เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
Columns วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
Biz Movement เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
Real Estate ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
Real Estate ‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
‘แบงก์กรุงเทพ’ อัด 6.3 พันล้าน หนุนบิ๊กดีล ‘แสนสิริ’ ซื้อโรงแรมหรู
Real Estate ‘แบงก์กรุงเทพ’ อัด 6.3 พันล้าน หนุนบิ๊กดีล ‘แสนสิริ’ ซื้อโรงแรมหรู
ศุภจี ขอผู้ส่งออกชะลอ 30-50 % ช่วง 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้สินค้าในประเทศทั่วถึง
Economic ศุภจี ขอผู้ส่งออกชะลอ 30-50 % ช่วง 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้สินค้าในประเทศทั่วถึง
ผ่างบ 3.9 พันล้าน กรมอุตุฯ ยกเครื่องเทคโนโลยี รับโลกแปรปรวน
Tech ผ่างบ 3.9 พันล้าน กรมอุตุฯ ยกเครื่องเทคโนโลยี รับโลกแปรปรวน
ลุ่มเจ้าพระยาน้ำลดลง เชื่อ 4 จว.ท้ายน้ำ ไม่กระทบมาก ‘กทม.’ ยื่นเยียวยาแล้ว 3.5 หมื่นราย 
Politics ลุ่มเจ้าพระยาน้ำลดลง เชื่อ 4 จว.ท้ายน้ำ ไม่กระทบมาก ‘กทม.’ ยื่นเยียวยาแล้ว 3.5 หมื่นราย 
‘ชาย’ ยันไร้ทุจริต-ตรวจสอบได้ บอกตัวเองฐานะการเงินด้อยสุดของ DD การบินไทย
Business ‘ชาย’ ยันไร้ทุจริต-ตรวจสอบได้ บอกตัวเองฐานะการเงินด้อยสุดของ DD การบินไทย
อุตสาหกรรมไม้ยางพาราชะงัก วัตถุดิบลด โรงงานแปรรูปใต้จ่อย้ายฐาน
Economic อุตสาหกรรมไม้ยางพาราชะงัก วัตถุดิบลด โรงงานแปรรูปใต้จ่อย้ายฐาน
ดูทั้งหมด

สามก๊กมือถือ

21 ส.ค. 2565 | 06:48น.
มือถือ
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : ดิษนีย์ นาคเจริญ

หลายฝ่ายกำลังจับตาดีลควบรวมกิจการระหว่าง “ทรูและดีแทค” พ่วงด้วยดีล “เอไอเอส กับ 3BB” ตาไม่กะพริบ และอยากรู้ว่า “กสทช.” จะตัดสินใจทั้งสองกรณีนี้อย่างไร

แม้ทั้งทรูและดีแทคจะมองว่าเป็นการแจ้งให้รับทราบตามข้อกำหนดใน กม. ไม่ใช่การขออนุญาต หาก กสทช.เกรงว่าจะมีผลกระทบกับผู้บริโภค ก็สามารถกำหนดเงื่อนไขให้ทั้งคู่ปฏิบัติตามได้ แต่ไม่ใช่การระงับยับยั้งดีล

ก็ว่ากันไป

ในฟากตัวแทนภาคประชาชน (และเอไอเอส) มีความกังวลว่า ถ้าปล่อยให้มีการควบรวมกันได้จะทำให้เกิดการผูกขาดตลาดและลดการแข่งขัน เมื่อผู้เล่นลดจาก 3

เหลือเพียง 2 ทางเลือกของผู้บริโภคก็จะน้อยลงตามไปด้วย และอาจเสียประโยชน์จากค่าบริการที่มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น

ขณะที่ดีแทคและทรูแย้งว่า เรื่อง “ราคา” อยู่ในการกำกับดูแลของ “กสทช.” อยู่แล้ว จึงไม่ใช่ประเด็นที่น่ากังวล

หากแต่ถ้าไม่ให้ดีลนี้เกิดขึ้นต่างหากที่น่ากังวล

แม่ทัพ ซี.พี. และเทเลนอร์กรุ๊ป ถึงกับยอมรับว่าสถานะทางการเงินอันเกี่ยวเนื่องกับขีดความสามารถในการแข่งขันของทั้งคู่ต่างตกอยู่ในสถานะที่เรียกได้ว่า “อ่อนแอ” กว่าคู่แข่งอีกราย

โดยบอกว่า “การควบรวมทำให้ 3 บริษัทเหลือ 2 บริษัทก็จริง แต่จะเป็น 2 บริษัทที่แข็งแรง พร้อมที่จะแข่งขันนำเสนอบริการเพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภค ย่อมดีกว่าการมี 2 บริษัทที่อ่อนแอ กับอีกหนึ่งบริษัทที่แข็งแรง”

“กสทช.” ในฐานะองค์กรกำกับดูแลผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาต ย่อมไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบที่จะเกิดขึ้นตามมาไปได้

ไม่ว่าดีลนี้จะมีข้อสรุปอย่างไร ย่อมมีผลกระทบในทางใดทางหนึ่ง หรือหลายทางอย่างแน่นอน

บริการมือถือเริ่มเปิดให้บริการในบ้านเราเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว ในช่วงสิบปีแรก ยังมีแค่ 2 รายหลัก คือเอไอเอสและแทค (ปัจจุบันคือดีแทค) เรียกว่าเป็นยุค 1G ก็น่าจะได้ ผู้ใช้บริการก็ยังมีไม่มาก เพราะเครื่องยังมีราคาสูงมาก แม้ไม่ถึงหลักแสน แต่ก็ยังแพงระดับหลายหมื่นบาท

เช่นกันกับค่าบริการที่ยังคิดเป็นรายนาทีตามพื้นที่ ตั้งแต่นาทีละ 3 บาท 8 บาท และ 12 บาท

แต่ถึงจะอย่างนั้น การแข่งขันระหว่าง “เอไอเอสและแทค” ก็ดุเดือดมาก ชนิดตาต่อตาฟันต่อฟัน

เจ้าหนึ่งมีโปรโมชั่นอะไรออกมา หรือแม้แต่จัดแถลงข่าว อีกเจ้าจะตอบโต้กลับในทันที ไม่มีใครยอมใคร ตั้งแต่การคิดสารพัดโปรโมชั่น การแย่งชิงพื้นที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ ไปจนถึงการช่วงชิงช่องทางการจัดจำหน่าย

ผู้บริหารของทั้งสองบริษัทมักงัดข้อมูลทั้งในแง่มุมการตลาดและด้านเทคโนโลยีมาเกทับบลัฟแหลกกันตลอดเวลา

ถึงอย่างนั้น ราคาเครื่องก็ลดลงอย่างช้า ๆ เช่นกันกับอัตราค่าบริการ กระทั่งดีแทคตัดสินใจปลดล็อกอีมี่ หรือรหัสประจำเครื่อง ซึ่งเท่ากับเปิดเสรีการนำเครื่องโดยอัตโนมัติ

เมื่อเครื่องไม่ได้ผูกติดอยู่กับแค่ผู้ให้บริการอีกต่อไป “ราคา” เครื่องก็ถูกลงอย่างรวดเร็ว เพราะมีทางเลือกมากขึ้น

ในแง่ค่าโทร. เริ่มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อมีคู่แข่งหน้าใหม่รายที่สามเข้าสู่ตลาด ซึ่งก็คือ “ออเร้นจ์” โดยทีเอ ออเร้นจ์ (บริษัทร่วมทุนระหว่างทีเอ-ชื่อเดิมของทรู กับออเร้นจ์ จากอังกฤษ)

จำได้ว่าเริ่มเห็นค่าโทร.นาทีละ 25 สตางค์ ก็ในช่วงนั้น

ใน 20 ปีหลัง ตลาดมีผู้เล่นหลัก 3 รายที่ต่างขับเคี่ยวแข่งขันกันแบบไม่มีใครยอมใครเช่นเดิม

ปัจจุบันตลาดมือถืออยู่ในสภาวะอิ่มตัว หากเทียบจำนวนเลขหมายกับประชากรในประเทศทะลุ 100% มาหลายปีแล้ว

ในแง่ผลประกอบการ “เอไอเอส” และ “ดีแทค” ยังสามารถทำกำไรได้ดี โดย เอไอเอส ณ ไตรมาส 2/2565 มีกำไรกว่า 6,000 ล้านบาท ขณะที่ดีแทคมีกำไรพันกว่าล้าน

ต่างจาก “ทรู” ที่จะว่าไปแทบไม่เคยสัมผัสคำว่า “กำไร”

ถ้า “ดีแทคและทรู” ควบรวมกันได้สำเร็จ แน่นอนว่าทั้งคู่จะเข้มแข็งขึ้นมากอย่างแน่นอน

แต่ “ผู้บริโภค” จะได้หรือเสียมากกว่ากัน “กสทช.” ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน และทำหน้าที่ในฐานะผู้กำกับการประกอบกิจการภายใต้ใบอนุญาตให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติและประชาชน