เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
20 สมาคมผู้ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ ยื่นหนังสือถึง ‘ศุภจี’ รอบ 3 จี้เร่งถก นบขพ.รับมือราคาพุ่ง
Economic 20 สมาคมผู้ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ ยื่นหนังสือถึง ‘ศุภจี’ รอบ 3 จี้เร่งถก นบขพ.รับมือราคาพุ่ง
DELTA หลุดแนวรับ 198 บาท จับตาด่านต่อไป 188 บาท โบรกฯ เตือนเสี่ยงร่วงลึก
Finance DELTA หลุดแนวรับ 198 บาท จับตาด่านต่อไป 188 บาท โบรกฯ เตือนเสี่ยงร่วงลึก
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,550 บาท
สงครามไซเบอร์ แฮกเกอร์โจมตีตู้แช่ซูเปอร์ฯ 7 ประเทศยุโรป เร่งอุณหภูมิพุ่ง 50 องศา
World สงครามไซเบอร์ แฮกเกอร์โจมตีตู้แช่ซูเปอร์ฯ 7 ประเทศยุโรป เร่งอุณหภูมิพุ่ง 50 องศา
ด่วน ! รัฐบาล เคาะปรับโครงสร้าง ‘ภาษีรถ EV นำเข้า’ เป็น 35%
Economic ด่วน ! รัฐบาล เคาะปรับโครงสร้าง ‘ภาษีรถ EV นำเข้า’ เป็น 35%
ก.ล.ต. จ่อปรับเกณฑ์ บลจ. เปิดข้อมูลรายปีฉบับเดียว ให้ผู้ลงทุนเทียบก่อนเลือกกองทุน
Finance ก.ล.ต. จ่อปรับเกณฑ์ บลจ. เปิดข้อมูลรายปีฉบับเดียว ให้ผู้ลงทุนเทียบก่อนเลือกกองทุน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
นายกฯ สวมเสื้อผ้าหมี่ขิด นำถก ‘ครม.สัญจรอุดร’ วางนโยบายเกษตรเป็นวาระแห่งชาติ
Politics นายกฯ สวมเสื้อผ้าหมี่ขิด นำถก ‘ครม.สัญจรอุดร’ วางนโยบายเกษตรเป็นวาระแห่งชาติ
‘ปตท.-กรุงไทย’ จับมือกรมโลกร้อน ศึกษาโมเดล Blended Finance ปลดล็อกลงทุนสีเขียว
Economic ‘ปตท.-กรุงไทย’ จับมือกรมโลกร้อน ศึกษาโมเดล Blended Finance ปลดล็อกลงทุนสีเขียว
CGSI ชี้หุ้นไทยแกว่งตัว น้ำมันดิ่งกว่า 7% กดดันพลังงาน ชู TRUE-BDMS หุ้นเด่น
Finance CGSI ชี้หุ้นไทยแกว่งตัว น้ำมันดิ่งกว่า 7% กดดันพลังงาน ชู TRUE-BDMS หุ้นเด่น
ดูทั้งหมด

11 เดือน ต่างชาติเดินทางเข้าไทยเกือบ 10 ล้านคน

08 ธ.ค. 2565 | 12:15น.
นายกรัฐมนตรีกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มงวดการดูแลความปลอดภัยด้านการท่องท่องเที่ยว ทั้งในแหล่งท่องเที่ยว การเดินทาง สุขภาพอนามัย รักษาความเชื่อมั่นไทยเป็นจุดหมายปลายทาง เผย 11 เดือนต่างชาติเดินทางเข้าไทยแล้ว 9.09 ล้านคน มั่นใจทั้งปีไม่พลาด

“ประยุทธ์” กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มงวดการดูแลความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว 11 เดือนต่างชาติเดินทางเข้าไทยแล้ว 9.09 ล้านคน มั่นใจทั้งปีไม่พลาด

วันที่ 8 ธันวาคม 2565 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ติดตามข้อมูลภาคการท่องเที่ยวซึ่งชี้แนวโน้มที่ต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

นายกรัฐมนตรีได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยว อาทิ กระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว เพิ่มความเข้มงวดกับประเด็นเรื่องความปลอดภัย ทั้งในสถานที่หรือแหล่งท่องเที่ยว การเดินทาง ไม่ว่าจะทางอากาศ ทางถนน ทางเรือ ตลอดจนความปลอดภัยด้านสุขภาพอนามัยจากโรคระบาด บริการอาหารที่สะอาด

ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารายงานว่า ณ สิ้นเดือน พ.ย. 2565 หรือ 11 เดือนแรกของปีนี้ มีต่างชาติเดินทางเข้าไทยแล้ว 9.09 ล้านคน เฉพาะเดือนพ.ย.เดือนเดียว 1.73 ล้านคน ทำให้รัฐบาลมั่นใจว่าตลอดทั้งปี’65 นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินทางเข้าไทยทะลุเป้าหมาย 10 ล้านคนแน่นอน

ดังนั้น นายกรัฐมนตรีจึงกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เพิ่มความเข้มงวดในเรื่องความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นที่ขณะนี้ต่างชาติได้เลือกไทยเป็นจุดหมายปลายทางแรก ๆ ที่เดินทางไปเยือนหลังการคลี่คลายของโควิด-19

น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า จากข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ขณะนี้สถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงเมืองสำคัญของไทยยังคงติดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลกที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ

ซึ่งล่าสุดสำนักข่าว CNBC ได้รายงานผลการสำรวจของ InterNations ซึ่งเป็นชุมชนออนไลน์สำหรับชาวต่างชาติที่มีสมาชิกทั่วโลกกว่า 4.5 ล้านคน ได้สำรวจเกี่ยวกับเมืองที่น่าอยู่และน่าทำงานที่สุดในโลกสำหรับชาวต่างชาติ โดยมีผู้เข้าร่วมตอบแบบสำรวจ 12,000 คน  ซึ่งพบว่ากรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของไทยติดอันดับที่ 6

ทั้งนี้ ผลสำรวจระบุถึง 10 เมืองทั่วโลกที่นักท่องเที่ยวเห็นว่าน่าอยู่และน่าทำงานที่สุดตามลำดับ ดังนี้ 1)เมืองบาเลนเซีย, สเปน 2) ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 3) เม็กซิโกซิตี, เม็กซิโก 4) ลิสบอน, โปรตุเกส 5) มาดริด, สเปน 6) กรุงเทพฯ, ประเทศไทย 7) บาเซิล, สวิตเซอร์แลนด์ 8) เมลเบิร์น, ออสเตรเลีย 9) อาบูดาบี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ 10) สิงคโปร์

สำหรับผลสำรวจของชาวต่างชาติที่มีต่อกรุงเทพฯ พบว่าร้อยละ 82 มีความสุขต่อคุณภาพการดูแลรักษาทางการแพทย์, ร้อยละ 79 มีความสุขกับชีวิตโดยทั่วไป, ร้อยละ 69 มีความสุขต่อค่าครองชีพ, ร้อยละ 68 มีความสุขต่อความสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต, ร้อยละ 66 มีความสุขต่ออาชีพการทำงาน และร้อยละ 54 ระบุว่าสามารถพบเพื่อนใหม่ได้ง่าย