เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
วิรไท ประธานทีดีอาร์ไอ ชี้ปัจจัยความไม่มั่นคงคนไทย แนะปฏิรูปภาครัฐ-แก้ความเหลื่อมล้ำ
Politics วิรไท ประธานทีดีอาร์ไอ ชี้ปัจจัยความไม่มั่นคงคนไทย แนะปฏิรูปภาครัฐ-แก้ความเหลื่อมล้ำ
จับตาแผน PDP 2026 ฉบับ ‘เอกนัฏ’ ผุดทางเลือกที่ 5 ดันไฟสะอาดเกิน 70% ชั่งใจต้นทุน CCS
Economic จับตาแผน PDP 2026 ฉบับ ‘เอกนัฏ’ ผุดทางเลือกที่ 5 ดันไฟสะอาดเกิน 70% ชั่งใจต้นทุน CCS
ปาเจราจาบัลย์ พาผู้อ่านสำรวจความตายและความสัมพันธ์ในครอบครัว
Biz Movement ปาเจราจาบัลย์ พาผู้อ่านสำรวจความตายและความสัมพันธ์ในครอบครัว
80 ปี IMF : จากโรงแรมกลางหุบเขา สู่เวทีโลกที่กรุงเทพฯ
Columns 80 ปี IMF : จากโรงแรมกลางหุบเขา สู่เวทีโลกที่กรุงเทพฯ
ออมสินชู AI ปล่อยสินเชื่อรีเจ็กต์เรตต่ำ-ช่วยคนลืมตาอ้าปาก
Finance ออมสินชู AI ปล่อยสินเชื่อรีเจ็กต์เรตต่ำ-ช่วยคนลืมตาอ้าปาก
ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท รูปพรรณขายออก 66,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท รูปพรรณขายออก 66,100 บาท
โลกคู่ขนาน…ข้างเวที IMF-World Bank
Columns โลกคู่ขนาน…ข้างเวที IMF-World Bank
‘สุริยะ’ แจงคุ้มครองพันธุ์กะเพรา ปลูกกินได้ปกติ ห้ามขยายพันธุ์ขายโดยไม่ได้รับอนุญาต
Economic ‘สุริยะ’ แจงคุ้มครองพันธุ์กะเพรา ปลูกกินได้ปกติ ห้ามขยายพันธุ์ขายโดยไม่ได้รับอนุญาต
ก.ล.ต. รื้อเกณฑ์ Crowdfunding จ่อเปิดทางปิดขายก่อนกำหนด ลดภาระผู้ลงทุน
Finance ก.ล.ต. รื้อเกณฑ์ Crowdfunding จ่อเปิดทางปิดขายก่อนกำหนด ลดภาระผู้ลงทุน
ปชน.ย้ำซักฟอก ’18 รมต.’ ต้องได้เวลาเหมาะสม พร้อมเลื่อนไป พ.ย.ได้
Politics ปชน.ย้ำซักฟอก ’18 รมต.’ ต้องได้เวลาเหมาะสม พร้อมเลื่อนไป พ.ย.ได้
ดูทั้งหมด

ปาเจราจาบัลย์ พาผู้อ่านสำรวจความตายและความสัมพันธ์ในครอบครัว

22 ต.ค. 2569 | 11:20น.
กิตติศักดิ์ คงคา
ธีรดา ศิริมงคล : เรื่อง

การกลับมาอีกครั้งของ “เบส กิตติศักดิ์ คงคา” เจ้าพ่อนวนิยายสืบสวนสอบสวน กับผลงานเล่มล่าสุด “ปาเจราจาบัลย์” ที่ตีพิมพ์กับ Matichon Premium Print นวนิยายที่ยังคงกลิ่นอายของการสืบสวนสอบสวน แต่ขยับมุมมองจากการคลี่คลายปริศนาคดีอันซับซ้อน สู่การสำรวจความสัมพันธ์ในครอบครัว ความสูญเสีย และความรู้สึกของผู้คนที่ต้องดำเนินชีวิตต่อไปท่ามกลางความตาย

เบส กิตติศักดิ์ เปิดเผยถึงความหมายของชื่อหนังสือเล่มนี้ว่า “ปาเจรา” หมายถึงครูผู้มีอาวุโส หรืออาจตีความได้ว่าเป็นครูของครูก็ได้ โดยตัวเอกของเรื่องมองแม่ของตนเองเป็นครู และมองยายเป็นครูของครู ขณะที่คำว่า “จาบัลย์” หมายถึงความโศกเศร้าเสียใจ เมื่อนำมารวมกัน “ปาเจราจาบัลย์” จึงสื่อถึงน้ำตาของคุณยาย ซึ่งเป็นความหมายที่เชื่อมโยงกับหัวใจสำคัญของเรื่องราวในเล่มนี้

สำหรับคดีใน “ปาเจราจาบัลย์” เป็นคดีฆาตกรรมในห้องปิดตายที่อาจไม่ได้หวือหวาหรือซับซ้อนเท่าผลงานเล่มก่อน ๆ แต่สิ่งที่ผู้เขียนต้องการนำเสนอไม่ได้มีเพียงการตามหาฆาตกร หากเป็นการพาผู้อ่านเข้าไปสำรวจชีวิตของตัวละครและความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัวอย่างลึกซึ้ง

เมื่อมองย้อนกลับไปยังผลงานก่อนหน้าของเบส จะเห็นได้ว่าแต่ละเรื่องมีฉากหลังและแนวคิดที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น “กาสักอังก์ฆาต” ที่เกี่ยวข้องกับวัด “โอปปาติกะอำพราง” ที่มีสวนผลไม้เป็นฉากสำคัญ “รจเลขกัมมันต์” ที่เล่าเรื่องในคุก “อาชญรีเยนต์” ที่มีคฤหาสน์เป็นองค์ประกอบหลัก หรือ “เบญจทีรฆันดร” ที่พาผู้อ่านเข้าสู่ผืนป่า

สำหรับ “ปาเจราจาบัลย์” ฉากสำคัญกลับเป็นบ้าน บ้านที่ควรเป็นพื้นที่แห่งความผูกพันและความปลอดภัย แต่กลับกลายเป็นสถานที่เกิดความตายอันแสนธรรมดาสามัญในชีวิตครอบครัว ทว่าบ้านหลังนี้ไม่ใช่บ้านทั่วไป หากเป็นบ้านของฝาแฝดยอดนักสืบ ซึ่งทำให้เรื่องราวความตายและการสืบสวนเชื่อมโยงเข้ากับความสัมพันธ์ของตัวละครอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผู้เขียนบอกกับเราว่า จุดเด่นสำคัญของหนังสือเล่มนี้คือความเป็นแฟมิลี่ดราม่า หรือเรื่องราวความสัมพันธ์ในครอบครัวที่เข้มข้นที่สุดเท่าที่เคยเขียนมา แม้ปริศนาคดีจะไม่ได้ยากหรือซับซ้อนเท่าผลงานก่อนหน้า แต่กลับเปิดโอกาสให้เขาสำรวจตัวละครหลักอย่าง รัตติพล เทวกรได้อย่างลึกซึ้งและซับซ้อนมากที่สุด

เพราะเมื่อความตายเกิดขึ้นภายในบ้าน ผู้ต้องสงสัยย่อมเป็นคนใกล้ตัว ขณะเดียวกันความตายที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้จบลงเพียงการสืบหาความจริงหรือการระบุตัวผู้กระทำผิด แต่ยังทิ้งคำถามสำคัญไว้กับคนที่ยังมีชีวิตอยู่ว่า เมื่อสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวจากไป คนที่เหลือจะรู้สึกอย่างไร จะรับมือกับความสูญเสียและความวุ่นวายที่ตามมาอย่างไร จะก้าวเดินต่อไปในชีวิตประจำวันได้อย่างไร เมื่อโลกที่เคยคุ้นเคยไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เบสอธิบายว่า การพาผู้อ่านไปสัมผัสกับความรู้สึกของผู้คนหลังการสูญเสีย เป็นสิ่งที่ไม่ได้พบเห็นบ่อยนักในนวนิยายสืบสวนสอบสวน และนี่คือสิ่งที่ทำให้ “ปาเจราจาบัลย์” แตกต่างจากผลงานเล่มอื่น ๆ ของเขา เพราะนอกจากจะเป็นเรื่องราวของการไขคดีแล้ว ยังเป็นการสำรวจบาดแผลทางใจและความสัมพันธ์ของผู้คนที่ต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันเจ็บปวด โดยผู้เขียนตั้งใจให้ผลงานเล่มนี้เป็นงานที่มีมิติทางดราม่าเข้มข้นที่สุดเท่าที่เคยเขียนมา

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของนวนิยายเล่มนี้ คือการพาผู้อ่านย้อนกลับไปยังช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อชีวิตผู้คนในสังคมไทย โดยเบสในฐานะคนที่ผ่านเหตุการณ์ในยุคนั้นมา ต้องการถ่ายทอดให้เห็นว่าวิกฤตครั้งดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนอย่างไร พร้อมเชื่อมโยงบริบทของสังคมเข้ากับเรื่องราวของความสัมพันธ์และความสูญเสียที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว

สำหรับผู้อ่านที่ยังไม่เคยผ่านประสบการณ์สูญเสียคนในครอบครัว หนังสือเล่มนี้อาจทำให้ได้ลองทำความเข้าใจความรู้สึกที่ว่า เหตุการณ์เช่นนี้สามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ และอาจเกิดขึ้นในวันใดวันหนึ่งโดยไม่มีใครล่วงรู้ ขณะที่ผู้ที่เคยผ่านความสูญเสียมาแล้ว อาจได้ย้อนกลับไปทบทวนความทรงจำและความรู้สึกบางอย่างที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในใจ

ท้ายที่สุด “ปาเจราจาบัลย์” จึงไม่ได้เป็นเพียงนวนิยายสืบสวนสอบสวนที่ชวนให้ติดตามว่าใครคือผู้กระทำผิด แต่ยังเป็นเรื่องราวที่ชวนให้ผู้อ่านหันกลับมามองความสัมพันธ์กับคนใกล้ตัว ตระหนักถึงความไม่แน่นอนของชีวิต และทำความเข้าใจว่าความตายไม่ได้พรากไปเพียงใครคนหนึ่ง หากยังเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนที่ยังอยู่ต่อไปด้วยเช่นกัน

เตรียมพบกับ “ปาเจราจาบัลย์” ได้ที่งานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 31 ในวันที่ 23 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 บูทสำนักพิมพ์ 13357 และสำนักพิมพ์มติชน บูท J02