เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
Tech อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
News CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
World ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
OR เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ เฉียด 4 แสนล้าน
Business OR เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ เฉียด 4 แสนล้าน
CIMB ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1.6 ล้านล้าน ช่วยหลายอุตสาหกรรมไทย มองรัฐบาลตื่นตัวออกกฎเกณฑ์
Finance CIMB ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1.6 ล้านล้าน ช่วยหลายอุตสาหกรรมไทย มองรัฐบาลตื่นตัวออกกฎเกณฑ์
‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
Politics ‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
Business มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
Finance GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
Automotive ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
News วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
ดูทั้งหมด

ทำโอที ให้เป็นรายได้ประจำ ?

09 ธ.ค. 2565 | 08:47น.
WORK
คอลัมน์ : เอชอาร์คอร์เนอร์
ผู้เขียน : ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์
https://tamrongsakk.blogspot.com

เมื่อพูดถึงคำว่า “ค่าล่วงเวลา” เรามักจะเรียกกันว่า “โอที” หรือ “ค่าโอ” ซึ่งในทางกฎหมายแรงงานหมายถึงการทำงานล่วงเวลา และการทำงานล่วงเวลาในวันหยุด แต่เรา ๆ ท่าน ๆ มักจะเรียกรวมเอาเรื่องของค่าทำงานในวันหยุดรวมเข้าไปในความหมายของโอทีด้วย

ในบางบริษัทจะมีนโยบายเพิ่มรายได้ให้พนักงานด้วยการให้ทำโอทีทุกวัน วันละกี่ชั่วโมงก็ว่ากันไป ทั้ง ๆ ที่ลักษณะงานที่ให้ทำก็ไม่ได้มีความเร่งด่วนฉุกเฉิน ไม่ทำก็ไม่ได้เกิดความเสียหายอะไร แถมโอทีก็ไม่ถือว่าเป็นค่าจ้าง เพราะเป็นการจ่ายค่าตอบแทนนอกเวลาทำงานปกติเสียอีก ก็ยิ่งเข้าล็อกเลย เพราะไม่มีผลผูกพันในการใช้เป็นฐานในการคำนวณสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ

บริษัทที่มีนโยบายทำนองนี้มักจะมีการจ่ายค่าตอบแทนไม่สูงนัก แต่จะจูงใจให้คนทำงานให้มากขึ้น เพื่อจะได้ทำให้รายได้สูงขึ้น หรือไม่ก็แทนที่จะต้องเพิ่มอัตรากำลังให้เหมาะกับโหลดของงาน แต่ผู้บริหารคิดว่าขืนจ้างคนเพิ่มจะทำให้ต้นทุนต่าง ๆ เพิ่มขึ้นตามไปด้วย และทางฝั่งพนักงานเองอาจจะชอบ

เพราะมีรายได้เพิ่มขึ้น เรียกว่าสมประโยชน์ทั้งผู้ให้และผู้รับ เช่น บริษัทเปิดทำการสัปดาห์ละ 6 วัน หยุด 1 วัน มีชั่วโมงทำงานวันละ 8 ชั่วโมง แต่เนื่องจากบริษัทจ่ายเงินเดือนให้พนักงานไม่มากนัก หรือไม่อยากจะเพิ่มอัตรากำลังคน จึงให้พนักงานทำโอทีเพิ่มวันละ 2 ชั่วโมง

สรุปว่าเป็นที่รู้กันทั้งพนักงาน และบริษัทว่าพนักงานทุกคนต้องทำงานวันละ 10 ชั่วโมง

ถ้าจะถามว่าบริษัทสามารถทำได้ไหม ?

ตอบได้ว่า “ทำได้” ครับ เพราะถ้าชั่วโมงการทำงานล่วงเวลายังไม่เกิน 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ยังไม่ผิดกฎหมายแรงงาน (ทำงานล่วงเวลา 2 ชั่วโมงต่อวัน สัปดาห์ละ 6 วัน รวมเป็น 12 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) สมมุติว่าพนักงานเข้างาน 08.00-17.00 น. ต้องทำโอทีต่ออีก 2 ชั่วโมงก็จะเลิกงาน 1 ทุ่ม นี่ถือเป็นขั้นต่ำนะครับ ถ้าบริษัทให้ทำโอทีเต็มแม็กคือ 6 ชั่วโมงก็จะเลิกงาน 5 ทุ่ม และต้องทำงานอย่างนี้ทุกวัน ทุกเดือน และตลอดปี

แล้วคุณภาพชีวิตของพนักงานจะอยู่ที่ไหน ?

แม้ว่าจะมีวันหยุดให้สัปดาห์ละ 1 วันก็ตาม แต่มนุษย์นั้นมีร่างกายมีเลือดเนื้อนะครับ ไม่ได้เป็นคนเหล็กมาจากไหน เขาจะอดทนทำงานแบบนี้ไปได้เท่าไหร่ สุขภาพจะเสื่อมลงตามอายุที่เพิ่มมากขึ้นไปเรื่อย ๆ เพราะไม่มีเวลาที่จะดูแลสุขภาพตัวเอง โดยสิ่งที่ได้รับกลับมาเป็นเงินค่าโอทีที่เขาต้องนำมาจุนเจือเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว ซึ่งจะทำได้ในช่วงที่อายุยังไม่มากนัก และยังมีเรี่ยวแรงที่จะอึดอดทน

แต่ถ้าอายุมากขึ้นไปเรื่อย ๆ ล่ะ เขาจะยังทำไหวไหม ?

เงิน…ใคร ๆ ก็อยากได้หรอกครับ แต่ผู้บริหารที่ดีควรคิดถึงผลระยะยาวเกี่ยวกับสุขภาพ คุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ หรือครอบครัวของพนักงานว่าจะเป็นอย่างไร ผมเคยต่อว่าหัวหน้างานที่สั่งให้ลูกน้องทำโอทีแบบหามรุ่งหามค่ำเป็นชั่วโมงทำงานที่ติดต่อกัน (นับรวมชั่วโมงทำงานปกติรวมกับชั่วโมงที่ทำโอที) 2-3 วัน

โดยอ้างว่างานเร่ง ลูกค้าต้องการด่วน ตัวลูกน้องก็อยากได้โอที และคิดว่าตัวเองอายุยังน้อยยังสู้ไหวก็ทำงานติดต่อกันแบบไม่หลับไม่นอน 2-3 วัน จนที่สุดเมื่องานส่งมอบให้ลูกค้า ลูกน้องก็ขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้าน ระหว่างทางก็ไปเสยท้ายรถบรรทุกที่จอดข้างทาง เพราะหลับใน ดีนะครับที่ไม่ถึงกับเสียชีวิต

อย่าลืมว่าคนเราไม่ได้มีชีวิตแต่ที่ทำงานเพียงด้านเดียวนะครับ พนักงานในบริษัทของท่านยังมีคนที่เขารัก และรักเขารอคอยอยู่ที่บ้านด้วยเหมือนกัน นี่ยังไม่รวมสวัสดิภาพความปลอดภัยในการเดินทางกลับบ้านดึก ๆ ดื่น ๆ ของพนักงานหญิงนะครับ

ถ้าผู้บังคับบัญชาคิดแต่จะเร่งงาน จนลืมคิดถึงความอ่อนล้าของคน หรือไม่คำนึงถึงสวัสดิภาพความปลอดภัยของลูกน้อง คิดแต่เพียงง่าย ๆ ว่าขอให้งานเสร็จ งานเสร็จเราก็จ่ายเงิน (โอที) ให้ พนักงานก็แฮปปี้เพราะได้เงินมีรายได้เพิ่ม

คิดอย่างนี้ไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยหรือ ?

แม้ลูกน้องอยากจะมีรายได้เพิ่มจากการทำโอที แต่ผู้บริหารก็ควรจะต้องมีดุลพินิจและมีสามัญสำนึกที่เหมาะสมด้วย จากที่ผมบอกมาทั้งหมด จึงควรกลับมาทบทวนว่าบริษัทของเรามุ่งลด cost เสียจนทำให้จ่ายค่าตอบแทนต่ำกว่าตลาดมากเกินไปหรือไม่ จนทำให้ต้องมาทำให้โอทีเป็นรายได้

ในอนาคตบริษัทของเราจะมีพนักงานที่กรอบ เพราะทำงานหนักจนเกินไปหรือไม่ และเราจะมีแต่พนักงานขี้โรค สุขภาพย่ำแย่ที่ขาดความสามารถจะเติบโตไปกับองค์กรในอนาคตหรือไม่ พนักงานจะมีปัญหาครอบครัวเพิ่มขึ้นเพราะมัวแต่ทำโอทีแล้วไม่มีเวลาดูแลครอบครัว จนที่สุด ปัญหาครอบครัวจะลามมาถึงที่ทำงานหรือไม่

ผมเชื่อว่า…work life balance ยังเป็นปัจจัยสำคัญตัวหนึ่งที่จะรักษาคนเอาไว้ให้อยู่กับองค์กรครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รายได้ โอที