ปลัดเกษตรฯ ดันความมั่นคงด้านอาหาร ในฐานะ ครัวไทยสู่ครัวโลก เวทีเอเปค พร้อมปรับตัวฟื้นฟูเศรษฐกิจยุคหลังโควิด-19 วางวิชั่น “OPEN, CONNECT, BALANCE” หรือ “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล” และแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว Bio-Circular-Green Economy หรือ BCG Model
วันที่ 29 สิงหาคม 2565 นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับเกียรติในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม รัฐมนตรีความมั่นคงอาหารเอเปค ครั้งที่ 7 (The Seventh APEC Virtual Food Security Ministerial Meeting) ร่วมกับสมาชิกเอเปค 21 เขตเศรษฐกิจ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานเปิดการประชุม เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2565 ที่โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
โดยความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปค เป็นการรวมตัวระหว่างเขตเศรษฐกิจในภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิก เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในภูมิภาค ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2532 ณ กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย
ปัจจุบันมีสมาชิกรวม 21 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน ฮ่องกง นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ไทย จีนไทเป ชิลี เม็กซิโก ปาปัวนิวกินี เปรู รัสเซีย และเวียดนาม ซึ่งเอเปคมีประชากรรวมกว่า 2,900 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 3 ของโลก มีผลิตภัณฑ์มวลรวม หรือ GDP รวมกันมากกว่า 1,700 ล้านล้านบาท เกินครึ่งของ GDP โลก

“การเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปคของไทยในครั้งนี้ ไทยให้ความสําคัญกับการปรับตัวและฟื้นฟูเศรษฐกิจใน ยุคหลังโควิด-19 และพร้อมผลักดันประเด็นหลักที่จะช่วยสนับสนุนโยบายความมั่นคงด้านอาหาร ในฐานะ ครัวไทยสู่ครัวโลก โดยหัวข้อหลักของการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทย คือ ‘OPEN, CONNECT, BALANCE’ หรือ ‘เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล’ และแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว Bio-Circular-Green Economy หรือ BCG Model” นายทองเปลวกล่าว
นอกจากนี้ ในฐานะเจ้าภาพการประชุม ไทยได้ออกแถลงการณ์แสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นในการส่งเสริมความมั่นคงอาหารในภูมิภาค โดยในแถลงการณ์ได้ผลักดันนโยบายสําคัญ 5 ด้าน ประกอบด้วย 1) การสนับสนุนความปลอดภัยอาหารและการอํานวยความสะดวกทางการค้า 2) การปรับปรุงการดํารงชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดี
3) การส่งเสริมความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ 4) การส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยีในภาคเกษตรอาหาร และ 5) การสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
การประชุมระดับรัฐมนตรีความมั่นคงอาหาร นับเป็นกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคที่เข้มแข็ง และสามารถมีส่วนร่วมสนับสนุนความมั่นคงอาหารให้กับประชาคมโลก ในฐานะผู้ผลิตและผู้ส่งออกอาหาร และสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลก