เฉลิมชัยสั่งกรมชลฯ เร่งระบายน้ำท่วมคลองประเวศ ลดระดับน้ำลาดกระบัง-กทม.
“เฉลิมชัย” ลงพื้นที่ตรวจประตูระบายน้ำ จ.ฉะเชิงเทรา สั่งกรมชลฯ เร่งระบายน้ำท่วมขัง คลองประเวศบุรีรมย์ เพื่อลดระดับน้ำในพื้นที่ลาดกระบัง-กทม. คาดการณ์หากไม่มีฝนลงมาเพิ่มเติม สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 2-3 วัน พร้อมเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลอ่าวไทย
วันที่ 16 กันยายน 2565 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง จ.ฉะเชิงเทรา ว่ากรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการระบายน้ำออกทางคลองแนวขวางทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก ผ่านสถานีสูบน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำนครนายก และแม่น้ำบางปะกง
ประกอบด้วย คลองรังสิตประยูรศักดิ์ ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต และระบายน้ำลงสู่แม่น้ำนครนายก ผ่านสถานีสูบน้ำเสาวภาผ่องศรี, คลองหกวาสายล่าง ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกง ผ่านสถานีสูบน้ำสมบูรณ์, คลองบางขนาก ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกง ผ่านสถานีสูบน้ำบางขนาก,
คลองนครเนื่องเขต ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกง ผ่านสถานีสูบน้ำท่าไข่, คลองประเวศน์บุรีรมย์ ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกง ผ่านสถานีสูบน้ำท่าถั่ว และคลองสำโรง ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกง ผ่านสถานีสูบน้ำท่าปากตะคลอง นอกจากนี้ ยังได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม เสริมศักยภาพการระบายน้ำ ซึ่งปัจจุบันสามารถระบายน้ำได้รวมกันประมาณวันละ 63 ล้าน ลบ.ม.

“จากปริมาณฝนที่ตกลงมาจำนวน ทำให้เกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่งในคลองประเวศบุรีรมย์ ส่งผลให้พื้นที่ลาดกระบังเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง กรมชลประทานจึงต้องเร่งระบายน้ำจากคลองประเวศบุรีรมย์ เพื่อลดระดับน้ำในพื้นที่ลาดกระบัง โดยได้มีการเพิ่มเครื่องสูบน้ำอีก 8 ตัว บริเวณสถานีสูบน้ำท่าถั่ว รวมกับของเดิมเป็น 14 ตัว สามารถระบายน้ำได้ประมาณ 6 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน คาดการณ์ว่าหากไม่มีฝนลงมาเพิ่มเติม สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 2-3 วัน
โดยได้สั่งการให้กรมชลประทานเตรียมพร้อมทั้งในส่วนของเครื่องจักร เครื่องมือ และบุคลากร ให้พร้อมรับมือสถานการณ์ตลอดตลอด 24 ชั่วโมง และเน้นย้ำให้บริหารจัดการน้ำให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนทุกกลุ่มน้อยที่สุด”
นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ส่วนการบริหารจัดการน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ ซึ่งเป็นคลองหลักที่ใช้ระบายน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยกรมชลประทาน ได้สูบระบายน้ำในคลองประเวศฯ ออกทางสถานีสูบน้ำประเวศบุรีรมย์ ลงสู่คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต ก่อนจะสูบระบายออกทางแม่น้ำบางปะกง ผ่านทางสถานีสูบน้ำท่าถั่ว
และได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำท่าถั่วเพิ่มเติมอีก 8 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่โดยเร็ว และยังได้มีการขุดลอกตะกอนดินบริเวณด้านเหนือของสถานีสูบน้ำท่าถั่วให้กว้างและลึกขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณน้ำได้มากขึ้น
พร้อมกับติดตั้งบาน Bulkhead Gate ที่ประตูน้ำ เพื่อเสริมความแข็งแรงอีกชั้นหนึ่ง เตรียมรองรับปริมาณน้ำที่จะไหลลงมาสมทบอีกในระยะต่อไป ทั้งนี้ การเร่งระบายน้ำดังกล่าว จะทำให้ระดับน้ำในคลองประเวศฯ บริเวณที่ไหลผ่านเขตลาดกระบังลดต่ำลง ซึ่งจะทำให้น้ำที่ท่วมขังอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำเขตลาดกระบังและพื้นที่ใกล้เคียง ไหลลงสู่คลองประเวศฯได้สะดวกมากขึ้น ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาว กทม. ฝั่งตะวันออก ที่กำลังประสบกับปัญหาน้ำท่วมขังอยู่ในขณะนี้ และคาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ววันนี้

ส่วนในระยะยาว กรมชลประทานได้วางแผนดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำสถานีสูบน้ำท่าถั่ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง หากแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำจากพื้นที่ออกสู่แม่น้ำบางปะกงให้เร็วขึ้นอีกด้วย
นอกจากนี้ กรมชลประทานยังใช้คลองแนวตั้งฝั่งตะวันออกของลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อแบ่งรับน้ำจากทางตอนบนของกรุงเทพมหานคร ระบายน้ำผ่านคลองพระองค์ไชยานุชิต ก่อนจะใช้สถานีสูบน้ำที่ตั้งอยู่ริมคลองชายทะเล ได้แก่ สถานีสูบน้ำตำหรุ สถานีสูบน้ำบางปลาร้า สถานีสูบน้ำบางปลา สถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ สถานีสูบน้ำเจริญราษฎร์ สถานีสูบน้ำคลองด่าน 2 สถานีสูบน้ำชลหารพิจิตร 1, 2, 3 สถานีสูบน้ำนางหงษ์ สถานีสูบน้ำพระยาวิสูตร และสถานีสูบน้ำเทพรังสรรค์ เร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลอ่าวไทยต่อไป