เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ ถก มิตซูบิชิ จ่อลงทุนเพิ่ม 1.6 หมื่นล้าน ศึกษาตั้งฐานผลิตรถไฟฟ้าในไทย
Politics นายกฯ ถก มิตซูบิชิ จ่อลงทุนเพิ่ม 1.6 หมื่นล้าน ศึกษาตั้งฐานผลิตรถไฟฟ้าในไทย
ส.อ.ท. จับตาภาษีสหรัฐฯ มาตรา 301 ประสานพาณิชย์ประเมินผลกระทบรายสินค้า หนุนเจรจา ART รักษาขีดแข่งขันส่งออกไทย
Economic ส.อ.ท. จับตาภาษีสหรัฐฯ มาตรา 301 ประสานพาณิชย์ประเมินผลกระทบรายสินค้า หนุนเจรจา ART รักษาขีดแข่งขันส่งออกไทย
‘ศุภจี’ ย้ำดีลสหรัฐไม่แลกผลประโยชน์ชาติ รับภาษี 301 ไทย 12.5% เร่งปิด ART-อุ้มผู้ส่งออก
Economic ‘ศุภจี’ ย้ำดีลสหรัฐไม่แลกผลประโยชน์ชาติ รับภาษี 301 ไทย 12.5% เร่งปิด ART-อุ้มผู้ส่งออก
ราคาทองวันนี้ (24 ก.ค. 69) ร่วงลง 1,000 บาท ทองรูปพรรณ 65,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ก.ค. 69) ร่วงลง 1,000 บาท ทองรูปพรรณ 65,300 บาท
Honda Civic e:HEV เร้าใจ ด้วย S+ Shift
Automotive Honda Civic e:HEV เร้าใจ ด้วย S+ Shift
ชง กทม. เดินหน้าเพิ่ม ‘อัตราภาษีที่ดิน’ แก้ปมแลนด์ลอร์ดปลูกกล้วย
Real Estate ชง กทม. เดินหน้าเพิ่ม ‘อัตราภาษีที่ดิน’ แก้ปมแลนด์ลอร์ดปลูกกล้วย
ส่งออก มิ.ย. โต 20.8% สูงสุดรอบ 24 เดือน ‘อิเล็กทรอนิกส์’ นำทัพ ลุ้นครึ่งปีหลังฝ่าภาษีสหรัฐ
Economic ส่งออก มิ.ย. โต 20.8% สูงสุดรอบ 24 เดือน ‘อิเล็กทรอนิกส์’ นำทัพ ลุ้นครึ่งปีหลังฝ่าภาษีสหรัฐ
กล้องคอมแพ็กต์คืนชีพ
Columns กล้องคอมแพ็กต์คืนชีพ
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (24 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (24 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
‘อายิโนะโมะโต๊ะ’ ต่อยอดโนว์ฮาว ดัน 3 ธุรกิจคลื่นลูกใหม่โตดับเบิลดิจิต
Business ‘อายิโนะโมะโต๊ะ’ ต่อยอดโนว์ฮาว ดัน 3 ธุรกิจคลื่นลูกใหม่โตดับเบิลดิจิต
ดูทั้งหมด

ตลาดอสังหาฯฟุบทั่วโลก ดอกเบี้ยดันค่าผ่อนบ้านพุ่ง

17 พ.ย. 2565 | 10:37น.
อสังหาริมทรัพย์

ตลาดที่อยู่อาศัยทั่วโลกกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงชะลอตัวแบบวงกว้าง ผลจากที่ธนาคารกลางหลายประเทศขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อ ส่งผลให้ภาระผ่อนบ้านพุ่งสูงตามไปด้วย กลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ความต้องการซื้อบ้านลดน้อยลง และอาจส่งผลลบต่อการเติบโตของตลาดที่อยู่อาศัยครั้งรุนแรง

ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานคาดการณ์ของบริษัทที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ “ออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์” ที่ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการชะลอตัวในตลาดที่อยู่อาศัยครั้งใหญ่ทั่วโลกในปี 2023 เนื่องจากวิกฤตค่าครองชีพและอัตราดอกเบี้ยที่พุ่งสูงกดดันความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในหลายประเทศ

ก่อนหน้านี้ในช่วงปลายปี 2021 การฟื้นตัว ทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยทั่วโลกมีแนวโน้มสดใส เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำทำให้ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านไม่สูง ขณะที่ผู้คนก็ยังคงมีรายได้และเงินเก็บเพียงพอที่จะใช้จ่าย เป็นปัจจัยที่หนุนให้ราคาบ้าน (reahouse prices) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในกว่า 41 ประเทศทั่วโลก

แต่หลังจากที่หลายประเทศใช้มาตรการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ผู้ซื้อบ้านเผชิญดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านที่พุ่งสูง อย่างใน “สหรัฐอเมริกา” อัตราดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านระยะ 30 ปีอยู่ที่ 7% ส่งผลให้ยอดผ่อนรายเดือนเฉลี่ยอยู่ที่กว่า 2,600 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 1,700 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2021

เช่นเดียวกับอีกหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มประเทศยูโรโซน แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ที่ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านพุ่งสูงตามนโยบายการเงินของธนาคารกลาง ขณะที่องค์กรวิจัยอิสระ “รีโซลูชั่น ฟาวน์เดชั่น” ประมาณการว่า ครัวเรือนราวหนึ่งในห้าของสหราชอาณาจักร (ยูเค) จะต้องแบกรับค่าผ่อนบ้านสูงกว่า 5,000 ปอนด์/ปี ภายในสิ้นปี 2023

“อดัม สเลเตอร์” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ ระบุว่า “นี่เป็นแนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยที่น่ากังวลที่สุดนับตั้งแต่ปี 2007-2008 โดยคาดว่าตลาดมีแนวโน้มชะลอตัวระดับปานกลางไปจนถึงระดับรุนแรง”

โดยสัญญาณการชะลอตัวเริ่มปรากฏให้เห็นจากความต้องการบ้านที่ลดลงในหลายประเทศ อย่างในยูโรโซนเมื่อ ก.ย.ที่ผ่านมา การขอสินเชื่อใหม่เพื่อการซื้อที่อยู่อาศัยลดลง 30% จาก ก.ย. 2021 ขณะที่ยูเคมีการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ลดลงถึง 32% ในช่วงเดียวกัน ส่วนสหรัฐก็มียอดการขายบ้านลดลงราว 24% ซึ่งนับเป็นการลดลงของสินเชื่อที่อยู่อาศัยในสหรัฐสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 25 ปี

ความเสี่ยงที่อาจตามมาคือการพังทลายของตลาดที่อยู่อาศัย ตามรายงาน “ความมั่นคงทางการเงินทั่วโลก” (global financial stability report) ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ชี้ว่า การใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดของธนาคารกลาง ทำให้ต้นทุนการกู้พุ่งสูงขึ้นและมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด อาจนำไปสู่ราคาบ้านที่ลดลงอย่างฉับพลัน เมื่อความต้องการที่อยู่อาศัยอ่อนแอลง

ไอเอ็มเอฟยังคาดการณ์สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดสำหรับตลาดที่อยู่อาศัย โดยราคาจริงของบ้านในประเทศตลาดเกิดใหม่อาจลดลงมากถึง 25% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ส่วนประเทศที่พัฒนาแล้วก็เสี่ยงที่ราคาบ้านจะร่วงลงราว 10% ซึ่งจะส่งผลกระทบไปยังภาคส่วนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้าง ซัพพลายเออร์ ไปจนถึงการใช้จ่ายและการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

อย่างไรก็ตาม “อดัม สเลเตอร์” จากออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์มองว่า ด้วยตลาดการจ้างงานที่ยังคงแข็งแกร่งและอัตราการว่างงานที่ยังอยู่ในระดับต่ำ การหดตัวของราคาบ้านและภาวะถดถอยของตลาดที่อยู่อาศัยจึงน่าจะไม่รุนแรงเท่ากับวิกฤตการเงินในอดีต