สรุป #ไฟไหม้สำเพ็ง สถานการณ์ล่าสุด บทเรียนราคาแพง “การไฟฟ้า”

ไฟไหม้สำเพ็ง
PHOTO : กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงาน

สรุปไทม์ไลน์ ไฟไหม้สำเพ็ง เหตุหม้อแปลงระเบิด เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 11 ราย เจ้าของอาคารจ่อฟ้องการไฟฟ้าเสียหายหนัก 10 ล้านบาท ผู้ว่าฯ กทม. เตรียมหารือสัปดาห์หน้า แก้ปัญหาบทเรียนราคาแพง

วันที่ 26 มิถุนายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์เพลิงไหม้บริเวณย่านตลาดสำเพ็ง เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร วันนี้ ( 26 มิ.ย.) จากสาเหตุหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด ได้สร้างความเสียหายต่ออาคาร ทรัพย์สินในบริเวณที่เกิดเหตุ รวมไปถึงมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 11 ราย และเสียชีวิตถึง 2 ราย ก่อนจะสามารถควบคุมเพลิงได้สำเร็จ

เปิดไทม์ไลน์ ไฟไหม้สำเพ็ง

เหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.38 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุเพลิงลุกไหม้ อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น และเพลิงไฟได้ลุกลามไปยังอาคารข้างเคียง โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงพร้อมกำลังอาสาสมัคร เร่งเข้าทำการระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเพลิงไม่ให้ลุกลาม

จากนั้นเวลา 12.24 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าตรวจสอบอาคารที่ถูกเพลิงไหม้ พบผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณชั้นที่ 1 ของอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น โดยขณะนั้นที่เกิดเหตุยังมีไฟปะทุเป็นระยะ มีเสียงแตกและคล้ายโครงสร้างอาคารบีบอัด ทำให้ต้องถอยเจ้าหน้าที่ออกมาฉีดน้ำต่ออย่างระมัดระวัง

ต่อมา เวลา 13.08 น. มีรายงานเพิ่มเติมว่า พบผู้บาดเจ็บจำนวน 6 ราย มีอาการสำลักควัน นำส่งโรงพยาบาลหัวเฉียว และโรงพยาบาลกลางแล้ว

เวลา 13.23 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงรายงานว่า สามารถควบคุมเพลิงที่ลุกไหม้ได้ทั้งหมดแล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบที่เกิดเหตุ

กระทั่งในเวลา 14.30 น. ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยว่าพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 บริเวณทางขึ้นชั้น 2 และมีผู้บาดเจ็บเพิ่มเป็น 9 ราย โดยได้ส่งตัวเข้าทำการรักษาที่โรงพยาบาลกลาง



เสียชีวิต 2 เจ็บ 11 ราย

ด้านข้อมูลผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ศูนย์วิทยุพระราม 199 ได้รายงานผ่านทวิตเตอร์ว่า ผู้เสียชีวิตรายที่ 1 เป็นเพศชาย อายุประมาณ 35 ปี ถูกไฟคลอก เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และผู้เสียชีวิตรายที่ 2 เป็นผู้หญิง

ต่อมารายงานจากพนักงานสอบสวนคาดว่าเป็นพนักงานของร้านขายถุงพลาสติกและถุงผ้าที่ติดต่อไม่ได้ คือ น.ส.จิราพัช สุ่มมาก อายุ 52 ปี พนักงานแคชเชียร์ของทางร้าน และ นายเพชร เดือม อายุ 34 ปี สัญชาติพม่า ลูกจ้างของร้าน

ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ รวมทั้งสิ้น 11 ราย เป็นทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชน นำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลหัวเฉียว 7 ราย และโรงพยาบาลกลาง 4 ราย โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • รายที่ 1 เป็นเพศหญิง อายุประมาณ 99 ปี มีอาการสำลักควัน
  • รายที่ 2 เป็นเพศชาย อายุประมาณ 71 ปี มีอาการสำลักควัน
  • รายที่ 3 เป็นเพศชาย อายุประมาณ 26 ปี มีอาการสำลักควัน อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลหัวเฉียว
  • รายที่ 4 เป็นเพศชาย อายุประมาณ 25 ปี มีอาการสำลักควัน
  • รายที่ 5 เป็นเพศชาย อายุประมาณ 25 ปี มีอาการสำลักควัน
  • รายที่ 6 เป็นเพศชาย อายุประมาณ 36 ปี มีอาการสำลักควัน
  • รายที่ 7 เป็นเพศชาย อายุประมาณ 23 ปี มีอาการสำลักควัน
  • รายที่ 8 เป็นเพศชาย อายุประมาณ 39 ปี มีอาการสำลักควัน
  • รายที่ 9 เป็นเพศชาย อายุประมาณ 35 ปี มีอาการสำลักควัน
  • รายที่ 10 เป็นเพศชาย อายุประมาณ 20 ปี มีอาการสำลักควัน
  • รายที่ 11 เป็นเพศชาย อายุประมาณ 31 ปี ได้รับบาดเจ็บกระเบื้องบาดบริเวณเท้าขวา

ความเสียหายไฟไหม้สำเพ็ง

สำหรับเหตุการณ์เพลิงไหม้เริ่มต้นที่ หม้อแปลงไฟฟ้าระเบิดบริเวณด้านหน้า บริษัท ราชวงศ์รุ่งเรือง จํากัด เลขที่ 157 ถนนราชวงศ์ แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ประกอบกิจการขายกระเป๋าผ้า ถุงพลาสติก ถุงกระดาษ กล่องใส่สินค้าสำเร็จรูป

จากนั้นเพลิงไหม้ได้ลุกลามไปยังอาคารพาณิชย์ 3 ชั้นที่อยู่ติดกัน จำนวน 5 คูหา ได้แก่ เลขที่ 157, 151, 153, 155 และ 159 และยังมีรถยนต์ที่จอดอยู่บริเวณที่เกิดเหตุได้รับความเสียหายจำนวน 3 คัน

นอกจากนี้ มีรายงานว่า เจ้าของอาคารได้เปิดเผยมูลค่าความเสียหายครั้งนี้ ไม่ต่ำกว่า 10 ล้าน โดยผู้เสียหายที่เป็นเจ้าของอาคารและกิจการในบริเวณดังกล่าว อาจมีการดำเนินการฟ้องร้องการไฟฟ้าและผู้ที่เกี่ยวข้องให้เข้ามารับผิดชอบ เนื่องจากที่ผ่านมา หม้อแปลงไฟฟ้าและสายไฟชำรุดบ่อยครั้ง มีเจ้าหน้าที่เข้ามาซ่อมแซม แต่ไม่มีอะไรดีขึ้น

ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ด้าน สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ตลอดจนจัดเจ้าหน้าที่ให้การอำนวยความสะดวกและให้บริการแจ้งแนวทางการขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

บทเรียนราคาแพงของการไฟฟ้า

ขณะเดียวกัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้รับทราบเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว ขณะลงพื้นที่สำรวจปัญหาการจราจรที่เขตหนองแขม โดยเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ในเวลา 16.30 น. ก็ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบปัญหาพื้นที่อาคารที่ถูกฉีดน้ำมีการยุบตัว รวมถึงปัญหาสายไฟ สายสื่อสาร ที่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุในการลุกลามของเพลิงไหม้

ทั้งนี้ นายชัชชาติ ได้นัดหมายหารือร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง ในสัปดาห์หน้า ทั้งเรื่องไฟแสงสว่าง ความปลอดภัยบนท้องถนน รวมถึงเรื่องความปลอดภัยของหม้อแปลงไฟ และสายสื่อสารที่อยู่รวมกับเสาไฟฟ้า ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ต้องเอาไปปรับปรุง โดยถือเป็นหน้าที่การไฟฟ้าต้องช่วยดูด้วยเพราะเป็นความรับผิดชอบโดยตรง


ส่วนผู้เสียหายและครอบครัวผู้เสียชีวิตอาจเรียกค่าเสียหายจากการไฟฟ้า ทาง กทม.จะช่วยประสานงานหรือไม่นั้น นายชัชชาติ ระบุว่า เป็นเรื่องทางกฎหมาย ไม่เกี่ยวกับ กทม.โดยตรง ต้องให้ความยุติธรรมทุกฝ่าย โดยต้องคุยกับการไฟฟ้าก่อน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ