เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
20 ปีอนุสัญญาอุ้มหาย ภาคสังคม จี้รัฐบาลไทยเปิดความจริง-เยียวยาผู้เสียหาย
News 20 ปีอนุสัญญาอุ้มหาย ภาคสังคม จี้รัฐบาลไทยเปิดความจริง-เยียวยาผู้เสียหาย
คลังต่อเวลาสิทธิบัตรสวัสดิการฯ รายเดิมถึง 30 ก.ย. พร้อมขยายเวลาทบทวนสิทธิถึง 31 ส.ค.
Politics คลังต่อเวลาสิทธิบัตรสวัสดิการฯ รายเดิมถึง 30 ก.ย. พร้อมขยายเวลาทบทวนสิทธิถึง 31 ส.ค.
ก.ล.ต. ลุยฟ้องแก๊งปั่นหุ้น ECF ผู้กระทำความผิดรวม 12 ราย ต่อศาลแพ่ง บี้ชำระเงินกว่า 269 ล้าน
Finance ก.ล.ต. ลุยฟ้องแก๊งปั่นหุ้น ECF ผู้กระทำความผิดรวม 12 ราย ต่อศาลแพ่ง บี้ชำระเงินกว่า 269 ล้าน
Metthier อัพสกิลแม่บ้าน-ระดมทีมดูแล รพ. ชั้นนำ หนุนไทยสู่ ‘Medical Hub’ ของโลก
Biz Movement Metthier อัพสกิลแม่บ้าน-ระดมทีมดูแล รพ. ชั้นนำ หนุนไทยสู่ ‘Medical Hub’ ของโลก
Huawei ปักธง AI Use Case จับมือ ดีอี ดันไทยฮับอาเซียน
Tech Huawei ปักธง AI Use Case จับมือ ดีอี ดันไทยฮับอาเซียน
CEA จับมือ IFPI Thailand เปิดเวทีถกอุตสาหกรรมเพลงยุค AI
Uncategorized CEA จับมือ IFPI Thailand เปิดเวทีถกอุตสาหกรรมเพลงยุค AI
ก.ล.ต. ฟัน ‘บิทคับ ออนไลน์’ พร้อมอดีตกรรมการ 2 ราย กระทำผิด พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล
Finance ก.ล.ต. ฟัน ‘บิทคับ ออนไลน์’ พร้อมอดีตกรรมการ 2 ราย กระทำผิด พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล
ราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท รูปพรรณขายออก 66,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท รูปพรรณขายออก 66,300 บาท
YouTrip เปิดเกมพรีเมี่ยม ส่ง “YouTrip Metal” เจาะนักเดินทางระดับ A-List
Finance YouTrip เปิดเกมพรีเมี่ยม ส่ง “YouTrip Metal” เจาะนักเดินทางระดับ A-List
ซาอุฯ เลื่อนบังคับใช้ Saudi GAP 1 ปี เปิดทางไก่ไทยส่งออกต่อถึงปี 2570
Economic ซาอุฯ เลื่อนบังคับใช้ Saudi GAP 1 ปี เปิดทางไก่ไทยส่งออกต่อถึงปี 2570
ดูทั้งหมด

คุยกับ “ณัฐวัตร ตัณศิริเสถียร” มือปั้นขนมจีบป้าพิณ สู่ OTOP 5 ดาวเมืองตรัง

25 ม.ค. 2561 | 13:18น.

วันนี้หากใครมาเที่ยวเมืองตรัง หรือเมืองแห่งคนช่างกิน ต้องไม่พลาดของฝากสุดฮิต “ขนมจีบป้าพิณลำภูรา” ติดไม้ติดมือกลับบ้านอย่างแน่นอน แต่ก่อนที่ชื่อเสียงจะขจรขจายอย่างวันนี้ น้อยคนจะรู้ว่าผู้ที่ปลุกปั้น คือ “ณัฐวัตร ตัณศิริเสถียร” วัย 44 ปี เจน 3 ของขนมจีบป้าพิณลำภูรานั่นเอง

ณัฐวัตรเล่าว่า เกิดและเติบโตในครอบครัวร้านขายของชำเล็ก ๆ ในหมู่บ้าน ตำบลลำภูรา อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง คลุกคลีช่วยงานที่บ้านตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะการทำขนมจีบ ซึ่งเป็นขนมพื้นเมือง โดยยายเป็นผู้เริ่มทำขาย สูตรที่ได้มาจากเมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย จากนั้นรุ่นพ่อ แม่ ก็สืบทอดทำกันต่อ ๆ มา

“สมัยก่อนในละแวกหมู่บ้าน จะมีการทำขนมสำหรับรับประทานกับกาแฟในตอนเช้าหลายอย่าง ที่มีชื่อเสียงมาก คือ ขนมเค้ก ซึ่งมีต้นกำเนิดที่ตำบลลำภูรา นั่นคือขนมเค้กขุกมิ่ง แต่ก็มีขนมอีกชนิดหนึ่งที่นิยมรับประทานมาพร้อม ๆ กับขนมเค้ก แต่ไม่มีชื่อเสียงเท่าที่ควร นั่นคือขนมจีบ”

ในฐานะที่เห็นการทำขนมจีบทุกขั้นตอน ทำให้รู้วิธีทำขนมจีบอย่างดีแม้ว่าช่วงหนึ่งที่ขนมเค้กโด่งดังมาก คนเริ่มลืมเลือนขนมจีบ แต่ ณัฐวัตรเห็นว่าน่าจะมีการสานต่อภูมิปัญญาดั้งเดิมของบรรพบุรุษ จึงไม่ทิ้งการทำขนมจีบขายอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะศึกษาจบปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ ก็เลือกสานต่อธุรกิจเต็มตัว

โดยการขายจะมีทั้งหน้าร้าน และส่งขายไปตามร้านของชำ ร้านกาแฟต่าง ๆ ทั้งในหมู่บ้าน และละแวกหมู่บ้านใกล้เคียง อาศัยการไปฝากขาย เริ่มจากการทำขนมจีบวันละ 20-30 ชิ้น แจกจ่ายให้กับชาวบ้านใกล้เคียงได้ชิมกัน จนได้รับเสียงตอบรับว่ารสชาติอร่อยจึงเริ่มทำขายอย่างจริงจังในราคาชิ้นละ 5 บาท

กระทั่งปี 2537-2538 เศรษฐกิจไม่ดี แต่มองว่าลงทุนทำขนมจีบจริงจังน่าจะไปได้ จนขยายตลาดไปหมู่บ้านอื่น ๆ และเพิ่มปริมาณการผลิตในแต่ละวันมากขึ้น ตัดสินใจลงทุนสร้างโรงงานขนาดเล็กเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน ใช้ชื่อว่าขนมจีนป้าพิณ ซึ่งเป็นชื่อแม่ ลักษณะพิเศษ คือ เป็นรูปสามเหลี่ยมบริเวณรอบขนม อีกด้านมีการทำเป็นกลีบสวยงาม ไส้สังขยาทำจากไข่เป็ดไล่ทุ่งเป็นหลัก ซึ่งเป็นสูตรดั้งเดิมของครอบครัวที่สังขยาจะต้องอยู่บนเตาไฟถึง 3 ชั่วโมง

จุดเปลี่ยนอีกครั้งหนึ่ง คือ ช่วงปี 2547-2548 ได้รับโอกาสจากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตรัง เข้ามาแนะนำในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การแพ็กกิ้ง และการทำตลาด พร้อมกับนำเข้าสู่หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ OTOP ของจังหวัดตรัง มีการพัฒนาจนได้รับการพิจารณาให้เป็น OTOP ระดับ 5 ดาวของจังหวัดตรังมาจนถึงปัจจุบันนี้

“เราเริ่มมียอดการขายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องเพิ่มกำลังการผลิตกว่าวันละ 2-3 พันชิ้น ในปี 2550 จึงได้ทำการลงทุนกว่า 10 ล้านบาท ขยายโรงงานเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตให้เพียงพอกับความต้องการของตลาด และโรงงานแล้วเสร็จในปี 2551 จึงทำการผลิตได้มากกว่าวันละ 5-6 พันชิ้น และบางช่วงที่พีกสุด ๆ มีออร์เดอร์ที่ต้องผลิตได้ถึงวันละกว่า 1 หมื่นชิ้น”

ปัจจุบันขนมจีบป้าพิณลำภูราวางจำหน่ายทั้งภายในโรงงานที่ทำเป็นศูนย์จำหน่ายที่มาตรฐาน สามารถเลือกซื้อหา พร้อมนั่งรับประทานกับกาแฟได้อย่างสะดวกสบาย และนำออกจำหน่ายไปตามอำเภอต่าง ๆ ตลอดจนต่างจังหวัดทั่วประเทศ ในราคาชิ้นละ 20 บาท โดยขนมจีบป้าพิณมีอายุ 7 วัน หากเก็บในตู้เย็นสามารถเก็บได้นานถึง 1 เดือน

ณัฐวัตรบอกอีกว่า สำหรับในปี 2561 นี้ ได้มีการจดทะเบียนขนมจีบป้าพิณเป็นนิติบุคคล ในนามป้าพิณกรุ๊ป โดยมีโครงการขยายกิจการออกไปอีกด้วยงบประมาณเบื้องต้นกว่า 5 ล้านบาท พร้อมทั้งเพิ่มกำลังคน จากเดิมที่มีอยู่แล้วประมาณ 30 คน โดยการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จะเน้นขยายไปทั่วประเทศ ผ่านช่องทางโอท็อปเทรดเดอร์ โมเดิร์นเทรด นอกจากนี้ยังรับจ้างผลิตขนมทุกชนิด โดยตั้งเป้าหมายกำลังการผลิตที่วันละ 10,000 ชิ้น ยอดขาย 100 ล้านบาทภายในปี 2563 นี้

นอกจากธุรกิจส่วนตัว หมวกอีกใบของณัฐวัตร คือ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรังโอท็อป อินเตอร์เทรดเดอร์ จำกัด เป็นคนกลางในการนำสินค้า OTOP จากทั่วประเทศเข้าสู่ตลาดโดยการสนับสนุนของกรมพัฒนาชุมชน พร้อมกับเป็นประธานเครือข่าย OTOP จังหวัดตรัง ที่มีการขับเคลื่อนการพัฒนาสินค้า OTOP อย่างต่อเนื่องในทุกมิติ จนได้รับการยอมรับจากสมาชิกในเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างกว้างขวาง

“ในส่วนของการพัฒนา OTOP นั้น ผมเน้นใน 3 เรื่อง คือเน้นการพัฒนาคน ให้เข้าใจงาน มีประสบการณ์ทำงานอย่างมืออาชีพ มีความรู้ตั้งแต่ระดับต้นจนพัฒนาสู่ OTOP ระดับจังหวัด คือ ทำให้คนผลิตสินค้าได้ ขายเป็น และมีรายได้เพียงพอ ด้านผลิตภัณฑ์ เดินหน้าพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เช่น อายุผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ เป็นต้น เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ OTOP ที่ได้มาตรฐานสามารถแข่งขันได้ทั้งในตลาดภายในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก”

สำหรับจังหวัดตรัง ปัจจุบันมีการขึ้นทะเบียน OTOP จำนวนทั้งสิ้นกว่า 1,000 ราย มียอดขายในปี 2560 ที่ผ่านมามูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท สำหรับสิ้นปีนี้ตั้งเป้ายอดขายต้องเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 25% จากยอดขายของปีที่ผ่านมา หรือประมาณ 2,000 ล้านบาท

ขณะที่ด้านการตลาดสินค้า OTOP จะทำโดยเปิดตลาดตามอีเวนต์ต่าง ๆ ทั้งของภาครัฐ และเอกชนทั่วประเทศ จับมือกับการบินไทย นำ OTOP ขึ้นจำหน่ายบนเครื่องบิน รวบรวม OTOP ที่ผ่านมาตรฐานเปิดตลาดจำหน่ายในต่างประเทศ โดยเฉพาะเป้าหมายหลักในปีนี้ คือ ประเทศจีน และสมาชิกกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งขณะนี้ได้มีการแต่งตั้งตัวแทน OTOP ของแต่ละจังหวัด จังหวัดละ 1 คนเป็นคนกลางในการรวบรวมสินค้า OTOP ของแต่ละจังหวัดที่มีอยู่กว่า 1 แสนราย นำเข้าสู่ส่วนกลาง โดยในปี 2562 จะมีการเปิดศูนย์บรรจุภัณฑ์กลางขึ้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่จะเป็น outlet ของไทย ที่จะรองรับคนทั่วโลกให้มาดูงาน OTOP ที่นี่ นอกจากนี้ยังร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ในการจำหน่ายสินค้า OTOP จากทั่วประเทศ

ในส่วนของการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการ OTOP ก็ได้ร่วมมือกับธนาคารออมสิน SME BANK หาเงินทุนในอัตราดอกเบี้ยต่ำให้ พร้อมแนะนำการจัดทำแผนธุรกิจให้อีกด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

OTOP ตรัง สินค้าโอท็อป