รัสเซียจับ 8 ผู้ต้องสงสัย หลังเหตุระเบิดสะพานไครเมีย
รัสเซียควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 8 คน โยงเหตุระเบิดสะพานไครเมีย ขณะที่ยูเครนยังไม่ออกมาตอบโต้ใด ๆ
วันที่ 13 ตุลาคม 2565 ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า มีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 8 คน จากเหตุระเบิดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับสะพานเพียงแห่งเดียวที่เชื่อมระหว่างไครเมียกับรัสเซีย นับเป็นเหตุการณ์ที่สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญหลังรัสเซียบุกยูเครน
สื่อรัสเซียรายงานว่า หน่วยงานความมั่นคงแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย (FSB) อ้างว่า เจ้าหน้าที่ของหน่วยข่าวกรองหลัก กระทรวงกลาโหมยูเครน ซึ่งมี “คีรีโล บูดานอฟ” เป็นผู้อำนวยการ ได้ก่อเหตุก่อการร้ายบนสะพานช่องแคบเคิร์ช
FSB และคณะกรรมการสืบสวนของรัสเซีย เผยกับสื่อว่า “ในขณะนี้มีพลเรือนรัสเซีย 5 คน พลเรือนยูเครนและอาร์เมเนีย 3 คน ที่มีส่วนร่วมในการเตรียมการก่ออาชญากรรมถูกควบคุมตัวจากคดีอาญาดังกล่าว”
โดยอุปกรณ์ระเบิดถูกซ่อนไว้กับฟิล์มก่อสร้างโพลีเอทิลีนบนพาลเลต 22 อัน มีน้ำหนักรวม 22,770 กิโลกรัม
ขณะที่ยูเครนยังไม่แสดงความเห็นต่อสาธารณะ หลังการเปิดเผยของ FSB และคณะกรรมการสอบสวนของรัสเซีย
เหตุระเบิดสะพานแหลมไครเมียเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเหตุโจมตีครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในระหว่างที่ขวัญและกำลังใจของทหารรัสเซียกำลังตกต่ำ
สะพานแห่งนี้มีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ เนื่องจากเป็นสะพานที่เชื่อมระหว่างภูมิภาคครัสนาดอร์ของรัสเซียกับคาบสมุทรไครเมีย ซึ่งรัสเซียผนวกจากยูเครนในปี 2557 ท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์จากประชาคมระหว่างประเทศ
สะพานดังกล่าวยังเป็นหลอดเลือดสำคัญในการจัดหาเสบียงที่จำเป็นในชีวิตประจำวันและเสบียงสำหรับกองทัพ
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ขบวนรถทหารของรัสเซียได้ใช้สะพานนี้ลำเลียงยานพาหนะ อาวุธ และเชื้อเพลิง
หลังเกิดเหตุ การสัญจรบนสะพานดังกล่าวทำได้จำกัด และยานพาหนะขนาดใหญ่ เช่น รถบรรทุกหนัก รถตู้ และรถประจำทาง ต้องเดินทางโดยเรือข้ามฟากแทน
ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่รัสเซียอ้างว่า เหตุระเบิดดังกล่าวเกิดขึ้นจากรถบรรทุกระเบิดบนสะพาน รายงานระบุว่าอุปกรณ์ระเบิดได้ถูกส่งมาจากท่าเรือโอเดสซาเมื่อต้นเดือนสิงหาคม ผ่านทางบัลแกเรีย จอร์เจีย และอาร์เมเนีย
เหตุการณ์ครั้งนี้ยังจุดชนวนให้เกิดปฏิกิริยารุนแรงจากทางการรัสเซีย ซึ่งใช้การระเบิดดังกล่าวเพื่อเดินหน้าโจมตีทางอากาศอย่างโหดเหี้ยมทั่วยูเครนเมื่อวันจันทร์ เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในช่วงแรก ๆ ของการบุกยูเครน
มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 19 ราย และบาดเจ็บกว่า 100 ราย ระหว่างการโจมตีของรัสเซีย ซึ่งมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญทั่วกรุงเคียฟและเมืองสำคัญอื่น ๆ ของยูเครน
“ดมิทรี คูเลบา” รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครนกล่าวถึงการยิงขีปนาวุธของรัสเซียว่า เป็นการแก้แค้นของ “วลาดิมีร์ ปูติน” ประธานาธิบดีรัสเซีย หลังจากพ่ายแพ้ในสนามรบเมื่อเร็ว ๆ นี้
“เมื่อกองทัพของเขาไม่สามารถเอาชนะกองทัพยูเครนได้ เขาเลือกที่จะข่มขวัญพลเรือนเพื่อตอบโต้เป็นการแก้แค้น” คูเลบา ให้สัมภาษณ์ซีเอ็นเอ็น