สธ. พบตรวจ ATK เข้าข่ายติดเชื้อโควิด 2,700 ราย ยังพบหญิงท้อง-ตายที่บ้าน

ตรวจโควิด
เครดิตภาพ : กทม.

ศบค.เผยยังพบหญิงท้องเสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย และเสียที่ชีวิตที่บ้าน/ระหว่างนำส่งอีก 1 ราย มีต่างชาติป่วยโยงภูเก็ตแซนด์บ็อก 2 ราย ขณะที่กรมควบคุมโรคเผยผลตรวจ ATK พบผู้ติดเชื้อโควิดเข้าข่ายอีกจำนวน 2,718 ราย ระบุยอดรักษาตัวในรพ.ทยอยลดลง 

วันที่ 2 กันยายน 2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19(ศบค.) รายงานข้อมูลสถานการณ์ประจำวันว่า สถานการณ์การติดเชื้อในประเทศ ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 พบผู้ป่วยรายใหม่ 14,956 ราย หายป่วยแล้ว 1,031,278 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,205,624 ราย และเสียชีวิตสะสม 12,009 ราย โดยวันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 262 คน

ส่วนข้อมูลสะสมตั้งแต่ปี 2563 หายป่วยแล้ว 1,058,704 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,234,487 ราย เสียชีวิตสะสม 12,103 ราย

สำหรับผู้ขอรับการฉีดวัคซีน ณ วันที่ 1 กันยายน 2564 มีผู้รับการฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 จำนวน 352,434 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 471,945 ราย และเข็มที่ 3 จำนวน 3,083 ราย และระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 กันยายน 2564 มีผู้รับวัคซีนสะสมทั้งหมด จำนวน 33,427,463 โดส

พบตรวจ ATK เข้าข่ายติดเชื้อ 2,718 ราย

ทางด้านกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่า วันนี้มีผู้รักษาตัวอยู่จำนวน 163,680 ราย อยู่ในโรงพยาบาล 23,313 ราย ซึ่งตัวเลขผู้รักษาตัวในโรงพยาบาลทยอยลดลงอย่างต่อเนื่อง และอยู่ในรพ.สนามและ Home Isolation, Community Isolation 140,367 ราย ในจำนวนนี้อยู่ในรพ.สนามและ Hospitel จำนวน 75,328 ราย อยู่ใน Home Isolation, Community Isolation จำนวน 62,179 ราย และอื่นๆ/ไม่ระบุจำนวน 2,860 ราย

ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 4,841 ราย ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจจำนวน 1,030 ราย

นอกจากนี้มีผู้ติดเชื้อเข้าข่ายจากการตรวจด้วย ATK จำนวน 2,718 ราย รวมสะสม 81,861 ราย ทั้งนี้ผู้ติดเชื้อที่เข้าข่าย (ATK)จะไม่นับยอดรวมกับยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่รายงานวันนี้(14,956ราย)

ส่วนผู้ได้รับวัคซีนสะสมล่าสุดอยู่ที่ 32.60 ล้านโดส เพิ่มขึ้นมาประมาณ 8.2 แสนโดส

ไทยยังรั้งอันดับ 29 ของโลก ป่วยสะสมกว่า 1.2 ล้านราย

ส่วนสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั่วโลก ข้อมูล ณวันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน 2564 เวลา 10.00 น. มียอดผู้ติดเชื้อรวม 219,265,651 ราย อาการรุนแรง 105,789 ราย รักษาหายแล้ว 196,041,211 ราย เสียชีวิต 4,545,159 ราย

ขณะที่อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 1. สหรัฐอเมริกา จำนวน 40,330,712 ราย 2. อินเดีย จำนวน 32,856,863 ราย 3. บราซิล จำนวน 20,804,215 ราย 4. รัสเซีย จำนวน 6,937,333 ราย 5. สหราชอาณาจักร จำนวน 6,825,074 ราย โดยประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 29 ของโลก จากจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,234,487 ราย

หญิงท้องเสียชีวิต 1 ราย-ตายที่บ้าน/ระหว่างนำส่ง 1 คน

10 จังหวัดที่ติดเชื้อสูงสุด อันดับ 1 ยังเป็นกรุงเทพมหานคร 3,322 ราย รวมยอดสะสม 286,604 ราย สมุทรปราการ 1,220 ราย ชลบุรี 881 ราย สมุทรสาคร 733 ราย อยุธยา 494 ราย นราธิวาส 428 ราย ราชบุรี 349 ราย นครปฐม 341 ราย ระยอง 340 ราย และสระบุรี 310 ราย


ส่วนผู้เสียชีวิต 262 รายวันนี้ เป็นชาย 140 ราย หญิง 122 ราย เป็นชาวเมียนมา 9 ราย อเมริกัน 2 ราย นอร์เวย์ 1 ราย ค่ามัธยฐานของอายุอยู่ที่ 68 ปี(25-103 ปี)

ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 183 ราย คิดเป็น 70% และอายุน้อยกว่า 60 ปีมีโรคเรื้อรัง 52 ราย คิดเป็น 20% รวม 2 ส่วนนี้คิดเป็นสัดส่วน 90% ในจำนวนนี้มีหญิงตั้งครภภ์ เสียชีวิต 1 ราย อยู่ที่จ.นราธิวาส และเสียชีวิตที่บ้าน/ระหว่างนำส่ง 1 ราย อยู่ที่ศรีสะเกษ

ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดยังเป็นกทม. จำนวน 80 ราย รองลงมาเป็นจังหวัดปริมณฑล ได้แก่ ปทุมธานี สมุทรสาคร สมุทรปราการ นครปฐม นนทบุรี จำนวน 61 ราย จังหวัดทางภาคอีสาน ได้แก่อุดรธานี นครราชสีมา ขอนแก่น ศรีสะเกษ ชัยภูมิ บึงกาฬ จำนวน 12 ราย

จ.ฉะเชิงเทรา ชลบุรี สุพรรรณบุรี ลพบุรี อ่างทอง นครนายก กาญจนบุรี อยุธยา ระยอง ราชบุรี ปราจีนบุรี เพชรบุรี จันทบุรี สมุทรสงครามรวม 77 ราย ที่เหลือกระจายไปในอีกหลายจังหวัด(ตามกราฟฟิก)

ต่างชาติป่วยโยงภูเก็ตแซนด์บ็อก 2 ราย

ส่วนชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเกี่ยวข้องกับภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ มาจากอิสราเอล 1 ราย ผลตรวจพบเชื้อ แต่ไม่มีอาการ พักที่รพ.เอกชนที่ภูเก็ต และมาจากสหราชอาณาจักร 1 ราย ผลตรวจพบเชื้อ มีอาการ เข้าพักในรพ.เอกชนที่ภูเก็ตเช่นกัน

นอกจากนี้พบชาวต่างชาติลักลอบเข้ามทางช่องทางธรรมชาติและพบว่าติดเชื้อโควิด โดยมาจากกัมพูชา 1 ราย และมาเลเซีย 2 ราย และยังพบผู้ป่วยโควิดที่ผ่านมาทางพรมแดนทางบกจากลาวและกัมพูชาอีก 13 ราย โดยมาจากลาว 1 ราย และกัมพูชา 12 ราย ผลตรวจพบเชื้อ มีทั้งมีอาการและไม่มีอาการและนำเข้ารับการรักษาในรพ. และสถานกักันโรค หรือ LQ แล้ว

ขณะที่สัดส่วนภาพรวมของผู้ป่วยรายวันเปรียบเทียบของทั้งประเทศกับพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล แะพื้นที่ในต่างจังหวัด พบว่า ภาพรวมของประเทศวันนี้ กราฟปักหัวขึ้น เนื่องจากมีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นจากวานนี้ แต่พื้นที่ของกทม.และปริมณฑลเพิ่มขึ้นน้อยกว่าในพื้นที่ต่างจังหวัด(71จังหวัด) โดยสัดส่วนของกทม.และปริมณฑลกับต่างจังหวัดอยู่ที่ 58%ต่ออ 42% (ตามกราฟ)

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ