ศบค.เผยยังพบผู้เสียชีวิตที่ไม่ได้ฉีดบูสเตอร์โดสอีก 87 ราย จากผู้เสียชีวิตวันนี้ 92 ราย และมีชาวต่างชาติเสียชีวิตในไทย 3 ราย เป็นชาวอเมริกัน สวีเดน และเมียนมา ส่วนผู้เดินทางมาจากต่างประเทศวันเดียวพบมาจากกัมพูชาแห่เข้าไทยถึง 30 ราย ขณะที่ “สงขลา” อัตราครองเตียงยังพุ่งไม่หยุด ล่าสุดทะลุเกิน 65%
วันที่ 1 เมษายน 2565 ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ของรัฐบาล (ศบค.) รายงานสถานการณ์ประจำวันว่า สถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศ ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 มีผู้ป่วยรายใหม่ 28,379 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,433,291 ราย หายป่วยแล้ว 1,211,796 ราย เสียชีวิตสะสม 3,524 ราย โดยวันนี้มีผู้เสียชีวิตสูงสุดตั้งแต่ต้นปีจำนวน 92 ราย
ส่วนข้อมูลสะสมตั้งแต่ปี 2563 ผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,656,726 ราย หายป่วยแล้ว 3,380,290 ราย และเสียชีวิตสะสม 25,222 ราย

โดยวันนี้มีผู้เสียชีวิตสูงสุดตั้งแต่ต้นปี 2565 เป็นต้นมาจำนวน 92 ราย เป็นชาย 50 ราย หญิง 42 ราย เป็นคนไทย 89 ราย เมียนมา 1 ราย สวีเดน 1 ราย และอเมริกา 1 ราย ค่ามัธยฐานวันที่พบเชื้อกระทั่งเสียชีวิต อยู่ที่ 6 วัน โดย 93% ของผู้เสียชีวิตอยู่ในกลุ่มผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีโรคเรื้อรังรวม 86 ราย และเป็นผู้ไม่มีประวัติโรคเรื้อรัง 6 ราย คิดเป็น 7% ปัจจัยเสี่ยยังมาจากโรคมะเร็ง โรคไต อ้วน หลอดเลือดสมอง โรคหัวใจและติดเตียง

และเมื่อแยกตามพื้นที่ของผู้เสียชีวิตพบว่าอยู่ในภาคกลางมากที่สุด 25 ราย โดยอยู่ในจังหวัดลพบุรีมากที่สุด 7 ราย รองลงมาเป็นภาคอีสานรวม 21 ราย โดยบุรีรัมย์มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด 21 ราย ภาคใต้รวม 16 ราย พัทลุงเสียชีวิตมากสุด 5 ราย จังหวัดปริมณฑลรวม 13 ราย มีผู้เสียชีวิตที่สมุทรปราการและปทุมธานีมากที่สุดจังหวัดละ 3 ราย กลุ่มจังหวัดภาคเหนือรวม 10 ราย มีผู้เสียชีวิตที่เชียงใหม่มากที่สุด 3 ราย และที่กรุงเทพมหานครมีผู้เสียชีวิต 7 ราย

ส่วน 10 จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด อันดับ 1.ยังเป็นกรุงเทพมหานคร จำนนวน 3,350 ราย รองลงมาเป็น ชลบุรี 1,352 ราย นครศรีธรรมราช 1,259 ราย สมุทรปราการ 933 ราย สมุทรสาคร 854 ราย สงขลา 744 ราย ขอนแก่น 726 ราย นนทบุรี 716 ราย ราชบุรี 701 ราย และนครปฐม 698 ราย

สำหรับอัตราการครองเตียงระดับ 2-3 ใน 10 อันดับแรก ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับการใช้เตียงไม่เกิน 50% หรือยังอยู่ในระดับสีเขียวอ่อน สีเขียวเข้ม มีเพียง “สงขลา” จังหวัดเดียวที่อัตราการครองเตียงยังไม่ลดลง โดยยังคงอยู่ที่ระดับสีเหลือง 63.30% ขณะที่สุราษฎร์ธานีที่ก่อนหน้ามีอัตราการครองเตียงเกินกว่า 50% ล่าสุดลดลงมาเหลือ 49.50%

ส่วนแนวโน้มของผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ จากกราฟ ทิศทางยังคงเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับผู้ป่วยปอดอักเสบ ขณะที่ผู้ที่ใส่ท่อช่วยหายใจลดลงมาเล็กน้อย ขณะที่ผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นชัดเจน นอกจากนี้ในกลุ่มผู้ป่วยที่เสียชีวิต 92 รายวันนี้มีผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนบูสเตอร์โดสถึง 87 ราย

ส่วนผู้มารับวัคซีน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 มีผู้รับการฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 จำนวน 47,766 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 17,043 ราย เข็มที่ 3 จำนวน 125,629 ราย และระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 – 31 มีนาคม 2565 มีผู้รับวัคซีน สะสมทั้งหมด จำนวน 129,552,466 โดส
- จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 สะสม : 55,542,221 ราย
- จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 2 สะสม : 50,317,723 ราย
- จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 3 สะสม : 23,692,522 ราย

สำหรับผู้ที่เดินทางเข้าประเทศมากที่สุดวันนี้ 62 ราย มาจากกัมพูชามากที่สุด 30 ราย เป็นคนไทย 1 ราย เป็นชาวต่างชาติ 29 ราย อยู่ในระบบกักตัว (Qurantine) ส่วนที่เหลือมีแค่ประเทศละ 1-3 รายเท่านั้น ขณะที่ตัวเลขสะสมผู้ที่เดินทางเข้าประเทศในเดือนมีนาคม 1-31 มีนาคม 2565 มีจำนวนสะสม 273,133 คน ติดเชื้อโควิดรวม 1,584 ราย

ส่วนสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั่วโลก ข้อมูล ณ วันศุกร์ที่ 1 เมษายน 2565 เวลา 10.00 น. มียอดผู้ติดเชื้อรวม 488,566,474 ราย อาการรุนแรง 57,577 ราย รักษาหายแล้ว 423,374,275 ราย และเสียชีวิต 6,166,976 ราย
โดยอันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสะสมสูงสุด (รวมย้อนหลัง 7 วัน) 1.เกาหลีใต้ จำนวน 2,272,795 ราย 2.เยอรมนี จำนวน 1,486,346 ราย 3.ฝรั่งเศส จำนวน 978,532 ราย 4.เวียดนาม จำนวน 650,832 ราย 5.อิตาลี จำนวน 488,475 ราย ประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 13 ของโลกจากจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสม 177,367 ราย