เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
Biz Movement “เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
Automotive มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
“นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
Biz Movement “นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
Tech ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
“This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
Business “This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
Tech สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
HR ‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
“น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
SD “น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
Biz Movement สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
Economic CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
ดูทั้งหมด

เวียตเจ็ทรุกบินต่างประเทศ เปิด “เชียงใหม่ – โอซากา” เริ่มบิน ก.พ. 66

01 ธ.ค. 2565 | 22:00น.
เครื่องบินสายการบินไทยเวียตเจ็ท เทคออฟจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

เวียตเจ็ทรุกหนัก ฟื้นบินดาลัด-เวียดนาม กางแผนปีหน้า เน้นขยายต่างประเทศเป็นหลัก เปิดเส้นทางใหม่ “เชียงใหม่-โอซากา” เริ่มบิน ก.พ. 66 ตั้งเป้าผู้โดยสารรวมทั้งปี 8 ล้านคน จับตาสงครามปัจจัยเสี่ยง ปีหน้าผลประกอบการฟื้น ส่วนปีนี้ยังไม่มีกำไร

วันที่ 1 ธันวาคม 2565 นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยเวียตเจ็ท เปิดเผยว่า ในช่วงสถานการณ์การระบาดที่ผ่านมา สายการบินไทยเวียตเจ็ทได้ดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดเชิงรุก (Aggressive Marketing) เปลี่ยนสู่การให้ความสำคัญกับตลาดการบินในประเทศ ประกอบกับสายการบินมีฝูงบินที่เล็ก ทำให้บริษัทสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง

สายการบินให้บริการเส้นทางบินในประเทศ 12 เส้นทาง โดย 10 เส้นทางเข้าและออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีจำนวนเที่ยวบินเฉลี่ยต่อวันประมาณ 100 เที่ยวบิน สามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดสายการบินในประเทศได้ 25% ในเส้นทางที่ปฏิบัติการบิน

ปัจจุบันสายการบินมีอัตราบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) เส้นทางบินในประเทศเฉลี่ยประมาณ 83% เส้นทางบินต่างประเทศประมาณ 75-82% ให้บริการผู้โดยสารทั้งสิ้น ณ เดือนพฤศจิกายนอยู่ที่ประมาณ 5.2 ล้านคน ทั้งนี้ สายการบินตั้งเป้าตลอดทั้งปี 2565 ขนส่งผู้โดยสารจำนวน 6.3 ล้านคน แบ่งเป็นผู้โดยสารในประเทศ 5.3 ล้านคน เส้นทางบินต่างประเทศ 668,000 คน

“ในปี 2566 เราคงไม่เปิดเส้นทางบินในประเทศเพิ่มเติม เนื่องจากครอบคลุมทุกจุดบินใหญ่ครบแล้ว แต่เราจะโฟกัสเส้นทางบินต่างประเทศมากขึ้น เช่น ประเทศแถบอินโดจีน เอเชียตะวันออก และเวียดนาม ส่วนเส้นทางอินเดียอยู่ในระหว่างการขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าใน 5 ปีข้างหน้าสายการบินอาจให้บริการเส้นทางบินอินเดียสูงถึง 15 จุดบิน” นายวรเนติกล่าว

วรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยเวียตเจ็ท

พร้อมบินจีน

นายวรเนติกล่าวเสริมว่า ก่อนการระบาดของโควิด-19 สายการบินได้ให้บริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำเส้นทางประเทศจีนเป็นหลัก แต่ปัจจุบันด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทางการจีนควบคุมปริมาณเที่ยวบินเข้า-ออกประเทศ ทำให้สายการบินให้บริการเพียงสองเส้นทางคือ นานกิงและคุนหมิง

“เราคาดว่าจีนน่าจะผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ ในไตรมาสที่ 2/2566 และเรามองว่าจะบินไปยังเฉิงตู เจิ้งโจว และหางโจวก่อน” นายวรเนติกล่าว

เปิดแผนไฮซีซั่น เตรียมเปิดเชียงใหม่ – โอซากา

นายปิ่นยศ พิบูลสงคราม ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทยเวียตเจ็ทกล่าวว่า ปัจจุบันสายการบินให้บริการเส้นทางบินต่างประเทศอยู่ทั้งสิ้น 7 เส้นทางคือ สิงคโปร์ ฟูกูโอกะ ไทเป พนมเปญ โฮจิมินห์ซิตี ดานัง และฟู้โกว๊ก โดยในอนาคตสายการบินมีแผนการเปิดเส้นทางบินใหม่ กลับมาให้บริการเส้นทางเดิม และเพิ่มความถี่เส้นทางต่างประเทศที่ให้บริการอยู่ ดังนี้

Advertisement

เส้นทางบินใหม่

  • เชียงใหม่-โอซากา ความถี่ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เริ่มทำการบิน 1 กุมภาพันธ์ 2566

กลับมาให้บริการ

  • เส้นทางบินกรุงเทพฯ-ดาลัด ความถี่ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เริ่มทำการบินตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2565

เพิ่มความถี่เที่ยวบิน

  • เส้นทางบินกรุงเทพฯ-ฟู้โกว๊ก เพิ่มความถี่เป็น 1 เที่ยวบินต่อวัน จากเดิม 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นไป
  • เส้นทางบินกรุงเทพฯ-ไทเป เพิ่มความถี่เป็น 10 เที่ยวบินต่อวัน จากเดิม 7 เที่ยวบินต่อวัน ตั้งแต่เดือนธันวาคมนี้ และคาดว่าจะเพิ่มความถี่เป็น 2 เที่ยวบินต่อวัน ในเดือนมกราคม 2566
  • เส้นทางกรุงเทพฯ-พนมเปญ และ กรุงเทพฯ-สิงคโปร์ เป็น 3 เที่ยวบินต่อวัน จากเดิม 2 เที่ยวบินต่อวัน (อยู่ในระหว่างการขออนุญาต-การพิจารณาของบริษัท)

“สายการบินไทยเวียตเจ็ทคาดว่า ในเดือนธันวาคม 2565 นี้ จะมีสัดส่วนของผู้โดยสารเส้นทางบินในประเทศต่อเส้นทางบินต่างประเทศอยู่ที่ 59% ต่อ 41% ส่วนเส้นทางบินใหม่อย่าง เชียงใหม่-โอซากา เราคาดว่าผู้โดยสารน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเป็นส่วนใหญ่” นายปิ่นยศกล่าว

อัพเกรดประสบการณ์ลูกค้า

นายปิ่นยศกล่าวว่า นอกจากการเปิดเส้นทางบินใหม่ ๆ แล้ว สายการบินยังเปิดตัวการจับมือร่วมกับ Coral Lounge โดยผู้โดยสารสายการบินไทยเวียตเจ็ทที่สำรองบัตรโดยสารชั้น Sky Boss ห้องรับรองพิเศษ Coral Lounge ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ (ยกเว้นเที่ยวบินภายในประเทศไทย)

รวมถึงได้รับสิทธิพิเศษทั้งสามารถนำสัมภาระพกพาขึ้นเครื่อง 10 กิโลกรัม, สัมภาระโหลดใต้เครื่อง 30 กิโลกรัม และถุงกอล์ฟ 1 ใบ หนักไม่เกิน 15 กิโลกรัม-ช่องทางเช็กอินพิเศษ-บริการรถส่วนตัว SkyBOSS ไปยังเครื่องบิน (กรณีเครื่องบินจอดในลานจอด)-บริการที่นั่งพิเศษ และอาหารเครื่องดื่มบนเครื่องบิน เปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน วันเดินทาง และเส้นทางบินโดยไม่มีค่าธรรมเนียม (อาจมีส่วนต่างราคาบัตรโดยสาร) ฯลฯ

พร้อมกันนี้ สายการบินได้เปิดตัว ‘Sky Café’ คาเฟ่บนอากาศยาน ให้บริการอาหารไทยและอาหารนานาชาติแก่ผู้โดยสารบนเที่ยวบินทั้งภายในและระหว่างประเทศ Sky Café บริการ AMY AI Chatbot ที่จะช่วยบริการลูกค้า ลดการรอสายผ่านระบบคอลเซ็นเตอร์

บาทอ่อน – สงคราม ปัจจัยเสี่ยง

สำหรับปัจจัยเสี่ยงต่อธุรกิจสายการบินในปี 2566 นายวรเนติวิเคราะห์ว่า สงครามรัสเซียและยูเครนจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อภาคการบิน เนื่องจากจะส่งผลต่อราคาพลังงาน ค่าเงินเฟ้อ ฯลฯ ส่วนค่าเงินบาทอ่อนค่าจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนของบริษัท เนื่องจากค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ของสายการบินเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม แม้ช่วงนี้จะเป็นฤดูกาลออกเดินทางและค่าบัตรโดยสารจะปรับตัวเพิ่มขึ้น รายได้ที่เพิ่มขึ้นก็สามารถแบ่งเบาต้นทุนด้านค่าเงินไปได้เท่านั้น ส่วนปัจจัยบวกของปีหน้าคือการเปิดประเทศของจีน

ปีหน้าตั้งเป้าผู้โดยสาร 8 ล้านคน

นายวรเนติกล่าวว่า ในปี 2566 สายการบินตั้งเป้าให้บริการผู้โดยสารรวม 7.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปี 2565 โดยแบ่งเป็นผู้โดยสารจากเส้นทางในประเทศ 4.8 ล้านคน ลดลงจากปี 2565 ราว 10% ขนส่งผู้โดยสารในเส้นทางบินต่างประเทศ 2.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 326%

ในปี 2566 สายการบินตั้งเป้าสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่ 99% หรือเกือบเท่าตัว มีสัดส่วนรายได้จากเส้นทางประเทศจีน 20% ปริมาณที่นั่งให้บริการเพิ่มขึ้น 96% จากปี 2565 และมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ย 80%

ในปี 2566 สายการบินตั้งเป้าขยายฝูงบินโดยรับเครื่องบินเข้าฝูงบินอีก 3 ลำ รวมมี 20 ลำ และในปี 2569 สายการบินตั้งเป้ามีเครื่องบินในฝูงบินทั้งสิ้น 50 ลำ ทั้งนี้ ในปี 2567 สายการบินมีแผนเปลี่ยนแปลงรูปแบบเครื่องบินจากเดิมแอร์บัส เอ 320 และ เอ 321 เป็นเครื่องบินแบบโบอิ้ง 737 แม็กซ์ ซึ่งมีพิสัยการบินที่ไกลกว่า และทำให้สายการบินสามารถขยายเส้นทางบินสู่ญี่ปุ่นได้เกือบครบทุกเมือง จากที่ปัจจุบันมีข้อจำกัดด้านพิสัยการบิน

“ปี 2565 ผมเชื่อว่าไม่มีสายการบินไหนทำกำไร แต่ในปี 2566 เชื่อว่าอัตราการใช้งานเครื่องบินจะเพิ่มขึ้น มีเส้นทางบินต่างประเทศที่ช่วยให้ใช้เครื่องบินเวลากลางคืน ปีหน้าน่าจะเป็นปีที่ดีสำหรับเรา” นายวรเนติกล่าว

เวียตเจ็ท ยืนยันคำสั่งซื้อ “โบอิ้ง 737 Max”
เวียตเจ็ทแอร์ โบอิ้ง 737 แม็กซ์