อาฮุย แผ่นดินใหญ่ : เรื่อง
ปฏิเสธไม่ได้ว่าแคดดี้เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำหรับเกมกอล์ฟที่แทบไม่มีใครให้ความสนใจมากนัก ก็แน่หละ ใครจะไปจับจ้องคนที่ทำหน้าที่แบกอุปกรณ์ของผู้แข่งขัน หรือสนว่าเขา/เธอจะแนะนำอะไรให้นักกอล์ฟที่จะตี จนกระทั่งเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น
เรื่องราวถูกหยิบยกมานำเสนอโดยซีเอ็นเอ็นที่เปิดซีรีส์บทบาทของแคดดี้หญิงเมื่อกลางเดือนมกราคม แฟนกอล์ฟฝั่งยุโรปเห็น คริส เพสลีย์ นักกอล์ฟชาวอังกฤษ คว้าแชมป์เซาท์แอฟริกัน โอเพ่น แชมเปี้ยนชิพ โดยมี เครี ภรรยาของนักกอล์ฟหนุ่มรับหน้าที่แคดดี้ชั่วคราว และเป็นการทำงานในสนามให้สามีเป็นครั้งแรกในชีวิต จากที่คนแบกกระเป๋าอุปกรณ์เดิมยังอยู่ระหว่างลาพักร้อนเพิ่มเติมต่อเนื่องจากช่วงปีใหม่
ไม่แน่ว่าเครีจะเป็นตัวนำโชคให้สามีของเธอก็เป็นได้ เพราะเธอยอมรับว่าไม่ได้รู้เรื่องกอล์ฟมากขนาดจะแนะนำการเล่นให้กับ คริส เพสลีย์ สิ่งที่เธอรู้จักมากกว่ากอล์ฟ คือ เครีรู้จักสามีของเธอมากกว่าต่างหาก สิ่งที่เธอทำขณะที่ช่วยสามีแบกอุปกรณ์คือ ดึงสติเพสลีย์ให้กลับมามีสมาธิในระดับปกติ โดยเฉพาะในช่วงที่ตึงเครียดในรอบสุดท้าย
เพสลีย์เล่าว่า ในช่วงที่สถานการณ์ค่อนข้างเครียด แต้มใกล้เคียงกัน โดยมีนักกอล์ฟเจ้าถิ่นไล่ตามหลัง และช่วงที่เพสลีย์เร่งตัวเองแบบไม่รู้ตัว ก็ได้ภรรยาที่คุ้นเคยกับกิริยาอาการลนลาน ทำอะไรเร็วกว่าปกติ มาช่วยเรียกสติคืนมา จนนักกอล์ฟวัย 31 คว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน ทัวร์ รายการแรกในชีวิต เคียงคู่กับภรรยา คว้าเงินรางวัล 192,000 ดอลลาร์สหรัฐ ไปครอง พร้อมขยับจากมืออันดับ 286 ของโลก ไปติดใน 150 อันดับแรกทันที โดยแชมป์ก่อนหน้านี้ของเพสลีย์ ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2012 ซึ่งเขาได้แชมป์อิงลิช ชาเลนจ์
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่วงการกอล์ฟเห็นแคดดี้หญิงประสบความสำเร็จร่วมกับนักกอล์ฟชาย แม้ที่ผ่านมาวงการกอล์ฟเป็นอีกหนึ่งวงการที่เคยมีปัญหาแบ่งแยกทางเพศอย่างรุนแรง สนามใหญ่ระดับโลกบางแห่งเคยอนุญาตให้ผู้ชายเป็นสมาชิกได้เท่านั้น และต้องมาเปลี่ยนระเบียบในช่วงหลายปีหลัง เมื่อโลกเริ่มเปิดกว้างทางเพศมากขึ้น
ก่อนหน้าเครี วงการกอล์ฟรู้จัก แฟนนีย์ ซูเนสเซ่น แคดดี้ชาวสวีดิช ที่ทำงานให้กับ นิค ฟาลโด ตำนานนักกอล์ฟอีกหนึ่งรายของวงการก้านเหล็ก ซึ่งผงาดคว้าแชมป์เมเจอร์ 4 รายการในยุค 90s ทำให้เธอเป็นแคดดี้หญิงคนแรกของวงการที่ร่วมงานกับแชมป์ระดับเมเจอร์ในยุคที่กอล์ฟยังเป็นโลกของเพศชาย
อาจเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ก็ได้ที่ซูเนสเซ่น ก็ไม่ได้ตั้งใจให้อาชีพแคดดี้ของตัวเองก้าวขึ้นไปโลดแล่นในระดับสูงอย่างยาวนานกว่า 20 ปี จุดเริ่มต้นของเธอมีส่วนคล้ายกับ
เครี ภรรยาของคริส เพสลีย์ อยู่บ้างตรงที่ซูเนสเซ่น เข้าสู่วงการแบบจริงจังด้วยความตั้งใจแค่ทำงานไม่กี่เดือน เพื่อเดินทางไปเปิดหูเปิดตาในยุโรปเท่านั้น
ปี 1989 คือปีที่ นิค ฟาลโด มือกอล์ฟระดับพระกาฬ ณ ยุคนั้น หาแคดดี้คู่กายที่มีลักษณะนิสัยมุ่งมั่นใกล้เคียงกับตัวเอง ซูเนสเซ่นเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้โอกาสนี้
ไม่นานนัก แฟนนีย์ได้โอกาสไปสัมผัสสนามในตำนานอย่างออกัสต้า ซึ่งใช้แข่งรายการเดอะ มาสเตอร์ส โดยซูเนสเซ่นได้แบกอุปกรณ์ให้ นิค ฟาลโด แชมป์เก่า และปีนั้น ฟาลโดก็ชนะเพลย์ออฟ คว้าแชมป์เมเจอร์รายการที่ 2 ได้สำเร็จ
รายการในปี 1990 คืออีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของวงการกอล์ฟที่เห็นแคดดี้หญิงสัมผัสแชมป์เมเจอร์เป็นครั้งแรก
หลังจากนั้น ซูเนสเซ่นมีส่วนในแชมป์เมเจอร์ของฟาลโดหลายครั้ง ตั้งแต่ดิ โอเพ่น ในปีเดียวกัน และปี 1992
ขณะที่ความทรงจำยอดเยี่ยมที่สุดของซูเนสเซ่น ก็ไม่แพ้ประสบการณ์ของเครี ที่ต้องลุ้นให้สามีไล่แซงนักกอล์ฟที่นำในรอบสุดท้าย ซูเนสเซ่นแบกถุงไม้ให้ฟาลโด ในรายการเดอะ มาสเตอร์ส ปี 1996 ซึ่งฟาลโดตามหลัง เกร็ก นอร์แมน 6 ชอต แต่กลับมาแซงชนะได้เป็นแชมป์เหลือเชื่ออีกครั้งในหน้าประวัติศาสตร์กอล์ฟระดับเมเจอร์
นอกจากทำงานกับ ฟาลโด ซูเนสเซ่น ยังเคยทำงานให้ เซร์คิโอ การ์เซีย นักกอล์ฟสเปน และ เฮนริก สเตนเซ่น เพื่อนร่วมชาติที่ได้แชมป์เพลเยอร์ แชมเปี้ยนชิพ เมื่อปี 2009 ก่อนจะอำลาอาชีพแคดดี้เมื่อปี 2012 นอกจากเธอจะทำรายได้รวมมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แฟนนีย์ ซูเนสเซ่น ยังเป็นแคดดี้หญิงคนเดียวที่มีชื่อในหอเกียรติยศของวงการแคดดี้
ถ้าดูอัตราเติบโตของวงการกอล์ฟหญิงและข่าวการเปิดกว้างของวงการกอล์ฟยุคใหม่ น่าจะเห็นว่าอิทธิพลของบุคลากรรุ่นเก่าส่วนหนึ่งมีผลต่อเส้นทางในยุคหลัง ถึงผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลในวงการกอล์ฟยังมีจำนวนไม่มากนัก แต่เชื่อว่าปรากฏการณ์เกี่ยวกับบุคลากรเพศหญิงที่เกิดในวงการอย่างต่อเนื่อง จะผลักดันและเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้ทั้งคนในวงการเอง และเยาวชนที่สนใจเข้ามาร่วมสร้างปรากฏการณ์อื่น ๆ เป็นแรงหนุน ซึ่งจะส่งผลต่อประตูโอกาสของทุกคนในโลกกอล์ฟไปจนถึงกีฬาชนิดอื่น ๆ ในอนาคต