกนิษฐ์ระบุว่าการปฏิรูป (Reform) ให้กัญชาถูกควบคุมมากขึ้น (Regulate) เป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องการ เพราะเป็นการสร้างความมั่นใจว่าอุตสาหกรรมนี้มีเจ้าภาพและหน่วยงานภาครัฐดูแลชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติการนำบุคลากรทางการแพทย์มาประจำที่ร้านกัญชานั้น เขาตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพจริง โดยมองว่าอาจเป็นเพียงการสร้างภาพลักษณ์ให้ดูถูกกฎหมาย แต่ในชีวิตจริงความรู้ความเข้าใจเรื่องกัญชามักอยู่ที่ “Budtender” ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีมากกว่า การดึงแพทย์มาประจำที่ร้านอาจเป็นการใช้ทรัพยากรบุคคลทางการแพทย์ที่ไม่คุ้มค่า เมื่อเทียบกับประโยชน์ที่จะได้รับในจุดอื่น

ข้อเสนอ “Telemedicine” และ “ทางออก” จากสมาคม

ในฐานะสมาคมผู้ประกอบการร้านกัญชาฯ ได้เสนอแนวทางต่อกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก เพื่อลดผลกระทบต่อ SME และรักษาสมดุลของระบบ ดังนี้:

1.Telemedicine ส่วนกลาง: รัฐควรทำระบบ Telemed ของกรมการแพทย์แผนไทยเอง เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวทั่วประเทศ และกระจายโอกาสให้ร้านค้าเข้าถึงแพทย์ได้โดยไม่ต้องจ้างประจำร้านตลอดเวลา ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนมหาศาลให้กับ SME

2.การแชร์ทรัพยากร: แพทย์ 1 คนสามารถดูแลรับผิดชอบได้หลายร้านผ่านระบบออนไลน์ เนื่องจากปริมาณลูกค้าในปัจจุบันไม่ได้หนาแน่นตลอด 24 ชั่วโมง

3.คัดค้านการบังคับเป็นคลินิก: สมาคมไม่สนับสนุนการบังคับเปลี่ยนร้านเป็นคลินิกทั้งหมด เพราะเชื่อว่าจะนำไปสู่การซื้อขายใต้ดินที่ไม่ผ่านระบบการตรวจสอบมากขึ้น

เสียงสะท้อนถึงรัฐบาล: “อย่าให้เยียวยาเป็นเพียงการกู้”

เมื่อถามว่ารัฐบาลควรจัดตั้งกองทุนหรือมาตรการ Soft Loan เพื่อช่วยผู้ประกอบการรายย่อยปรับปรุงสถานประกอบการให้ได้มาตรฐานสถานพยาบาลหรือไม่? กาจกนิษฐ์ย้ำว่าไม่ควรมาในรูปแบบของ “Soft Loan” หรือเงินกู้ เพราะจะยิ่งเพิ่มภาระหนี้ให้กับผู้ประกอบการที่กำลังจะปิดตัว แต่ควรเป็นเงินอุดหนุนเพื่อปรับปรุงสถานประกอบการให้ได้มาตรฐาน ซึ่งเขายอมรับว่าในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันเป็นเรื่องที่ยากจะเกิดขึ้น

“เราโทษนโยบายที่ไม่ชัดเจนตั้งแต่แรก และโทษคนที่ฉวยโอกาสในช่วงเสรีจนภาพลักษณ์กัญชาต่อสังคมดูแย่ไปทางสันทนาการสุดโต่ง” กาจกนิษฐ์กล่าว

ในนามตัวแทนผู้ประกอบการ กาจกนิษฐ์ทิ้งท้ายถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขว่า เห็นด้วยกับการควบคุมที่เข้มข้นขึ้น แต่ต้องคำนึงถึงความจริงที่ว่าประเทศไทย “ปล่อยก่อนคุม” ซึ่งต่างจากต่างประเทศที่ “คุมก่อนปล่อย” การเปลี่ยนแปลงกะทันหันในวันนี้จึงเท่ากับการคัดคนออกจากอาชีพ สมาคมจึงพยายามทำ Workshop เพื่อช่วยให้สมาชิกปรับตัวเป็นคลินิกให้ง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้ ภายใต้เงื่อนไขที่ยากลำบากนี้