Skip to content

แผนรุกเชิงลึกดันส่งออก 530 กิจกรรม Soft Power ช่วย

17 ก.ย. 2565 | 16:24น.
แผนรุกเชิงลึกดันส่งออก 530 กิจกรรม Soft Power ช่วย

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ประชุมสรุปแผนผลักดันการส่งออกเชิงรุกและเชิงลึกครึ่งปีหลัง 2565 ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) 42 ประเทศ 58 สำนักงาน

เพื่อปรับแผนงานในการผลักดันการส่งออก จากคาดการณ์ตัวเลขเป้าหมายส่งออกตลอดทั้งปี 2565 จะขยายตัวร้อยละ 4 หรือมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 9 ล้านล้านบาท ในขณะที่การส่งออกครึ่งปีแรก (มกราคม-กรกฎาคม 2565) ทำไปได้ 5.774 ล้านล้านบาท หรือขยายตัว 11.5%

ปัจจัยสำคัญที่ต้องมีการปรับแผนการส่งออก จะหนีไม่พ้นเรื่องของเศรษฐกิจชะลอตัวลง จากการแพร่ระบาดของโควิด-19, สงครามการค้า, สงครามรัสเซีย-ยูเครน, ปัญหาจีน-ไต้หวัน, แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้น, ความผันผวนของค่าเงินและการขนส่งสินค้ายังมีปัญหา

ดังนั้น ที่ประชุมจึงได้ “เพิ่ม” กิจกรรมในการส่งเสริมการส่งออกในปี 2565 เดิม 185 กิจกรรม ปรับแผนใหม่เป็น 530 กิจกรรม หรือมีกิจกรรมใหม่เพิ่มขึ้นอีก 345 กิจกรรม ในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อทำให้การส่งออกครึ่งปีหลังเพิ่มขึ้นกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้

ไม่ว่าจะเป็น เร่งรัด Mini FTA การส่งเสริมการค้าระบบออนไลน์ การจับคู่เจรจาธุรกิจ การนำ “ซอฟต์พาวเวอร์” ใส่ในสินค้าและบริการของไทย การให้ความสำคัญกับ BCG การเร่งรัดการเดินหน้าตามนโยบาย รักษาตลาดเดิม เพิ่มตลาดใหม่และฟื้นตลาดเก่า

นอกจากนี้ จะดำเนินการ “เจาะตลาดเมืองรอง” ให้มากขึ้น มีเป้าหมาย 36 ประเทศ 105 เมือง โดยแผนเชิงรุกและเชิงลึกใหม่คาดว่าจะสามารถเพิ่มมูลค่าการส่งออกให้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท หรือขยายตัว 0.2%

ตะวันออกกลางขยายตัวดี

นายปณต บุณยะโหตระ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กล่าวถึงกลุ่มตลาดตะวันออกกลางและแอฟริกา ครึ่งปีแรก 2565 ว่า การส่งออกยังขยายตัวดีและเพื่อให้การส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังขยายตัวได้เพิ่มขึ้น ทางสำนักงานได้กำหนดกิจกรรมในการส่งเสริมการส่งออกรวมทั้งสิ้น 39 กิจกรรม

แบ่งเป็นเชิงรุก 26 กิจกรรม เชิงลึก 13 กิจกรรม โดยกิจกรรมทั้งหมดที่จะผลักดันให้เกิดมูลค่าการส่งออก เช่น การจัดทำ Mini FTA ในรัฐตอนเหนือไนจีเรีย BUSA แอฟริกาใต้ โมซัมบิก, การผลักดันการจัดทำข้อตกลงเสรีเขตการค้า (FTA), การตั้งคณะกรรมการร่วมทางการค้า (JTC), การส่งเสริม Soft Power สินค้า-บริการไทย, การจัดแสดงสินค้า การเจาะตลาดใหม่-เมืองรอง มีเป้าหมายที่จะเพิ่มมูลค่าการส่งออกให้เพิ่มขึ้น 8,509 ล้านบาท

ตาราง ผลักดันการส่งอออก

ส่วนตลาดในกลุ่มอเมริกาเหนือและละตินอเมริกานั้น นางสาวเกษสุรีย์ วิจารณกรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก กล่าวว่า ยังต้องมีการจับตาเศรษฐกิจ

โดยเฉพาะ “ตลาดสหรัฐ” เนื่องจากประสบปัญหาเงินเฟ้อสูงขึ้น สภาวะเศรษฐกิจถดถอย “แต่ไม่ใช่ทุกกลุ่มธุรกิจ” เนื่องจากบางธุรกิจยังมีแนวโน้มเติบโตได้ สิ่งสำคัญก็คือ ต้องดูทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะดำเนินการอย่างไร แต่ก็ยังมีปัจจัยบวกในเรื่องของราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง

ทาง สคต.ได้วางกิจกรรมไว้ทั้งสิ้น 36 กิจกรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกให้ขยายตัวอยู่ที่ 2,864 ล้านบาท อาทิ การจับคู่เจรจาธุรกิจกับผู้นำเข้า 129 บริษัท 264 คู่เจรจา การผลักดัน Soft Power การเจาะตลาดเมืองรอง เช่น 9 รัฐในอเมริกาเหนือ 2 เมืองในละตินอเมริกา และ 4 ประเทศในแคริบเบียน การส่งเสริมในการสร้างแบรนด์ไทย โดยเชื่อว่าจะช่วยให้การผลักดันการส่งออกครึ่งปีหลังขยายตัวได้ตามเป้าหมาย

อินเดีย ศก.ฟื้นตัว

นางสาวสุพัตรา แสวงศรี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ มุมไบ ประเทศอินเดีย กล่าวถึงตลาดในภูมิภาคเอเชียใต้ อ้างอิงการคาดการณ์ของ World Bank ว่า GDP เอเชียใต้ ในปีนี้จะขยายตัวที่ 6.6%

โดยการส่งออกจากไทยไปเอเชียใต้ในช่วงครึ่งปีแรกมีมูลค่า 242,086 ล้านบาท หรือขยายตัว 48.38% โดยเฉพาะ “ตลาดอินเดีย” ขยายตัวถึง 60.31% เพราะ เศรษฐกิจอินเดียกำลังฟื้นตัว ขณะที่ ADB คาดการณ์ว่า ในปีนี้ GDP เอเชียใต้จะขยายตัวที่ 7.5% และในปีถัดไป (2022-2023) จะขยายตัวที่ 8.0%

ซึ่งชี้ให้เห็นว่า “เศรษฐกิจอินเดียจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง การพัฒนา smart city 100 เมืองทั่วประเทศก็กำลังจะแล้วเสร็จในปลายปีหน้า คาดว่ากำลังการบริโภคของอินเดียจะยังคงขยายตัวได้อีกมาก” น.ส.สุพัตรากล่าว

ดังนั้น สคต.ทั้ง 4 แห่งในเอเชียใต้จึงได้ร่วมกันทำแผนเชิงรุกและเชิงลึกในครึ่งปีหลัง อาทิ การจัดทำ Mini FTA กับรัฐเป้าหมายประกอบด้วย รัฐกรณาฏกะ, รัฐเกรละ, รัฐคุชราต, รัฐอัสสัม และ รัฐมหาราษฏระ การทำ Soft Power รวม 6 กิจกรรม เช่น ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ประเทศและสินค้าไทย การส่งเสริมร้านอาหาร Thai SELECT

โดยการเพิ่มจำนวนร้านอาหาร Thai SELECT และ ร่วมกับร้านอาหาร Thai SELECT จัดทำเมนูพิเศษโปรโมตเป็นช่วง ๆ นำสินค้าไทยและศิลปวัฒนธรรมไทยจัดแสดงในงานต่าง ๆ ทั้งที่จัดเองและหน่วยงานภายนอกจัด เช่น งานครบรอบ 75 ปีความสัมพันธ์ไทย-อินเดีย รวมกิจกรรมที่จะดำเนินการทั้งสิ้น 18 กิจกรรม คาดว่าจะเพิ่มมูลค่าการส่งออกได้อีก 870 ล้านบาท

ตลาดยุโรป ศก.ชะลอตัว

นายประคัลร์ กอดำรงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร (UK) กล่าวว่า ตลาดยุโรปการขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงต้องจับตาเพราะมีการประเมินว่าในช่วงไตรมาส 4 เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัว แต่อย่างไรก็ดี ทาง สคต.ก็ยังดำเนินการผลักดันการส่งเสริมการส่งออกไว้ 64 กิจกรรม

เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกให้เพิ่มขึ้น 2,775 ล้านบาท โดยมีกิจกรรมสำคัญโดยเฉพาะการเจาะตลาดเมืองรอง 9 เมือง เช่น เมืองโบโลญญา, เมืองเจนัว, เมืองลูเวน, เมืองไลป์ซิก พร้อมกับการเจาะสินค้าและบริการของไทยเข้าไปให้มากขึ้น การส่งเสริม Soft Power ในอาหารไทย การจับคู่ธุรกิจการค้า

จีน-ฮ่องกง เดินหน้ามินิ FTA

สำหรับในกลุ่มตลาดจีนและฮ่องกง สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวว่า ได้เตรียมกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการส่งออกรวมไว้ 29 กิจกรรม เพื่อผลักดันมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 1,964 ล้านบาท

โดยจะมีทั้งการผลักดัน Mini FTA การส่งเสริมการค้าออนไลน์ การจัดกิจกรรม Top Thai Brands VTS การเจาะตลาดเมืองรอง

ส่วนในการส่งเสริมกลุ่มตลาดเอเชียตะวันออกและโอเชียเนีย เตรียมกิจกรรมไว้ทั้งสิ้น 61 กิจกรรม ผลักดันมูลค่าส่งออกอยู่ที่ 773.50 ล้านบาท โดยยังคงต่อยอดจัดทำ Mini FTA กับเมืองโคฟุ ญี่ปุ่น, เมืองปูซาน

และคยองกี ของเกาหลีใต้ ขยายตลาดเมืองรองและกลุ่มตลาดสุดท้ายอาเซียน จะจัดกิจกรรมในการส่งเสริมการส่งออกรวม 98 กิจกรรม เป้าหมายเพิ่มมูลค่าการส่งออก 634.50 ล้านบาท ซึ่งยังให้ความสำคัญในการเจาะตลาดเมืองรอง ส่งเสริมการค้าออนไลน์ การจัดทำ Mini FTA

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Soft Power การส่งออก