Skip to content
ดูทั้งหมด

จุรินทร์ ปลื้ม ส่งออกชายแดน-ผ่านแดน 11 เดือนโต 1.52% จีนแรงหนุน

28 ธ.ค. 2565 | 11:55น.
แถลงส่งออก

แถลงส่งออก

จุรินทร์เปิดตัวเลขส่งออกชายแดน-ผ่านแดน 11 เดือน โต 1.52% โดยเดือนพฤศจิกายนขยายตัว 7.04% ขณะที่จีนส่งออกขยายตัวครั้งแรกในรอบ 11 เดือน มั่นใจเปิดประเทศส่งออกผลไม้โต

วันที่ 28 ธันวาคม 2565 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยตัวเลขการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนเดือนพฤศจิกายน 2565 พบว่ามีมูลค่าการส่งออกชายแดนและผ่านแดน 149,520 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.04% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน

โดยการส่งออกชายแดนยังขยายตัวต่อเนื่อง 7.04% ขณะที่การส่งออกผ่านแดนไปจีนขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 11 เดือน ขยายตัว 26.35% จากการส่งออกทุเรียนสดที่มีมูลค่าสูงถึง 5,573 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 173.9%

ทั้งนี้ เมื่อติดตามการค้าชายแดนและผ่านแดนเดือนพฤศจิกายน 2565 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 149,520 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.04% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 89,349 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.23% และการนำเข้ามูลค่า 60,172 ล้านบาท ลดลง 3.04% โดยไทยได้ดุลการค้าในเดือนพฤศจิกายน 2565 ทั้งสิ้น 29,177 ล้านบาท

ค้าชายแดน 11 เดือน

การค้าชายแดนกับ 4 ประเทศ (มาเลเซีย กัมพูชา เมียนมา และสปป.ลาว) เดือนพฤศจิกายน 2565 มีมูลค่าการค้ารวม 89,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.31% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 55,001 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.04% และการนำเข้ามูลค่า 34,299 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.75% โดย สปป.ลาวยังคงเป็นตลาดส่งออกที่ขยายตัวสูงสุดต่อเนื่องจากเดือนที่ผ่านมา ดังนี้

1) มาเลเซีย มูลค่าส่งออก 15,113 ล้านบาท หดตัว 12.77% สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ น้ำยางข้น และส่วนประกอบคอมพิวเตอร์

2) สปป.ลาว มูลค่าส่งออก 13,781 ล้านบาท ขยายตัว 34.27% สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ น้ำมันดีเซล น้ำมันสำเร็จรูปอื่น ๆ และน้ำตาลทราย

3) กัมพูชา มูลค่าส่งออก 13,609 ล้านบาท ขยายตัว 8.54% สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ รถยนต์นั่ง รถปิกอัพ รถบัส และรถบรรทุก และเครื่องดื่มอื่น ๆ

4) เมียนมา มูลค่าส่งออก 12,498 ล้านบาท ขยายตัว 11.04% สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ น้ำมันดีเซล น้ำมันสำเร็จรูปอื่น ๆ และโทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟน

ค้าชายแดน 11 เดือน

การค้าผ่านแดนไปประเทศที่สาม (จีน เวียดนาม สิงคโปร์ และประเทศอื่น ๆ) เดือนพฤศจิกายน 2565 มีมูลค่ารวม 60,220 ล้านบาท ลดลง 9.10% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 34,347 ล้านบาท ลดลง 4.64% และการนำเข้ามูลค่า 25,873 ล้านบาท ลดลง 14.41% โดยจีนยังเป็นตลาดส่งออกหลัก ดังนี้

1) จีน มูลค่าส่งออก 16,100 ล้านบาท ขยายตัว 26.35% สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ทุเรียนสด ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ

2) เวียดนาม มูลค่าส่งออก 4,396 ล้านบาท ขยายตัว 4.26% สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ อุปกรณ์กึ่งตัวนำ น้ำแร่ น้ำอัดลมที่ปรุงรส และสินค้าปศุสัตว์อื่น ๆ

3) สิงคโปร์ มูลค่าส่งออก 3,916 ล้านบาท หดตัว 35.44% สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ แผงวงจรไฟฟ้า และฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์

4) ประเทศอื่น ๆ (เช่น ฮ่องกง สหรัฐ และญี่ปุ่น) มูลค่าส่งออก 9,935 ล้านบาท หดตัว 23.54% สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ยางธรรมชาติ และถุงมือยาง

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

การค้าชายแดนและผ่านแดน 11 เดือนของปี 2565 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1,598,794 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.52% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 944,105 ล้านบาท ลดลง 0.51% และการนำเข้ามูลค่า 654,689 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.58% โดยไทยได้ดุลการค้าในเดือนมกราคม-พฤศจิกายน 2565 ทั้งสิ้น 289,416 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี ปัจจัยสนับสนุนการส่งออก เช่น ความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศเพื่อนบ้านยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง (น้ำมันดีเซล) ไปยัง สปป.ลาว และเมียนมา ขยายตัว 160.51% และ 33.69% ตามลำดับ

ทั้งนี้ เศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้านเริ่มฟื้นตัว ส่งผลต่อการขยายตัวภาคการผลิตและการบริโภค ทำให้มีความต้องการนำเข้าสินค้าที่เป็นปัจจัยการผลิตมากขึ้น

การดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์เพื่อสนับสนุนการค้าชายแดน โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค อาทิ การผลักดันเปิดจุดผ่านแดนเพื่อขนส่งสินค้าภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดย ณ วันที่ 19 ธันวาคม 2565 มีจุดผ่านแดนฝั่งไทยเปิด 72 แห่ง จากทั้งหมด 97 แห่ง ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเปิด 65 แห่ง

การลงพื้นที่แก้ไขปัญหาอุปสรรคการค้าชายแดนและข้ามแดน โดยล่าสุดได้มีการประชุมตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์การค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย ณ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2565 และชายแดนไทย-เมียนมา ณ ช่องทางบ้านสันต้นดู่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2565

การดำเนินโครงการ “จับคู่กู้เงิน” สถาบันการเงินกับ SMEs ส่งออก โดยร่วมมือกับ EXIM Bank และ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ในการปล่อยสินเชื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่อยู่ในห่วงโซ่การส่งออก รวมถึงผู้ประกอบการค้าชายแดน ซึ่ง ณ วันที่ 16 ธันวาคม 2565 มีผู้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อ 1,367 ราย วงเงินรวม 6,088.9 ล้านบาท อนุมัติวงเงินแล้ว 1,329 ราย วงเงินรวม 5,999.5 ล้านบาท

ส่วนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าชายแดน โดยในปี 2565 กรมการค้าต่างประเทศได้ดำเนินการจัดงานมหกรรมการค้าชายแดนใน 5 จังหวัดเป้าหมายคือ จังหวัดนครพนม แม่ฮ่องสอน สงขลา ยะลา และอุบลราชธานี ซึ่งกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การแสดงและจำหน่ายสินค้าส่งออกชั้นนำ การเจรจาจับคู่ธุรกิจ การอบรม/สัมมนา และการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชน