เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณขายออก 65,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณขายออก 65,000 บาท
‘วรศิษฎ์’ ยันงบเยียวยาน้ำท่วม 4 พันล้าน กทม.ช่วย 300 ล้าน ย้ำไม่ใช่หารคนละครึ่ง
Politics ‘วรศิษฎ์’ ยันงบเยียวยาน้ำท่วม 4 พันล้าน กทม.ช่วย 300 ล้าน ย้ำไม่ใช่หารคนละครึ่ง
ข่าวดีทางออก ‘แอชตัน อโศก’ กฤษฎีกาเปิดทางออก ปูทาง รฟม. ไฟเขียวใช้ทางเข้า-ออก
Real Estate ข่าวดีทางออก ‘แอชตัน อโศก’ กฤษฎีกาเปิดทางออก ปูทาง รฟม. ไฟเขียวใช้ทางเข้า-ออก
จ่อเริ่ม ‘บ้านมั่นคงชายแดน’ พ.ย.นี้ 4 พันหลัง เริ่มอีสาน ก่อนลุยต่อภาคใต้
Politics จ่อเริ่ม ‘บ้านมั่นคงชายแดน’ พ.ย.นี้ 4 พันหลัง เริ่มอีสาน ก่อนลุยต่อภาคใต้
รมช.เกษตร โต้ปมของบประชาสัมพันธ์พืชสวนโลก เพิ่ม 200 ล้าน ยันคุ้มค่า
Politics รมช.เกษตร โต้ปมของบประชาสัมพันธ์พืชสวนโลก เพิ่ม 200 ล้าน ยันคุ้มค่า
เพื่อไทย เล็งส่ง ‘สรวงศ์’ ทวงคืนเก้าอี้ สส.สระแก้ว มั่นใจได้พื้นที่คืน
Politics เพื่อไทย เล็งส่ง ‘สรวงศ์’ ทวงคืนเก้าอี้ สส.สระแก้ว มั่นใจได้พื้นที่คืน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ปกรณ์ยังไม่เห็นคำร้อง ‘ทักษิณ’ ขอนิรโทษ ยันทุกอย่างทำตามกฎหมาย
Politics ปกรณ์ยังไม่เห็นคำร้อง ‘ทักษิณ’ ขอนิรโทษ ยันทุกอย่างทำตามกฎหมาย
หุ้นไทยวันนี้ลุ้นขึ้นต่อ รับแรงซื้อฟันด์โฟล์ว จับตางบ DELTA-ประชุม ครม.
Finance หุ้นไทยวันนี้ลุ้นขึ้นต่อ รับแรงซื้อฟันด์โฟล์ว จับตางบ DELTA-ประชุม ครม.
ปกรณ์ ชี้แก้ 4 ร่าง พ.ร.บ.ภาษีบาป ‘อนุทิน’ ต้องไฟเขียว​
Politics ปกรณ์ ชี้แก้ 4 ร่าง พ.ร.บ.ภาษีบาป ‘อนุทิน’ ต้องไฟเขียว​
ดูทั้งหมด

ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ รับมือเจรจาการค้ายุค 4IR

15 ม.ค. 2561 | 20:32น.

ความเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การเจรจาเพื่อการค้า การส่งออก จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้ทันโลกที่เปลี่ยนแปลง มีความทันสมัย และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล รวมถึงการเพิ่มความร่วมมือมากกว่าการเจรจาเปิดเสรีหรือไม่เปิดเสรี

ยึด 5 หลักเจรจาการค้ายุคดิจิทัล

ล่าสุด ทางสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ได้จัดบรรยายเรื่อง “4IR กับการเจรจาการค้ายุคใหม่” เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2561ได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญ และความท้าทายต่อการเจรจาการค้าของประเทศไทยกับประเทศคู่ค้าในต่างประเทศใน อนาคต โดยเฉพาะการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (4IR : 4 Industrial Revolution) ซึ่งจะรวมถึงเรื่องของเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงดิจิทัลที่จะเข้ามามีส่วนสำคัญยิ่ง

ดังนั้น ประเทศไทยต้องให้ความสนใจ เพราะจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และสามารถดึงประเทศนั้น ๆ เข้ามาลงทุน เข้ามาแบ่งปันทักษะด้านเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับไทย โดยผ่านการลงทุน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายหรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม การเจรจาการค้าจึงเป็นด่านสำคัญที่จะดึงนักลงทุนเข้ามา ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐที่ดูแลด้านการเจรจา จึงต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ เพื่อให้สอดคล้องกับหลายสิ่งที่ก้าวหน้าไปให้ทัน โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี

สิ่งสำคัญในการเจรจา คือ 1.ควรมุ่งเน้นการเจรจาเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศให้มากขึ้น (Collaboration) ดังเช่น นโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก คือ หุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ (strategic partnership) 2.บูรณาการเจรจาสินค้าและบริการให้มากขึ้น แทนที่จะเน้นการเจรจาเรื่องการลดภาษีรายสินค้าอย่างที่ผ่านมา 3.มุ่งเน้นการเจรจา เพื่อแสวงหาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศไทยอาทิ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการเคลื่อนย้ายบุคลากร เพราะอนาคตการออกไปเจรจาแต่ละประเทศ ต้องพิจารณาแล้วว่าประเทศคู่ค้านั้น ๆ มีเทคโนโลยีอะไร นวัตกรรมอะไรดี และสามารถนำบุคลากร เทคโนโลยีเหล่านั้นเข้ามาพัฒนาประเทศไทยหรือถ่ายทอดความรู้ใดให้ไทยได้ 4.การเจรจาเพื่อการเติบโตอย่างทั่วถึง (inclusive negotiation) เพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยไม่ลืมประเด็นทางสังคม และเพิ่มการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และ 5.การจัดหารหัสสินค้าที่รองรับสินค้า บริการใหม่ ๆ ด้วย

นอกจากในยุค ดิจิทัลการเจรจาเพื่อสนับสนุนการค้าออนไลน์และการเคลื่อนย้ายข้อมูลระหว่าง ประเทศ ควรให้ความสำคัญ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการค้า ควบคู่กับการคุ้มครองผู้บริโภค คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และป้องกันปัญหาภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตด้วย

ท้ายที่สุด นักเจรจาการค้ารุ่นใหม่ต้องตื่นตัว หูตากว้างไกล ก้าวทันโลก ก้าวทันเทคโนโลยี รวมถึงสามารถประสานความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นด้วย และต่อยอดในสิ่งที่มี เพิ่มสร้างความเข้มแข็งให้กับการเจรจา และดึงเอาประโยชน์เข้าสู่ประเทศไทยให้ได้มากที่สุด

เน้นร่วมมือเทคโนฯ-นวัตกรรม

ขณะที่ นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวในหัวข้อ “ผลกระทบของเทคโนโลยีต่อการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ” ว่า ขณะนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปมาก มีการนำเทคโนโลยี สิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ เข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น ส่งผลให้การผลิต รวมถึงการค้า การบริการ การลงทุน ต้องปรับรูปแบบใหม่เพื่อรองรับโลกที่เปลี่ยนไป หากประเทศไทย ก้าวตามไม่ทันและปรับรูปแบบการเจรจาการค้าใหม่ จะเกิดผลกระทบต่อไทยได้ จะเห็นว่าได้มีการผลิต รถอัจฉริยะ ตู้เย็นอัจฉริยะ เครื่องพรินต์ที่สามารถทำอวัยวะเทียมได้ และกำลังศึกษาเพิ่มเติมเพื่อนำมาใช้กับร่างกายมนุษย์ได้จริง และมีการพัฒนาวัตถุดิบที่แข็งกว่าเหล็ก ทำให้เหล็กหมดความสำคัญ สิ่งเหล่านี้ได้ถูกพัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยี และนวัตกรรมสร้างขึ้นมา และเริ่มออกมาสู่สังคมจริง ๆ แล้ว

นอกจากนี้ กำลังสร้างบิ๊กดาต้าขนาดใหญ่ ที่เข้าใจผู้บริโภคจากการค้าขายออนไลน์ที่กำลังขยายตัวด้วย มีฟินเทค ที่จะพลิกโฉมระบบการเงิน มีบล็อกเชน ที่เป็นระบบอินเทอร์เน็ตสมัยใหม่ ที่จะทำให้การทำธุรกรรมบนโลกออนไลน์มีความปลอดภัยมากขึ้น และคนกลาง เช่นธนาคารจะถูกลดความสำคัญลง การมีเทคโนโลยีไบโอโลจิคอลจะพลิกโฉมการเพาะปลูกสินค้าเกษตร หลาย ๆ ประเทศเริ่มนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ เพื่อเพิ่มผลผลิต เช่น จีน อินเดีย และจะส่งผลกระทบต่อประเทศที่ผลิตสินค้าเกษตร เช่น ไทย ที่ยังใช้ระบบดั้งเดิมในการผลิต ซึ่งล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจหรือบริการที่เกี่ยวข้องในอนาคตทั้งสิ้น

โดยหน่วยงานด้านการเจรจาอย่างกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญ อาจจะต้องนำประเด็นเกี่ยวข้องเหล่านี้ไปคิด และปรับโฉมรูปแบบการเจรจาให้ทันสมัย ก้าวทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป เพราะจะยึดรูปแบบการเจรจาแบบเดิมที่เน้นการเปิดเสรีการค้าสินค้า การค้าบริการและการลงทุนไม่ได้

การเจรจาจะต้องเน้นการเพิ่มความร่วม มือกับประเทศที่มีเทคโนโลยี มีนวัตกรรม เน้นการเจรจาเป็นรายคลัสเตอร์ที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่การค้าสินค้า บริการ การลงทุน และนวัตกรรม ก่อนการเจรจา ผู้เจรจาต้องรู้นโยบายของประเทศกำลังมุ่งไปทางไหน ตอนนี้ไทยมีนโยบายไทยแลนด์ 4.0 มุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ และส่งเสริมผลักดันการลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) การไปเจรจากับประเทศคู่ค้าต้องดูปัจจัยภายในประเทศนั้น ๆ ประกอบด้วยกลุ่มเป้าหมายเป็นใคร และหาทางเจรจาเพื่อเพิ่มความร่วมมือกับเป้าหมายให้ได้ จะมาเจรจาเปิดสินค้า บริการ ปิดห้ามสินค้าหรือบริการนั้น ไม่ได้อีกแล้ว !

ส่วนภายใน ประเทศต้องให้ความสำคัญ โดยยกระดับการให้บริการ ลดขั้นตอนเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ โดยนำระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วย โดยเฉพาะการลดขั้นตอนการออกใบรับรองนิติบุคคล โดยนำเทคโนโลยี blockchain มาใช้ตรวจสอบ และมีความปลอดภัยสูงด้วย การขอใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า การขอจดทะเบียนคุ้มครองงานด้านทรัพย์สินทางปัญญา หรือผลงาน ลิขสิทธิ์ต่าง ๆ เป็นต้น อย่างไรก็ดี ไม่เฉพาะงานด้านเจรจาแต่งานภายในประเทศก็เป็นสิ่งที่เราจะต้องก้าวทัน เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปด้วย

เร่งรัฐวางระบบกันข้อมูลรั่วไหล

นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย หรือสภาผู้ส่งออก ยังเคยได้กล่าวถึงการนำระบบอินเทอร์เน็ต อิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัล เข้ามามีส่วนสำคัญ ด้านการค้า การส่งออก พร้อมทั้งนำระบบไอที เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างผู้นำเข้า ผู้ส่งออก เพื่อให้ขั้นตอนการทำงานง่ายและสะดวกมากขึ้น และสิ่งที่น่าสนใจ คือ ระบบป้องกันไอที เพื่อไม่ให้ข้อมูลรั่วไหล เสียหาย และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อ ผู้ขายด้วย

ทั้งนี้ ระบบความปลอดภัยต่างๆ เหล่านี้ถือเป็นสิ่งสำคัญและสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งไทยพร้อมแล้วหรือยัง