ราคาน้ำมันดิบ (16 ก.ย. 65) ปรับลด เศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มเสี่ยงจะถดถอย
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังสหรัฐเลี่ยงการประท้วงหยุดงานของพนักงานรถไฟได้ ขณะที่เศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มเสี่ยงจะถดถอย
วันที่ 16 กันยายน 2565 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับลดลงหลังประธานาธิบดี โจ ไบเดน เจรจาข้อตกลงเบื้องต้นกับพนักงานการรถไฟเพื่อหลีกเลี่ยงการหยุดดำเนินการขนส่งอาหารและพลังงานต่าง ๆ และการประท้วงที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ (16 ก.ย. 65) เพื่อเรียกร้องให้มีการขึ้นค่าแรงและปรับปรุงสวัสดิการแรงงานได้
ซึ่งหากมีการประท้วงและหยุดส่งสินค้าจริง อาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเสียหายมากถึง 2 พันล้านเหรียญต่อวัน อย่างไรก็ดี กลุ่มแรงงานการรถไฟยอมที่จะไม่จัดการประท้วงในวันนี้ แต่ยังคงต้องพิจารณาหารือรายละเอียดของข้อเสนอต่าง ๆ ต่อไป
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 15 ก.ย. 2565 อยู่ที่ 85.10 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -3.38 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 90.84 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -3.26 เหรียญสหรัฐ
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มองว่าเศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงด้านลบในไตรมาส 3/65 นี้ และคาดว่าบางประเทศอาจเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปี 2566 เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัญหาห่วงโซ่อุปทาน การใช้มาตรการทางการเงินที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงปัญหาด้านอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในจีน ในขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อแรงซื้อในตลาดน้ำมันเช่นกัน
สำนักงานพลังงานสากล (IEA) คาดว่าอุปสงค์น้ำมันโลกยังมีความเสี่ยงที่จะถูกกดดันต่อเนื่องในไตรมาส 4 ปีนี้ จากความกังวลด้านเศรษฐกิจโลก ขณะที่ตลาดคาดยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ต้องจับตามองว่าส่งผลต่อราคาน้ำมัน ได้แก่ ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐที่ทยอยปรับเพิ่มขึ้น และความพยายามในการใช้มาตรการจำกัดราคาขายพลังงานของรัสเซีย (price cap) เป็นต้น
ราคาน้ำมันเบนซิน
ปรับตัวลดลงสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังตลาดกังวลอุปทานที่เพิ่มขึ้นหากจีนเพิ่มโควตาการส่งออก อย่างไรก็ตาม สต๊อกน้ำมันเบนซินในสหรัฐและสิงคโปร์ในสัปดาห์ล่าสุดที่ยังคงปรับลดลงต่อเนื่อง
ราคาน้ำมันดีเซล
ปรับตัวลดลงสวนทางราคาน้ำมันดูไบ จากข่าวลือเรื่องการประกาศโควตาการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปของจีนเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม อุปทานในภูมิภาคเอเชียยังปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
