เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
Biz Movement ‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Finance มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
Business Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
Politics โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
Finance ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
สหพัฒน์-โอบายาชิ เดินหน้าก่อสร้าง “โอ-เมช ราชดำริ” มิกซ์ยูส 8 พันล้าน เปิดปี’72
Real Estate สหพัฒน์-โอบายาชิ เดินหน้าก่อสร้าง “โอ-เมช ราชดำริ” มิกซ์ยูส 8 พันล้าน เปิดปี’72
ธอส. เตรียมวงเงิน 2 หมื่นล้าน จัดโปรฯสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 0.73% ต่อปี ฟรีค่าธรรมเนียม
Finance ธอส. เตรียมวงเงิน 2 หมื่นล้าน จัดโปรฯสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 0.73% ต่อปี ฟรีค่าธรรมเนียม
มจธ. นำร่องรัชดา ทดสอบ ‘โปรแกรมจัดสวนลดฝุ่น’ ด้วย AI  
การศึกษา มจธ. นำร่องรัชดา ทดสอบ ‘โปรแกรมจัดสวนลดฝุ่น’ ด้วย AI  
ดูทั้งหมด

ทุเรียนเวียดนามเบียดแซงไทย จ่อร้อง DSI บี้ขบวนการสวมสิทธิ

06 พ.ย. 2565 | 11:53น.
ทุเรียนเวียดนาม

ทุเรียนเวียดนามเบียดราคาแซงทุเรียนภาคใต้ คนจีนนิยมบริโภค ส่งผลล้งจีนในเมืองจันทบุรีแห่ย้ายไปเวียดนาม แต่บริษัทที่ได้รับอนุญาตส่งทุเรียนเข้าจีนได้แค่ 5 บริษัท แต่ความต้องการทุเรียนสูง สุดท้ายขอซื้อใบ GAP ไทยสวมสิทธิ ด้านสมาคมทุเรียนเตรียมยื่นร้อง DSI ตรวจสอบย้าย “มือปราบเล็บเหยี่ยว”

นางสาวลิลพัชร์ ทองโสภา เจ้าของบริษัท เดอะลิส อินเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หนึ่งในผู้ส่งออกทุเรียนจันทบุรีที่ขยายกิจการไปยังประเทศเวียดนาม กล่าวว่า หลังจากที่จีนอนุญาตให้เวียดนามส่งทุเรียนผลสดเข้าไปได้เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่าทุเรียนเวียดนามเป็นที่นิยมของคนจีนอย่างมาก เนื่องจากมีการตัดผลแก่จัด “ทำให้ได้รสชาติดี” และขนส่งถึงตลาดจีนภายในไม่กี่ชั่วโมง ส่งผลให้ราคาทุเรียนเวียดนาม “แพงกว่า” ทุเรียนจากภาคใต้ของประเทศไทยแล้ว

โดยก่อนหน้านี้บริษัท เดอะลิสฯได้ส่งทุเรียนสดจากเวียดนามไปยังจีนแล้วจำนวน 19 ตู้ สามารถจำหน่ายได้หมดก่อนทุเรียนไทย โดยขายในราคากล่องละ 900 หยวน ขณะที่ทุเรียนไทยส่งไป 3 ตู้ ราคากล่องละ 800 หยวน เนื่องจากทุเรียนภาคใต้ของไทยมีคุณภาพสู้ทุเรียนภาคตะวันออกไม่ได้

“ตอนนี้เถ้าแก่จีนย้ายจากภาคตะวันออกของไทยไปตั้งโกดังรับซื้อทุเรียนที่เวียดนามกันมากขึ้นและยังไม่กลับมาไทย เพราะทุเรียนภาคตะวันออกของไทยยังไม่ออก สำหรับเรื่องการสวมสิทธิ ตอนนี้จีนอนุญาตให้เวียดนามส่งทุเรียนผลสดเข้าไปจำหน่ายได้แล้ว ดังนั้นน่าจะเลยจุดที่เวียดนามจะนำใบ GAP ของไทยไปสวมสิทธิแล้ว อย่างไรก็ตาม ตลาดจีนยังคงต้องการทุเรียนปริมาณมาก ยังไม่พอขาย อนาคตถ้าทุเรียนเวียดนามมีคุณภาพดี ตลาดจีนต้องการ เถ้าแก่คนจีนอาจจะย้ายไปปักหลักที่เวียดนาม ส่วนกิจการในเมืองไทยจะส่งเงินให้โรงแพ็กทำหน้าที่รับซื้อแทน ราคาตลาดทุเรียนอาจจะตกต่ำ ถึงเวลานั้นไทยอาจจะเสียแชมป์ส่งออกทุเรียนไปจีน” นางสาวลิลพัชร์กล่าว

ล้งจีนย้ายฐานไปเวียดนาม

ด้าน นายไพบูลย์ วงศ์โชติสถิต ผู้จัดการบริษัท โอพี ฟรุตส์ จำกัด และนายกสมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย กล่าวว่า ตอนนี้คนจีนเข้าไปตั้ง “ล้ง” ในเวียดนามทำทั้งทุเรียนสดและแช่แข็ง หลังจากเวียดนามได้รับอนุญาตส่งออกทุเรียนผลสดได้แล้ว เท่ากับว่า “เวียดนามคือคู่แข่งตัวจริงของทุเรียนไทย” เพราะได้เปรียบระยะทางขนส่งใกล้กว่า ทำให้สามารถตัดทุเรียนแก่จัดประมาณ 34-38% ของเนื้อแป้ง ขณะที่ทุเรียนไทยตัดที่ 32% ของเนื้อแป้ง รสชาติก็จะสู้ไม่ได้ และผู้ส่งออกซื้อทุเรียนเวียดนามได้ราคาต่ำกว่าทุเรียนไทย ด้วยต้นทุนการปลูกที่ต่ำกว่า โดยราคาทุเรียนเวียดนามไม่เกิน 100 บาท/กก. ราคาทุเรียนไทย 150 บาท/กก.

ทั้งนี้ทุเรียนเวียดนามผลผลิตออกช่วงเดือนเมษายนจะชนกับทุเรียนจากจังหวัดจันทบุรี ระยอง และภาคใต้ คาดว่า ปี 2566 ทุเรียนไทยอาจจะยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะเวียดนามเพิ่งเริ่มส่งออก แต่หากทุเรียนไทยไม่มีคุณภาพ ตัดอ่อน สู้เวียดนามไม่ได้ ปีต่อไปผู้ส่งออกจีนจะกดราคาซื้อถูกและย้ายฐานไปเวียดนามกันหมด

“4-5 ปีที่ผ่านมา พ่อค้าทุเรียนในไทยซื้อทุเรียนไปขายขาดทุนในตลาดจีนเกือบทุกปี เพราะราคาทุเรียนไทยสูง เมื่อไปถึงปลายทางจีนผลผลิตเสียหาย 20% ทำให้ถูกกดราคา ส่งผลให้พ่อค้าขาดทุนตั้งแต่ระดับ 10-1,000 ล้านบาท ระดับกลาง 400-500 ล้านบาท โดยเฉลี่ยขาดทุนตู้ละ 500,000-1,500,000 บาท ดังนั้นที่ผ่านมาพ่อค้าต้องหาผลไม้อย่างอื่นส่งออกไปด้วยเพื่อถัวเฉลี่ยและลดปริมาณการส่งออกทุเรียนลง คาดว่า ปี 2566 จะซื้อทุเรียนไทยลดลงต่อไปหรือหันไปทำทุเรียนที่เวียดนามแทน” นายไพบูลย์กล่าว

ส่วนเรื่องการสวมสิทธิใบ GAP ของทุเรียนเวียดนามนั้น แหล่งข่าวจากผู้ที่อยู่ในวงการทุเรียนกล่าวว่า แม้เวียดนามได้รับอนุญาตให้นำทุเรียนผลสดเข้าตลาดจีนได้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2565 แต่ยังพบการ “สวมสิทธิ” ใบ GAP ของไทยอยู่ เพราะบริษัทส่งออกในเวียดนามเพิ่งได้รับอนุมัติให้ส่งทุเรียนผลสดได้เพียง 25 บริษัท และสามารถส่งออกได้จริงเพียง 5-6 บริษัท ที่ผ่านมาใบรับรอง GAP อยู่ที่ชิปปิ้ง มาระยะหลังโรงคัดบรรจุต้องใช้แสดงใบรับรองกับเจ้าหน้าที่ด้วย จึงมีการซื้อ-ขายใบ GAP ในราคา 100,000-1,500,000 บาทต่อใบ ดังนั้นปัญหาใบรับรอง GAP ของไทยต้องบริหารจัดการไม่ให้มีการสวมสิทธิให้ได้

Advertisement

ลุ้น GAP 8 หมื่นใบส่งจีนทันปีหน้า

นายสัญชัย โกสัลล์วัฒนา นายกสมาคมผู้ผลิตทุเรียนไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการไทยไม่ควรวิตกกังวลเรื่องทุเรียนเวียดนามที่เข้าไปแย่งตลาดจีน เพราะเป็นเรื่องปกติที่ชาวจีนรู้จักทุเรียนไทยมา 30-40 ปีย่อมต้องการทดลองชิมทุเรียนเวียดนาม คัดเกรด AB เป็นทุเรียนตัดผลแก่จัดรสชาติอร่อย ราคาถูกกว่าทุเรียนไทย ขนส่งใช้เวลาเพียง 3 วัน แต่เชื่อว่า “ทุเรียนหมอนทอง” ของไทยยังมีรสชาติดีกว่า ดังนั้นผู้ประกอบการทุเรียนภาคตะวันออกต้องตั้งรับคือ ไม่ตัดทุเรียนอ่อน ไม่ทำทุเรียนสวมสิทธิ และต้องมีใบรับรอง GAP ชัดเจน

“เหลือเวลาเพียง 6 เดือนผลผลิตทุเรียนภาคตะวันออกก็จะเริ่มออกมา (คาดการณ์ผลผลิต 800,000 ตัน) แล้ว การเปลี่ยนแปลงรหัสรับรอง GAP จำนวน 80,000 ฉบับ เซ็นรับรองโดย ผอ.สวพ.6 ส่งให้สำนักศุลกากรจีน (GACC) ประกาศให้ทันเดือนมีนาคม 2566 เกษตรกรต้องป้องกันรักษาสิทธิใบรับรอง GAP ของตัวเองและป้องกันการถูกนำไปสวมสิทธิ ซึ่ง 2 ปีที่ผ่านมา จังหวัดจันทบุรีได้เริ่มต้นวางรากฐานทุเรียนทั้ง 3 เรื่องกำลังเดินไปได้ดีมีกฎเกณฑ์ ระเบียบ ประกาศออกมาคุมเข้ม เรื่องเปอร์เซ็นต์เนื้อแป้ง มาตรฐาน GPA และ GMP ทำให้ราคาทุเรียนภาคตะวันออกราคาไม่ตก และเตรียมผลักดันมาตรฐานทุเรียนอ่อน บังคับใช้ในโรงคัดบรรจุในปี 2567” นายสัญชัยกล่าว

อดีตเล็บเหยี่ยวแฉเบื้องหลังสวมสิทธิทุเรียน

ด้าน นายชลธี นุ่มหนู ผอ.สวพ.6 อดีตหัวหน้าทีมเล็บเหยี่ยว กรมวิชาการเกษตร มือปราบทุเรียนอ่อน ทุเรียนสวมสิทธิ ที่ถูกย้ายและตัดสินใจยื่นใบลาออกเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 65 กล่าวถึง ขบวนการทำลายทุเรียนไทยและการสวมสิทธิว่า การส่งออกทุเรียนอ่อนมีทั้งที่เป็นกลุ่มเจตนาและไม่เจตนา ทุเรียนอ่อนล้งใหญ่ ๆ เจตนาทำเพื่อส่งออกไปตลาดปลายทางจีนให้ราคาตกเรียกว่า “ทุบราคาชาวสวน” ส่วนที่ไม่เจตนาคือ ดูทุเรียนไม่เป็น มอบหน้าที่ให้คนตัดและคนคัดทุเรียนรู้กันดำเนินการจัดหาทุเรียนส่งออกไปให้

ส่วนการสวมสิทธิมีกระบวนการทำเป็นเครือข่าย หลายล้งร่วมมือกับผู้ส่งออกและเจ้าหน้าที่ทุจริตต่อหน้าที่ ด่านตรวจพืชมุกดาหารเคยจับทุเรียนสวมสิทธิ 2 ตู้ที่คลองนารายณ์ จ.จันทบุรี คดีไม่คืบ ยกเลิกใบอนุญาตก็เปลี่ยนชื่อกลับมาเปิดซื้อเหมือนเดิมและที่ด่านตรวจพืชมุกดาหารกับด่านนครพนมจับได้ ที่ จ.ชุมพร 2 ตู้เป็นเครือข่ายเดียวกัน กระบวนการจะเตรียมทุเรียนไว้เป็นตู้รอใบรับรองสุขอนามัยพืชจากด่านชายแดนสวมและเปลี่ยนตู้และวิ่งวนกลับมา ทำซ้ำ 2-3 รอบ ซึ่ง สวพ.6 ได้ขึ้นทะเบียนแบล็กลิสต์ไว้แล้วคาดว่า ปี 2567 จะมีมาตรการควบคุมทุเรียนอ่อนออกมาเป็น พ.ร.บ. ใช้บังคับกับโรงคัดบรรจุ ส่วนใบ GAP ที่มีการสวมสิทธิกันนั้น กำลังดำเนินการเปลี่ยนแปลงจำนวน 80,000 ใบ เป็น GAP ของทุเรียน 25,000 ใบ ปี 2566 ใช้ระบบ e-Phyto ยื่นขอในระบบอิเล็กทรอนิกส์ตัดยอดอัตโนมัติป้องกันการนำไปสวมสิทธิหรือใช้ซ้ำ จัดเตรียมส่งไปขึ้นทะเบียนที่สำนักศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) ให้ทันเดือนมีนาคม 2566

จ่อร้อง DSI สอบหาขบวนการ

นายสัญชัย บุรณคีรี นายกสมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย กล่าวว่า ขณะนี้สมาคมเตรียมประสานเพื่อยื่นคำร้องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ดำเนินการตรวจสอบขบวนการสวมสิทธิทุเรียนไทย เพราะหลังจากที่มีการโยกย้าย นายชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขต 6 จ.จันทบุรีไปแล้วนั้น ปรากฏยังไม่สามารถตรวจสอบเอาผิดกับขบวนการที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ได้ทั้งหมด ทำให้ยังมีการติดต่อขอซื้อใบอนุญาตผู้ส่งออกทุเรียนไทยในงานแสดงสินค้าอาหาร World Food ที่จัดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยให้ราคาถึงใบละ 500,000 บาท

“เรื่องนี้ได้สร้างความเสียหายต่อประเทศอย่างมาก เพราะขบวนการนี้ซื้อขายใบอนุญาตกันใบละ 500,000 บาท และไม่ได้ซื้อกันแค่ 1-2 ใบ แต่ซื้อเป็นจำนวนมหาศาลเป็นตู้ ๆ และหลังจากที่สมาคมร่วมกับ 16 องค์กรแล้ว ก็ยังพบว่ามีการติดต่อขอซื้ออีก จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่า แท้จริงแล้วการโยกย้าย ผอ.ชลธี เป็นเพียงการตัดไม้ข่มนาม ทำให้ต่อไปจะไม่มีใครกล้าคัดค้านการกระทำของขบวนการสวมสิทธิอีก ซึ่งประเด็นนี้ไม่ใช่เป็นผลจากการออกคำสั่งของอธิบดีกรมวิชาการเกษตรเสมือนเป็นการโฟกัสผิดจุด” นายสัญชัยกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทุเรียน เวียดนาม