Skip to content

กระทรวงแรงงานพลิกโฉมแรงงานเกษตร สู่เกษตรกรอัจฉริยะ 32,300 คน

11 ธ.ค. 2565 | 18:26น.
กระทรวงแรงงานพลิกโฉมแรงงานเกษตร สู่เกษตรกรอัจฉริยะ 32,300 คน

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เทรนแรงงานภาคการเกษตรใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน ลดเวลา มอบโรงเรือนต้นแบบเกษตรอัจริยะเพื่อเรียนรู้ 95 แห่งทั่วประเทศ

วันที่ 11 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประทีป ทรงลำยอง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า ในงบประมาณปี 2566 กรมได้รับงบประมาณในการดำเนินโครงการพิเศษเพื่อเพิ่มศักยภาพกำลังแรงงานภาคการเกษตร สู่เกษตรอัจฉริยะหรือสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ตั้งเป้าหมายให้แรงงานภาคการเกษตรมีความรู้ในการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อก้าวสู่การเป็นเกษตรอัจฉรยะ ในปี 2566 จำนวนทั้งสิ้น 32,300 คน

“รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และกระทรวงแรงงานภายใต้การกำกับของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรี และนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจัดโครงการศูนย์เรียนรู้ โรงเรือนเกษตรแม่นยำปลอดภัยสำหรับผู้ประกอบการมืออาชีพด้านเกษตรอัจฉริยะขึ้น โดยมีเป้าหมายในการทำศูนย์เรียนรู้โรงเรือนเกษตรฯ ทั่วประเทศ รวม 95 โรงเรือน

และกำหนดให้มีเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์เรียนรู้โรงเรือนละ 1 คน เพื่อทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ให้แก่แรงงานภาคการเกษตรในพื้นที่ของตนเอง ตั้งเป้าหมายให้แรงงานภาคการเกษตรมีความรู้ในการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อก้าวสู่การเป็นเกษตรอัจฉรยะ ในปี 2566 จำนวนทั้งสิ้น 32,300 คน” นายประทีปกล่าว

ประทีป ทรงลำยอง

สำหรับจังหวัดชลบุรี เป็นอีกจังหวัดนำร่องที่มีการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้โรงเรือนเกษตรฯ จำนวน 15 แห่ง โดยระหว่างวันที่ 7-9 ธันวาคม 2565 สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 3 ชลบุรี ได้จัดอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์เรียนรู้ รวมทั้งสิ้น 15 คน เพื่อให้มีความรู้และสามารถถ่ายทอดความรู้ แนะนำวิธีการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์หรือเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องภายในศูนย์เรียนรู้โรงเรือนเกษตรแม่นยำปลอดภัยสำหรับผู้ประกอบการมืออาชีพด้านเกษตรอัจฉริยะได้อย่างถูกต้อง

การอบรมดังกล่าวในแต่ละจังหวัดจะมีการจัดอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์เรียนรู้เช่นกัน และหลังจากนั้น จะขยายผลให้ความรู้แก่เกษตรกรในพื้นที่ต่อไป ดังนั้นเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการดังกล่าว สามารถสมัครเข้าอบรมโดยติดต่อได้ที่สถาบันและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทั่วไประเทศ หรือสอบถามเพิ่มเติมที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 4

“ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีโรงเรือนที่ควบคุมสภาพแวดล้อม ทั้งปัจจัยภายในโรงเรือนและภายนอก เช่น อุณหภูมิอากาศ ความชื้น ความชื้นดิน ความเข้มของแสง เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบควบคุมอัตโนมัติสำหรับการปลูกพืช การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน ระบบให้น้ำ ระบบพ่นหมอก ระบบการกักเก็บหรือจัดน้ำและเทคโนโลยีอื่น ๆ อีกหลายด้านที่เป็นประโยชน์ต่อการเพาะปลูกแบบมีโรงเรือน ซึ่งเกษตรกรสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปลูกพื้นในพื้นที่ของตนเองได้ จะช่วยให้ได้ผลผลิตทางการเกษตรมากขึ้น คุณภาพของพืชผักดีขึ้น จะส่งผลต่อต้นทุนและกำไรที่เพิ่มขึ้นด้วย” นายประทีปกล่าวทิ้งท้าย