เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตาแผน PDP 2026 ฉบับ ‘เอกนัฏ’ ผุดทางเลือกที่ 5 ดันไฟสะอาดเกิน 70% ชั่งใจต้นทุน CCS
Economic จับตาแผน PDP 2026 ฉบับ ‘เอกนัฏ’ ผุดทางเลือกที่ 5 ดันไฟสะอาดเกิน 70% ชั่งใจต้นทุน CCS
ปาเจราจาบัลย์ พาผู้อ่านสำรวจความตายและความสัมพันธ์ในครอบครัว
Biz Movement ปาเจราจาบัลย์ พาผู้อ่านสำรวจความตายและความสัมพันธ์ในครอบครัว
80 ปี IMF : จากโรงแรมกลางหุบเขา สู่เวทีโลกที่กรุงเทพฯ
Columns 80 ปี IMF : จากโรงแรมกลางหุบเขา สู่เวทีโลกที่กรุงเทพฯ
ออมสินชู AI ปล่อยสินเชื่อรีเจ็กต์เรตต่ำ-ช่วยคนลืมตาอ้าปาก
Finance ออมสินชู AI ปล่อยสินเชื่อรีเจ็กต์เรตต่ำ-ช่วยคนลืมตาอ้าปาก
ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท รูปพรรณขายออก 66,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท รูปพรรณขายออก 66,100 บาท
โลกคู่ขนาน…ข้างเวที IMF-World Bank
Columns โลกคู่ขนาน…ข้างเวที IMF-World Bank
‘สุริยะ’ แจงคุ้มครองพันธุ์กะเพรา ปลูกกินได้ปกติ ห้ามขยายพันธุ์ขายโดยไม่ได้รับอนุญาต
Economic ‘สุริยะ’ แจงคุ้มครองพันธุ์กะเพรา ปลูกกินได้ปกติ ห้ามขยายพันธุ์ขายโดยไม่ได้รับอนุญาต
ก.ล.ต. รื้อเกณฑ์ Crowdfunding จ่อเปิดทางปิดขายก่อนกำหนด ลดภาระผู้ลงทุน
Finance ก.ล.ต. รื้อเกณฑ์ Crowdfunding จ่อเปิดทางปิดขายก่อนกำหนด ลดภาระผู้ลงทุน
ปชน.ย้ำซักฟอก ’18 รมต.’ ต้องได้เวลาเหมาะสม พร้อมเลื่อนไป พ.ย.ได้
Politics ปชน.ย้ำซักฟอก ’18 รมต.’ ต้องได้เวลาเหมาะสม พร้อมเลื่อนไป พ.ย.ได้
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

เงินบาทพลิกแข็งค่า จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า กนง.ปรับขึ้นดอกเบี้ย

06 ส.ค. 2565 | 23:24น.
กนง. เงินบาท แบงก์ชาติ

เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น แตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 1 เดือนที่ 35.55 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ตลาดในประเทศรอติดตามผลการประชุมกนง. 10 ส.ค.นี้ ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นของไทย หุ้นไทยปรับตัวขึ้นมาปิดเหนือ 1,600 จุด รับสัญญาณชะลอขนาดการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ

วันที่ 6 สิงหาคม 2565 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทพลิกแข็งค่าผ่านแนว 36.00 ไปแตะระดับ 35.55 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดในรอบ 1 เดือน โดยเงินบาทอ่อนค่าลงช่วงสั้น ๆ ต้นสัปดาห์ตามภาพรวมของสกุลเงินในเอเชีย ท่ามกลางสัญญาณตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐ ในประเด็นเรื่องไต้หวัน

ขณะที่เงินดอลลาร์มีแรงประคองจากเจ้าหน้าที่เฟดหลายรายที่ให้ความเห็นว่า ทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐจะยังคงต้องปรับขึ้นต่อไปเพื่อสกัดเงินเฟ้อ อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกแข็งค่าในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงตามการย่อตัวของบอนด์ยีลด์ระยะยาวของสหรัฐ ท่ามกลางความกังวลต่อสัญญาณการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ เงินบาทยังได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมก่อนการประชุมกนง. ในวันที่ 10 ส.ค. ซึ่งถูกคาดหมายว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย หลังจากดอกเบี้ยทรงตัวที่ระดับ 0.50% ต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนพ.ค. 2563

ในวันศุกร์ที่ 5 ส.ค. 2565 เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 35.57 (หลังแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 1 เดือนที่ 35.55 บาทต่อดอลลาร์) เทียบกับระดับ 36.81 บาทต่อดอลลาร์ ในวันพุธก่อนหน้า (27 ก.ค.) ขณะที่ระหว่างวันที่ 1-5 ส.ค. นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 4,125 ล้านบาท ขณะที่มีสถานะเป็น NET OUTFLOW ออกจากตลาดพันธบัตร 1,074 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 6,737 ล้านบาท แต่มีตราสารหนี้ที่หมดอายุ 7,811 ล้านบาท)

สัปดาห์ถัดไป (8-12 ส.ค.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ระดับ 35.00-36.00 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สัญญาณดอกเบี้ยของไทยจากผลการประชุมกนง. วันที่ 10 ส.ค. ทิศทางเงินทุนต่างชาติ สถานการณ์ระหว่างสหรัฐ-จีนในประเด็นไต้หวัน และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและตัวเลขเงินเฟ้อคาดการณ์ในมุมมองของผู้บริโภคเดือนส.ค. (เบื้องต้น) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจเดือนก.ค. ของจีน อาทิ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต และยอดปล่อยกู้สกุลเงินหยวนด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน ทั้งนี้ SET Index ดีดตัวขึ้นช่วงต้นสัปดาห์ตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ หลังเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% และส่งสัญญาณชะลอขนาดการขึ้นดอกเบี้ยในระยะต่อไป

อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยย่อตัวลงสั้น ๆ ในเวลาต่อมาท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและจีนในประเด็นไต้หวัน หุ้นไทยกลับมาทยอยปรับตัวขึ้นอีกครั้งในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนคลายกังวลเกี่ยวกับประเด็นสหรัฐ-จีน ประกอบกับมีแรงซื้อต่อเนื่องในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและไฟแนนซ์เข้ามาช่วยหนุน

ในวันศุกร์ (5 ส.ค.) ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,601.09 จุด เพิ่มขึ้น 1.57% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 64,109.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.38% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 5.41% มาปิดที่ 612.89 จุด

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (8-12 ส.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่าดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,580 และ 1,570 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,610 และ 1,620 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมกนง. (10 ส.ค.) ผลประกอบการงวด 2Q/65 ของบริษัทจดทะเบียนใน ตลท. รวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.ค. ของจีน ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.ค. ของญี่ปุ่น ตลอดจนผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย. ของยูโรโซน