เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เร่งขับเคลื่อน “มิตซูบิชิ” สู่เป้าหมายยอดขาย 2 ดิจิต

06 ก.พ. 2561 | 17:06น.

“ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่ยอดเยี่ยม สำหรับมิตซูบิชิ” นี่คือคำยืนยันจากปากของนายใหญ่ โมริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ (ประเทศไทย)จำกัด ที่ออกมายืนยันเสียงหนักแน่น พร้อมฉายภาพความสำเร็จในปี 2560 ที่ผ่านมา

รวมทั้งทิศทางในการขับเคลื่อนมิตซูบิชิในปีนี้ ที่ต้องการทลายเป้าหมาย ด้วยการขับจองพื้นที่ส่วนแบ่งทางการตลาดให้ได้มากกว่า 7% บนพื้นฐานการจากผลิตภัณฑ์หลักที่มีอยู่ 4 รุ่น และเสริมทัพ กับ รุ่นใหม่ อีก 2 รุ่นในปีนี้ ซึ่งเป็นความท้าทายของค่าย มิตซูบิชิ เท่านั้นยังไม่พอ นายใหญ่ “ชกกิ” ยังหมายมาดว่า ภายใน 4-5 ปี

จากนี้มิตซูบิชิจะขอมีส่วนแบ่งทางการตลาดในระดับ 2 หลักให้ได้ อะไร คือปัจจัยที่นำพาไปสู่ความสำเร็จ ไปติดตามกัน

Q : ปีที่แล้ว ถือว่าเป็นปีที่ดี

แน่นอน ปี 2560 ที่ผ่านมา เป็นปีที่ยอดเยี่ยมสำหรับเราเลยทีเดียว และน่าจะเป็นปีที่ดีสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วย เพราะมีการเติบโตดีที่สุดในรอบ 5 ปี บรรยากาศโดยรวมของประเทศทั้งการลงทุน สภาพเศรษฐกิจ สถาบันการเงิน อุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็นไปในทิศทางที่ดี

ตลาดรถยนต์เองก็ปรับตัวดีขึ้น นับตั้งแต่ปี 2555 โดยในปีนี้ยอดขายรถยนต์โดยรวมจบที่ 871,650 คันโต 13% แบ่งเป็นรถปิกอัพ 364,706 คันโต 9% รถยนต์นั่ง 332,356 คัน โต 22% และอื่น ๆ 174,568 คัน โต 7%

โดยจะเห็นว่ารถปิกอัพมีส่วนแบ่งสูงสุด 42% รถยนต์นั่ง 38% และอื่น ๆ 20%ปีที่แล้วเราประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม มีการเติบโตถึง 26% หรือทำได้ 69,737 คัน แบ่งเป็นไทรทัน 32,450 คันโต 38% ปาเจโรสปอร์ต 14,454 คัน ลดลง 7% และรถมิราจ-แอททราจ 22,833 คัน โต 42%

ส่วนยอดการส่งออกนั้น ทำได้ทั้งสิ้น 333,000 ตัน โต 2% แบ่งเป็น การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปทั้งคัน 290,000 คัน และการส่งออกชิ้นส่วนซีเคดี 43,000 คัน

Q : อะไรคือปัจจัยที่ทำให้โตถึง 26%

สำหรับปัจจัยแห่งความสำเร็จในการเพิ่มยอดขาย และส่วนแบ่งทางการตลาดของมิตซูบิชิ เป็นผลมาจากปัจจัยหลัก 3 ด้าน ได้แก่ 1.ผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอ เป็นรถยนต์คุณภาพ ที่มาพร้อมกับความครบครันของอุปกรณ์ความปลอดภัย ประหยัด 2.กิจกรรมการตลาดที่ทำมาอย่างต่อเนื่องทั้งกิจกรรมโรดโชว์ ลงไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ การเพิ่มความถี่ในการเข้าถึงลูกค้า การพัฒนาการสื่อสารการตลาดให้มีความน่าสนใจขึ้น

และ 3.เพิ่มคุณภาพการดูแลลูกค้า ด้วยการพัฒนาทั้งฮาร์ดแวร์ ในรูปแบบภาพลักษณ์ หน้าตา ของโชว์รูมศูนย์บริการทั้ง 220 แห่งให้มีความทันสมัย รองรับการให้บริการลูกค้าได้ดีที่สุด รวมทั้งซอฟต์แวร์ หรือการพัฒนาตั้งแต่ก่อนการขาย ระหว่างการขาย และหลังการขาย เพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจสูงสุด

Q : เป้าหมายปีนี้

แน่นอนว่า ปีนี้เราเชื่อว่าบรรยากาศและปัจจัยบวกโดยรวมของไทยน่าจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ ทำให้มียอดขายขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 900,000 คันได้ไม่ยาก ส่วนมิตซูบิชิเองตั้งเป้าในเชิงของส่วนแบ่งทางการตลาดว่า จะต้องมีมากกว่า 7% ให้ได้ หรือมียอดขายมากกว่า 63,000 คันโดยมิตซูบิชิมีแผนจะส่งรถยนต์ 2 รุ่นใหม่ ทำตลาด 1 รุ่น เป็นที่ทราบกันดีว่า คือ รถครอสโอเวอร์ อย่าง มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ที่เปิดตัวล่าช้ากว่าแผนเดิมไปค่อนข้างมาเนื่องจากความต้องการในตลาดอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นฐานการผลิตมีค่อนข้างมาก ทำให้เมืองไทยต้องเลื่อนการเปิดตัวไปเป็นช่วงกลางปีแทน

ส่วนปี 1 รุ่นจะเป็นโมเดลใหม่ ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดในตอนนี้ได้ ขณะที่ตลาดส่งออก คาดว่าจะมียอดการจำหน่ายใกล้เคียงกับปี 2560 ที่ผ่านมา คือประมาณ 333,000 คัน

แต่ทั้งนี้ สำหรับตัวเลขดังกล่าวอาจจะยังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะการแข็งค่าของค่าบาทที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรกรรม

Q : อัพเดต ความร่วมมือกับนิสสัน

สำหรับความร่วมมือกับนิสสันในประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือพันธมิตรเรโนลต์ นิสสัน มิตซูบิชิ นั้น เราได้ทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่นิสสัน เรโนลต์ มิตซูบิชิ ประกาศแผนงานต่าง ๆ เพื่อการเติบโตร่วมกันในตลาดโลก

ส่วนประเทศไทยมีแผนงานหลัก ๆ 4 ด้าน คือ การขนส่งสินค้าการขาย มาตรการทางการเงิน การลดต้นทุนการจัดซื้อ และความพยายามในการจัดการเรื่องการผลิตร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นไปในทิศทางที่ดี ตามแผนงาน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ตั้งเป้าหมายทั่วโลก หรือ drive for growth ว่าใน 3 ปี จะต้องมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 30% หรือมียอดจำหน่าย 1.3 ล้านคัน หรือมียอดขายมากกว่า 2.5 ล้านล้านเยน แน่นอนว่า จะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของมิตซูบิชิทั่วโลก ซึ่งเราหวังว่า ตามแผนงานของบริษัทแม่ในเวลานั้นมาถึง มิตซูบิชิ ประเทศไทย จะมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ระดับเลข 2 หลักได้ภายใน 4-5 ปีจากนี้

Q : แผนการลงทุนเพิ่ม/รุ่นใหม่

ปีนี้มิตซูบิชิได้ลงทุนสร้างศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรหรือ education academy ขึ้นบนพื้นที่ 10 ไร่ ย่านคลอง 4 ลำลูกกา ภายใต้งบฯลงทุน 150-200 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มเปิดดำเนินการได้ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ส่วนการลงทุนอื่น ๆ ขณะนี้ยังไม่มีแผนงานใด

ส่วนแผนการเปิดตัวรถยนต์สำหรับปีนี้ อย่างที่บอกปีนี้จะมี 2 รุ่นใหม่แล้ว จะมีอีก 3 รุ่นปรับปรุงสำหรับปีนี้ รวมทั้ง 4 รุ่น ตกแต่งพิเศษ ที่จะมาเพิ่มสีสันและความสดใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์รวมไปถึงการเดินหน้าขยายเพิ่มโชว์รูมและศูนย์บริการ ให้ครบ 250 แห่งภายในอีก 3 ปีข้างหน้า

Q : โรงงานในอินโดนีเซีย-เวียดนาม-ฟิลิปปินส์ บทบาทไทยจะลดลงหรือไม่

ไม่ บริษัทกลับมองว่า บทบาทและความสำคัญของมิตซูบิชิ ประเทศไทย จะทวีความสำคัญมากขึ้น เพราะไทยจะเป็นศูนย์กลางการส่งโนว์ฮาว บุคลากร เข้าไปช่วยเหลือยังฐานการผลิตต่าง ๆ มากกว่า

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มอเตอร์ริ่ง มิตซูบิชิ