Skip to content

รัฐบาลตีปีกยอดจองรถยนต์ไฟฟ้า มอเตอร์ เอ็กซ์โป 5.8 พันคัน

17 ธ.ค. 2565 | 11:06น.
รัฐบาลตีปีกยอดจองรถยนต์ไฟฟ้า มอเตอร์ เอ็กซ์โป 5.8 พันคัน

รัฐบาลโชว์ยอดการจดทะเบียนรถยนต์เพิ่มในรอบปีกว่า 1 ล้านคัน ชี้ กำลังซื้อภาคประชาชนฟื้น ตีปีก ยอดจองรถไฟฟ้า มอเตอร์ เอ็กซ์โป ทะลุ 5,800 คัน คาดยอดใช้รถยนต์ไฟฟ้า เพิ่มขึ้นกว่า 50,000 คัน ในปี 2566 

วันที่ 17 ธันวาคม 2565 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงตัวเลขจำนวนรถยนต์ทุกประเภท ที่มีการจดทะเบียน รวบรวมโดยกรมขนส่งทางบก แสดงถึงจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นกว่า 1 ล้านคัน ในช่วงเวลาเดียวกัน เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แสดงถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งภาคการบริโภค การบริการ และการผลิต รวมถึงการผลิตทำให้ประชาชนและผู้ประกอบการมีกำลังซื้อมากขึ้น

และล่าสุดงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 หรือ Motor Expo 2022 เมื่อ 12 ธ.ค. ที่ผ่านมา มียอดจองรถยนต์ภายในงานรวมทั้งสิ้น 36,679 คัน เพิ่มขึ้น 16.1% จากปีที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท โดยเป็นยอดจองรถยนต์ไฟฟ้ามากถึง 5,800 คัน

น.ส.รัชดากล่าวว่า จากข้อมูลสถิติของกลุ่มสถิติการขนส่ง กองแผนงาน กรมการขนส่งทางบก ณ วันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 พบว่า มีจำนวนรถยนต์จดทะเบียนสะสมทั้งสิ้น 41,955,920 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ณ วันเดียวกันถึง 1,067,969 คัน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวครอบคลุมรถยนต์ชนิดต่าง ๆ รถจักรยานยนต์ รถแทร็กเตอร์ รถบดถนน แต่ไม่รวมรถโดยสาร รถบรรทุก และรถยนต์จดทะเบียนระงับ และรถยนต์แจ้งไม่ใช้ตลอดไป

น.ส.รัชดากล่าวว่า สำหรับชนิดของยานยนต์ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากที่สุด 2 ลำดับแรกคือ 1.รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน มีจำนวน 11,314,722 คัน เพิ่มขึ้น 487,262 คัน และ 2.รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล มีจำนวน 22,094,056 คัน เพิ่มขึ้น 455,326 คัน

น.ส.รัชดากล่าวว่า เมื่อแยกเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า มีจำนวนทั้งหมด 326,918 คัน แบ่งเป็น รถไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle; HEV) ทั้งหมด 255,733 คัน รถไฮบริดปลั๊กอิน (Plug-In Hybrid Electric Vehicle; PHEV) ทั้งหมด 41,743 คัน รถไฟฟ้าแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle; BEV) ทั้งหมด 29,402 คัน

น.ส.รัชดากล่าวว่า จำนวนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่โตขึ้นมาก สอดรับเป้าหมาย ปี 2573 การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศรวม 725,000 คันต่อปี คิดเป็น 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ภายในปี 2573 สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไม่น้อยกว่า 200,000 ล้านบาท และสร้างความต้องการแรงงานยานยนต์สมัยใหม่ประมาณ 30,000 อัตราต่อปี

น.ส.รัชดากล่าวว่า จำนวนรถยนต์ในประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์และรถจักรยานส่วนบุคคลที่เพิ่มขึ้นนับล้านคัน ชี้ให้เห็นถึงกำลังซื้อของคนไทยที่สูงขึ้นสะท้อนภาพการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน ตัวเลขรถยนต์ไฟฟ้า ที่ยอดรวมการจดทะเบียนกว่า 3 แสนคัน

โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคล เป็นการยืนยันถึงประสิทธิภาพของนโยบายส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาล ที่จะนำไปสู่การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แก้ปัญหาหาภาวะโลกร้อน สำหรับปี 2566 กระทรวงอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการยานยนต์ คาดการณ์ว่าจะมียอดการใช้รถยนต์ไฟฟ้า เพิ่มขึ้นกว่า 50,000 คัน

“มากไปกว่านั้น มาตรการส่งเสริมการลงทุนการผลิตรถยนต์/จักรยานยนต์ไฟฟ้า ผ่านมาตรการทางภาษี ถือได้ว่ามีประสิทธิภาพอย่างมาก พิจารณาจากการที่คณะกรรมการสางเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ได้อนุมัติโครงการยานยนต์ไฟฟ้าไปแล้ว 26 โครงการจาก 17 บริษัท” น.ส.รัชดากล่าว