รัสเซียถอนสัญชาตินักเคลื่อนไหวคนดัง หวั่นเป็นวิธีใหม่ใช้กำราบคนเห็นต่าง
“อาร์ชาค มาคิชยาน” นักเคลื่อนไหวต่อต้านสงครามและภาวะโลกร้อนคนดัง กลายเป็นคนไร้สัญชาติ หลังถูกทางการรัสเซียถอนสัญชาติพร้อมครอบครัว
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 อัลจาซีราห์รายงานว่า รัสเซียได้ถอนสัญชาติของนักเคลื่อนไหวต่อต้านสงคราม และสมาชิกในครอบครัวของเขา ทำให้พวกเขากลายเป็นบุคคลไร้สัญชาติ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจกลายเป็นวิธีการใหม่ในการปราบปรามผู้เห็นต่าง
ภายหลังการพิจารณาคดีที่กินเวลานาน 5 เดือน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผู้พิพากษาเมืองชาทูราในแคว้นมอสโก จึงตัดสินให้ความเป็นพลเมืองของ “อาร์ชาค มาคิชยาน” เป็นโมฆะ เช่นเดียวกับพ่อและพี่ชายอีกสองคนของเขา
มาคิชยาน นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมคนดังให้สัมภาษณ์อัลจาซีราห์ พร้อมสำเนาคำตัดสินของผู้พิพากษา
ครอบครัวของเขา ที่ได้รับสัญชาติรัสเซียเมื่อปี 2547 เดิมเป็นชาวอาร์เมเนีย
เขาให้สัมภาษณ์จากเยอรมนีว่า “ผมพยายามทำให้ผู้คนเป็นหนึ่งเดียวกัน และนำการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงมาสู่รัสเซีย นั่นเป็นสาเหตุที่พวกเขาเริ่มดำเนินคดีกับผมและครอบครัว”
“นี่คือราคาของการเคลื่อนไหวในรัสเซีย เพราะเมื่อคุณประท้วง คุณกำลังสร้างความเสี่ยงให้กับครอบครัว เพื่อน และนั่นเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจสำหรับใครบางคนในยุโรปหรือประเทศประชาธิปไตย”
มาคิชยานซึ่งได้แรงบันดาลใจจากนักเคลื่อนไหวชาวสวีเดนชื่อดังอย่าง “เกรตา ธันเบิร์ก” เริ่มเดินหน้ารณรงค์เพื่อแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนตั้งแต่ปี 2562 กระทั่งได้รับสมญานามว่า “ผู้ประท้วงโลกร้อนเพียงลำพังของมอสโก” จากการประท้วงในจัตุรัสพุชกินของเขา
การชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นสิ่งผิด
กฎหมายในรัสเซีย จึงทำให้การณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมไม่ค่อยเกิดขึ้นในรัสเซีย
ในปีนี้ มาคิชยานหันไปให้ความสนใจกับสงครามในยูเครน พร้อมเรียกร้องให้มีการคว่ำบาตรเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งกำลังช่วยให้รัสเซียมีทุนในการทำสงคราม
ทนายความของมาคิชยานกล่าวถึงพฤติกรรมของผู้พิพากษาในการพิจารณาคดีครั้งสุดท้ายว่า “นอกรีต”
“เราเสร็จสิ้นการโต้แย้ง และผู้พิพากษาออกจากห้องพิจารณาคดีเมื่อเวลา 19.05 น. และไม่กี่นาทีต่อมา เลขานุการได้ประกาศว่าจะไม่มีการประกาศคำตัดสินในวันนี้ และเราจะได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ในวันถัดไป” ทนายความของมาคิชยานเผยทางอีเมล์
“ตามกฎหมายของรัสเซีย ศาลมีหน้าที่ประกาศคำตัดสินทันทีหลังการพิจารณา แต่นี่ผู้พิพากษากลับละเมิดอย่างร้ายแรง ซึ่งนำไปสู่การตั้งคำถามถึงความเป็นอิสระและการตัดสินของเธอ ว่าขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นภายในของเธอเอง โดยไม่ได้อิทธิพลจากใคร หรือไม่”
เบื้องต้น สำนักงานอัยการเมืองชาทูรา ยังไม่แสดงความเห็นใดตอบกลับมาทางอัลจาซีราห์
หากสมมติฐานของมาคิชยานและทนายความถูกต้อง พฤติกรรมของผู้พิพากษาอาจเป็นตัวอย่างของ “ความยุติธรรมทางโทรศัพท์” (telephone justice) ซึ่งผู้พิพากษาได้รับคำสั่งทางโทรศัพท์เพื่อตัดสินโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
การดำเนินคดีกับครอบครัวมาคิชยานเริ่มขึ้นในเดือนมิถุนายน เจ้าหน้าที่เผยว่าผู้ประท้วงรายนี้ได้รับสัญชาติอย่างผิดกฎหมาย ขณะที่ตัวเขาเองและนักเคลื่อนไหวคนอื่น ๆ อ้างว่าคดีนี้มีแรงจูงใจทางการเมือง
มาคิชยานถูกยื่นฟ้องดำเนินคดีภายใต้มาตรา 22 แห่งกฎหมายสัญชาติ ซึ่งมีการกล่าวหาว่าเขาให้ข้อมูลเท็จในใบสมัคร ซึ่งทำให้ความเป็นพลเมืองของเขานั้นเป็นโมฆะ
โดยเขาถูกกล่าวหาว่าอาศัยอยู่ที่อื่น นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในใบสมัคร ขณะที่เอกสารประกอบอื่น ๆ ดูเหมือนจะสูญหายไป
ทนายความยืนยันว่า หากเป็นสถานการณ์ปกติ พวกเขามีโอกาสชนะคดีนี้ แต่ในเวลานี้ชวนให้คิดว่า การตัดสินในคดีดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นในศาล
อย่างไรก็ตาม ครอบครัวมาคิชยานมีแผนที่จะยื่นอุทธรณ์
“ตอนนี้ผมกลายเป็นคนไร้สัญชาติ ผมไม่รู้เลยว่าประกาศนียบัตรจากมอสโกคอนเซอร์วาทอรี ยังใช้ได้อยู่หรือไม่ ผมไม่รู้ว่าการแต่งงานจะเป็นโมฆะด้วยหรือไม่ ผมไม่รู้ว่าชนกลุ่มน้อยในรัสเซียนั้นมีความหมายอย่างไร หากพวกเขาสามารถเพิกถอนการเป็นพลเมืองของผู้คน และยึดทรัพย์สินของพวกเขาได้ นั่นอาจเป็นเพียงก้าวแรก” มาคิชยานกล่าว
เขาวางแผนที่จะพบทนายของเขาในเยอรมนี แต่ระบุว่าเขาไม่ต้องการขอลี้ภัย
“เยอรมนีเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ แต่ไม่ใช่ประเทศของผม” เขากล่าว
- เคียฟโวย รัสเซียให้สัญชาติด่วนพิเศษแก่พลเมืองยูเครน
- ยูริ มิลเนอร์ มหาเศรษฐีในซิลิคอนวัลเลย์ ประกาศสละสัญชาติรัสเซีย
-
รัสเซียให้สัญชาติ เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน มือเปิดโปงความลับสหรัฐ